GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ชีวิตที่พอเพียง : คุยกับแม่ในวันแม่

น้องชายที่เป็นหมอ ๒ คนช่วยกันรักษาอาการท้องผูกของแม่ตลอดมา เมื่อสักหลายเดือนก่อนแม่บ่นว่ายาอะไรๆ ก็ช่วยไม่ค่อยได้ ผมกลับมาคิดแล้วบอกน้องสะใภ้ให้หาใบชุมเห็ดเทศมาตากแห้งแล้วคั่วเล็กน้อยพอหอม เอามาชงเป็นชาให้แม่ดื่มแก้ท้องผูก ปรากฎว่าได้ผล จึงเอามาเล่าไว้ จะเห็นว่าผมรักษาแม่ได้เหมือนกัน โดยใช้การแพทย์แบบพอเพียง

ชีวิตที่พอเพียง  : คุยกับแม่ในวันแม่

         วันนี้เป็นวันแม่     ผมโทรศัพท์ไปคุยกับแม่ที่บ้านชุมพร     หลังจากไม่ได้โทรไป ๒ - ๓ เดือน     ผมค่อนข้างห่างเหินกับแม่มานาน     เพราะเห็นว่าน้องชายและน้องสะใภ้ ๓ คู่ที่ชุมพรเขาดูแลแม่ดีมาก     และน้องชายที่เป็นหมออีก ๒ คนก็คอยดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด

        แม่เป็นเบาหวานมานานประมาณ ๔๐ ปีโดยไม่มีโรคแทรกซ้อนเลย     เป็นที่น่าภูมิใจมาก     ไม่เสียแรงที่มีลูกชายเป็นหมอถึง ๓ คน     แต่แม่ก็มีโรคหรือปัญหาสุขภาพประจำตัวเรื้อรังและทำความรำคาญมาก คือท้องผูก    ให้ดื่มน้ำลูกพรุนก็ไม่ได้ผล     ให้กินผักผลไม้มากๆ ก็ไม่ได้ผล      ต้องกินยาระบายเป็นระยะๆ      บางครั้งยาระบายก็ไม่ได้ผล

         จำได้ว่าเมื่อผมเป็นเด็ก     แม่ซื้อยา Brooklax มากินแก้ท้องผูกเสมอ     และบางครั้งให้ผมกินด้วย     ยานี้เป็นแท่งผสมช็อกโกแล็ต ห่อฟอยบางๆ คล้ายช็อกโกแล็ต     เวลากินก็เคี้ยวแล้วกลืนและกินน้ำตาม     ผมไม่ชอบกินเพราะมันผะอืดผะอม

         น้องชายที่เป็นหมอ ๒ คนช่วยกันรักษาอาการท้องผูกของแม่ตลอดมา     เมื่อสักหลายเดือนก่อนแม่บ่นว่ายาอะไรๆ ก็ช่วยไม่ค่อยได้     ผมกลับมาคิดแล้วบอกน้องสะใภ้ให้หาใบชุมเห็ดเทศมาตากแห้งแล้วคั่วเล็กน้อยพอหอม     เอามาชงเป็นชาให้แม่ดื่มแก้ท้องผูก    ปรากฎว่าได้ผล    จึงเอามาเล่าไว้     จะเห็นว่าผมรักษาแม่ได้เหมือนกัน     โดยใช้การแพทย์แบบพอเพียง   

         จำได้ว่าสมัยผมเด็กๆ เคยเห็นปู่เสี้ยงของผมเอายอดชุมเห็ดมาลวกจิ้มน้ำพริก     ว่ากินแก้ท้องผูก

         แม่เกิดปีระกา     อายุ ๘๖ ปีแล้ว     บ่นว่าปวดเข่า  ต้องใช้ไม้เท้า     เดิมปวดข้างซ้าย  ตอนนี้หกล้มเลยมาปวดเข่าขวา     กินยาแก้ปวดที่น้องชายคนเล็กให้ไว้     แม่บอกว่าเม็ดละ ๓๐ บาท   

         แม่เป็นห่วงว่าผมทำงานมาก     น่าจะลดๆ ลงบ้าง  "ตายไปก็เอาเงินไปไม่ได้"      ผมบอกว่างานที่ผมทำเวลานี้ไม่เหมือนทำงานหาเงิน     แต่เป็นการทำงานเพื่อทำประโยชน์     และไม่เน้นการทำเอง     ดังนั้นงานจะมากจะน้อยเราควบคุมและผ่อนหนักผ่อนเบาได้     แม่บอกว่าดีแล้ว     ให้พักผ่อนให้พอ

