
เรื่องราวโดยรวมก็คือ ผู้ป่วยเป็นหญิงมีครรภ์ 6 เดือน ประสบอุบัติเหตุหัวกระแทกพื้น แพทย์พยายามช่วยเต็มที่ ไม่สามารถช่วยเหลือได้เนื่องจากก้านสมองตาย เธอยังคงหายใจได้ต่อไปอีกระยะหนึ่งซึ่งก็ไม่สามารถบอกได้ว่านานเท่าไร ในครรภ์มีทารก 6 เดือนอยู่ ผู้เล่าต้องการช่วยเหลือเด็ก ก็พยายามทำทุกวิถีทางจนสุดท้ายได้ทารกผ่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัย อายุครรภ์ 7 เดือน ในวันสุดท้ายของชีวิตคุณแม่ซึ่งไม่สามารถอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว
ผมกำลังจะพูดถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาเล่านะครับ..
เป็นเรื่องราวที่เกิดจากการช่วยเหลือของคนทำหน้าที่พยาบาล ที่นำเรื่องที่ตนเองทำแล้วประสบความสำเร็จมาเล่า เป็นเรื่องราวที่ทำกันทุกเมื่อเชื่อวันนะ ไม่ใช่สิ่งใหม่อะไร!
โดยการเล่าให้เห็น ความรู้สึก เจตนาดี แสดงถึงความพยายามที่จะช่วยเหลือ ทั้งที่ตนเองก็มีศักยภาพในการลงมือผ่าตัดอะไรนี่ก็ไม่มีนะ แต่มีศักยภาพของสัมพันธภาพ ใช้ความเอื้ออาทรซึ่งเป็นพื้นฐานอารมณ์ของมนุษย์เข้ามาใช้บังคับ แบบปิดๆปล่อยๆ มันเป็นศิลปะของการทำงานน่ะ
บอกเล่าเรื่องราวของการรักษาชีวิตของเด็กน้อย
บอกเล่ามุมมองต่อผู้ป่วยว่าเค้าเป็นหนึ่งคนที่มีสองชีวิต บอกสภาพความเป็นจริงว่ามีโอกาสที่จะรอดน้อยมาก แต่เด็กน้อยยังมีโอกาส เตรียมความพร้อมของญาติ ของตายายคนที่ยังอยู่ว่าคิดเห็นอย่างไร อยากได้หลานหรือเปล่า ทุกอย่างก็เล่ากันมาตามลำดับของเหตุการณ์น่ะ โดยการมีพื้นฐานก็คือ ต้องการให้ความความต้องการของตนเองบรรลุผลสำเร็จ ซึ่งความต้องการนี้เป็นความต้องการของสามี ของลูก และสังคมด้วย
เล่าถึงหลายอย่างจะต้องมีการเตรียมพร้อม ไม่ว่าจะเป็น สังคม ครอบครัว องค์กร มาตรฐานการดูแล การบริหารจัดการ การเอื้อเฟื้อ ความร่วมมือ ดูกันทั้งหมด ง่ายๆ ก็ใช้สามัญสำนึกในการสังเกตความต้องการของญาติ ของผู้ป่วย และสิ่งรายล้อม และที่สำคัญก็คือต้องกำหัวใจขององค์กรไว้นั่นคือ ป้องกันการร้องเรียน ป้องกันความไม่พอใจ พร้อมทั้งหาทางออกของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งแผนที่หนึ่งสองสามสี่ ... ทั้งหมดทั้งปวงนี่ก็จะทำให้เราสามารถนำเสนอเรื่องเล่าดีๆ ต่อสาธารณะได้อย่างมีคุณค่าพร้อมกับคว้ารางวัลใหญ่ๆ ไป