การทบทวนการดูแลผู้ป่วย ปี ๕๔

Nurse
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
การทบทวนการดูแลผู้ป่วย
มาดูหลักการ ของ ๑๒ กิจกรรม กับการทบทวนการดุแลผู้ป่วยกันนิด
เทคนิคบอกต่อของ การทบทวน ๑๒ กิจกรรม
ตัวอย่าง การทบทวนการดูแลผู้ป่วย โดยใช้ ๑๒ กิจกรรม
กิจกรรม
ผลการทบทวน/การปรับปรุงระบบ/โอกาสพัฒนา

1. การทบทวนการเสียชีวิต

สรุป เป็นกลุ่มโรค <h6 "="">
</h6>
ผลการทบทวน พบว่าปัญหาการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะคุกคามต่อชีวิตที่สำคัญคือ
  1. <h6 "="">การรวบรวมข้อมูล เพื่อค้นหาความเสี่ยงทางคลินิกที่ครอบคลุม</h6>
  2. <h6 "="">การรายงานอาการเปลี่ยนแปลงกับการ Recomend แพทย์</h6>
  3. <h6 "="">เครื่องมืออุปกรณ์ช่วยชีวิต และทีมช่วยชีวต</h6>
แนวทางการแก้ปัญหา
  1. จัดทำแนวทางการรายงานแพทย์และเกณฑ์การรายงานแพทย์
  2. จัดทำเกณฑ์การแบ่งระดับผู้ป่วยและเน้นการประเมินผู้ป่วยแรกรับ
  3. ปรับปรุงการเขียนบันทึกทางการพยาบาลให้ละเอียดและครอบคลุม
  4. ทบทวนทีม CPR กระบวนการช่วยเหลือผู้ป่วย ความพร้อมของอุปกรณ์ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน
  5. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพทุกปี
<h6 "="">
</h6>

2. ทบทวนการติดเชื้อ

1.อัตราการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากผู้ป่วยที่ผ่านการสวนปัสสาวะ = 0 %

ผลการทบทวน พบว่ายังมีปัญหาเรื่องการดูแลต่อเนื่องและการติดตามประเมินภาวะการติดเชื้อ

แนวทางการแก้ปัญหาการนิเทศงานและการแจ้งผลการดำเนินงานในที่ประชุมอย่างสม่ำเสมอ

2.การติดเชื้อในโรงพยาบาล จากผู้ป่วยสู่ผู้ป่วย

ผลการทบทวน พบว่าผู้ป่วยเด็กหญิงวินิจฉัยโรคเป็น TB มารักษา จากการสืบสวนโรคพบว่าเคยมาเยี่ยมผู้ป่วย

TB ที่โรงพยาบาล เนื่องด้วยเป็นความเชื่อและวัฒนธรรมของชาวบ้านและด้วยการขาดความรู้ที่ถูกต้องของผู้ป่วยแล

ะญาติจึงไม่เห็นความสำคัญของการแยกผู้ป่วย และบางรายบอกว่าไม่มีใครเลี้ยงดูเด็กที่บ้านจึงต้องพามาอยู่ที่ รพ.

แนวทางการแก้ปัญหา

  1. การให้ความรู้ที่ถูกต้องให้กับผู้ป่วยและญาติ
  2. การประสานงานระหว่างสหสาขาวิชาชีพเพื่อการดูแลผู้ป่วย การติดตามผู้ป่วยระหว่างคลินิก TB และผู้ป่วยในอย่างต่อเนื่อง
  3. ปรับปรุงระบบการล้างเครื่องมือและ การส่งเครื่องมือ Sterile
  4. ส่งเสริมการล้างมือเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

3.การติดเชื้อในโรงพยาบาล จากผู้ป่วยสู่เจ้าหน้าที่จากการปฏิบัติงาน

ผลการทบทวน ไม่พบการติดเชื้อในโรงพยาบาลจากผู้ป่วยสู่เจ้าหน้าที่จากการปฏิบัติงาน

พบโรคที่มีความเสี่ยงสูงคือ ไข้หวัด H1N1 TB คอตีบ

แนวทางการแก้ปัญหาการแจ้งข่าวการเกิดโรคติดเชื้อที่กำลังระบาดใหม่ หรือกำลังแพร่กระจายในชุมชน

การให้ความรู้เรื่องแนวทางปฏิบัติใหม่ๆในการดูแลผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ รณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีน

ป้องกันโรค

3. ทบทวนภาวะแทรกซ้อน

  1. ภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยเบาหวานที่มา Admited ด้วยอาการ

Hyperglycemia 21 ราย Hypoglycemia 1 ราย

DM foot - ราย DKA 2 ราย

พบผู้ป่วย ที่มี Renal Fail พิ่มขึ้น

ผลการทบทวน พบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและต้อง Admited ที่สำคัญคือ

- ขาดความรู้ ความตระหนักในการเจ็บป่วยและเห็นความสำคัญที่เป็นอันตรายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคที่อาจเกิดขึ้น ( ขาดยา ขาดนัด กินยาสมุนไพร )

แนวทางการแก้ปัญหา

1. จัดให้ความรู้เรื่องโรคกับผู้ป่วยทุกรายที่มา Admited ในวันแรก และแจกเอกสารความรู้ การปฏิบัติตัว