          บอกแม่ว่าเมื่อปลายเดือนที่แล้วไปงานแต่งงานของลูกสาวที่อินเดีย     แม่ถามรายละเอียดก็ได้เล่าให้แม่ฟัง     และบอกว่าผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับรายละเอียด     ปล่อยให้ลูกเขาจัดการเอง เพราะเขาโตแล้ว      แม่บอกว่าดีแล้ว

          สมัยแม่สาวๆ และผมยังเป็นเด็กแม่มักหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดี     และมีเรื่องกังวลใจมาก    เพราะแม่แต่งงานเข้ามาอยู่ใน "ครอบครัวคนมีฐานะ"     โดยที่แม่เป็นลูกจีนแท้ๆ และไม่มีฐานะเลย     ผมเดาว่าที่แม่อารมณ์เสียก็เพราะกังวลว่าจะเลี้ยงลูกได้ไม่ดี     และพวกผมก็เป็นเด็กที่ไม่ค่อยเอาถ่านด้านการค้าขาย ซึ่งเป็นเกณฑ์วัดความสำเร็จของแม่     แต่เมื่อลูกเรียนหนังสือดี   และมีฐานะมั่นคงทุกคน  แม่ก็สบายใจ      กลายเป็นคนแก่อารมณ์ดี


         แม่บอกว่าตอนนี้แม่เป็นคนที่อายุสูงที่สุดในหมู่บ้าน     และสุขภาพดีกว่าคนอื่นๆ ที่เป็นผู้สูงอายุด้วยกัน     เพราะยังเดินไปไหนมาไหนได้ แม้จะต้องฝช้ไม้เท้าช่วย     และไม่ขึ้นรถยนต์ไปตลาดแล้วเพราะขึ้นรถไม่ไหว      ผมบอกแม่ว่าจะไปบ้านเดือนพฤศจิกายนเพื่อไปทำบุญพ่อตามที่นัดพี่น้องทุกคนไว้เป็นรายการประจำปี     แม่บอกว่าไม่ใช่  เรานัดกันปลายเดือนตุลา      แสดงว่าความจำของแม่ดีกว่าของลูกชายเสียอีก

วิจารณ์ พานิช
๑๒ สค. ๔๙
วันแม่    
  

         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ชีวิตที่พอเพียง
หมายเลขบันทึก: 44501
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

  • อ่านแล้วอยากทราบครับว่าบ้านแม่อาจารย์หมออยู่ที่ไหน?
  • อ่านแล้วซึ้งครับ
จะลองรักษาผู้ป่วยถ้าท้องผูกค่ะ

     ขอบพระคุณครับ .. อ่านแล้วนึกถึงความหลังครั้งยังเป็นเด็ก ในสวนร้างที่นำควายไปเลี้ยงมีต้นชุมเห็ดเต็มไปหมด มีคนเอาใบตากแห้งมวนบุหรี่สูบด้วย ต้มกินเป็นยาระบายก็ทำกัน  ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนใช้เม็ดชุมเห็ดคั่ว ต้มชงเป็นชาก็ได้ หอมดี รู้สึกว่า อาจารย์พระครูสุธนธรรมสาร(เพื่อนตายของท่านพุทธทาส) แห่งวัดชยารามที่ผมเป็นเด็กวัดอยู่ เป็นผู้แนะนำ
    แม่ผมอายุ 94 แล้วครับ ความจำยอดเยี่ยม บอก วันเดือนปีเกิดของลูกทั้ง 6 คนได้หมด ท้องผูกเหมือนกัน น่าจะต้องโทรไปบอกหลานและพี่สาวที่ดูแลเป็นอย่างดี ให้กลับมาลองของเดิมที่เกือบลืมเลือนคือใบชุมเห็ดอีกสักครั้ง แม้จะหายากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะที่ซึ่งต้นชุมเห็ดเคยขึ้นเต็มไปหมดในสมัยโน้น ได้แปรสภาพเป็นสวนยาง และสวนปาล์มไปหมดแล้ว

   เรื่องยาถ่ายนั้นเนื้อในของฝักราชพฤกษ์ก็กินเป็นยาระบายได้ดีครับ ไม่ต้องชง  ไม่ต้องต้ม แค่เคี้ยวๆกลืน

ต้นชุมเห็ดจะหาได้ที่ไหนคะ จะปลูกยากไหม คงเป็นไม้ทางภาคใต้นะคะ แล้วจะปลูกในภาคอื่นได้รึเปล่าหนอ