2. ประเมินความรู้ ความเข้าใจทุกวัน พร้อมทั้งติดตามการกินอาหารทุกมื้อ และตรวจดูอาหารในตู้ข้างเตียง

ร่วมกับโภชนากร

3. ปรับปรุงระบบการดูแลผู้ป่วย DM อย่างครบองค์รวม

4.พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยในรูปแบบ Case Management โดยการศึกษาวิจัย ในกลุ่มตัวอย่าง

5. สร้างวัฒนธรรมการดูแลผู้ป่วยแบบ method โดยสหสาขาวิชาชีพ

2. ภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วย HT ที่มา Admitted ด้วยอาการ Severe HT

ผลการทบทวน พบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและต้อง Admitted ที่สำคัญคือ

ขาดความรู้ ความตระหนักในการเจ็บป่วย ขาดยา ขาดนัด กินยาสมุนไพร

แนวทางการแก้ปัญหา

1. จัดให้ความรู้เรื่องโรคกับผู้ป่วยทุกรายที่มา Admitted ในวันแรก และแจกเอกสารความรู้ การปฏิบัติตัว

2. ประเมินความรู้ ความเข้าใจทุกวัน

3. สร้างวัฒนธรรมการดูแลผู้ป่วยแบบ method โดยสหสาขาวิชาชีพ

3. ภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วย COPD ที่มา Admitted ด้วยอาการ

Acute Exacerbation สาเหตุส่วนใหญ่ จากพยาธิสภาพของโรคที่เรื้อรังมานาน และการดูแลตนเองไม่ถูกต้องดังนี้

1.ไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้ฝึกการหายใจ และการไอที่ถูกวิธี

2. รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง

3. รับประทานยา พ่นยาไม่สม่ำเสมอและไม่ถูกต้อง

4. ยังคงสูบบุหรี่

5. สิ่งแวดล้อมรอบตัว สภาพอากาศที่กระตุ้นอาการหอบ

แนวทางการแก้ปัญหา

1. ปรับปรุง แนวทางในการดูแลผู้ป่วย COPDและประเมินผลการให้การรักษาตามแนวทาง

2. ปรับปรุงการวางแผนการจำหน่ายผู้ป่วย COPD

3. พัฒนาระบบการติตามเยี่ยมบ้าน

4.ติดตามประเมินการใช้ยา การดูแลตนเองต่อเนื่องจาก คลินิก

โอกาสพัฒนาการปรับปรุงระบบการวางแผนการจำหน่ายในผู้ป่วย DM COPD HT โดยพยาบาลผู้จัดการ

4. ทบทวนการใช้ยา

-เกิดความคลาดเคลื่อนในการให้ยาผู้ป่วย ร้อยละ 4.62

พบว่าเป็นการให้ยาไม่ตรงเวลา และขนาดยาที่ให้ไม่ครบ

ผลการทบทวนถึงแม้พบความผิดพลาดในการได้รับยาในระดับ A กับ B แต่ความผิดพลาดหากถึงผู้ป่วย

ก็อาจเป็นความเสี่ยงระดับสูงได้ โดยเฉพาะการใช้ยา HAD และพบว่ายังไม่มีแนวทางการประเมินการใช้ยา

HAD อย่างครอบคลุม ดังนั้นจึงต้องมีการปรับปรุงระบบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

แนวทางการแก้ปัญหา

1. จัดทำแนวปฏิบัติในการให้ยาผู้ป่วย เพื่อป้องกันความผิดพลาด โดยยึดหลัก 5 R

2. ร่วมดำเนินการบริหารยากับฝ่ายเภสัชกร เรื่องการติดตามการใช้ยาHAD โดยการทำแบบติดตามการใช้ยา

โดยบูรณ์การเป็นแนวทางปฏิบัติโดยใช้เป็นแผ่นสติ๊กเกอร์ในการลอกติดกับแบบบันทึกทางการพยาบาลเพื่อเตือน

ความจำและสามารถนำมาประเมินการใช้ยาของเจ้าหน้าที่ได้

3. ติดตามการแพ้ยา

4. สร้างวัฒนธรรมการดูแลผู้ป่วยเรื้องรังร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ

5. ทบทวนการให้เลือด

( Blood component )

การให้เลือดได้ถูกต้องตามแนวทางปฏิบัติ ทุกราย

พบว่ามีผู้ป่วยได้รับเลือดจำนวนทั้งสิ้น 152 ราย ไม่มีผู้ป่วย Refer เนื่องจากไม่มีเลือด

ไม่มีผู้ป่วยที่ต้องใช้เลือดอย่างรีบด่วนแล้วไม่ได้รับเลือด ผู้ป่วยไม่มีภาวะแทรกซ้อนจาการได้รับเลือด

จากการดำเนินงานปีที่ผ่านมา มีการป้องกันความเสี่ยงจากการการให้เลือด โดยมีแบบประเมินและเฝ้าระวัง

ความเสี่ยงจากการให้เลือดพบว่า มีการ Double check ก่อนให้เลือดทุกราย ให้เลือดได้ตามเวลา

ภายใน 20 นาทีทุกราย มีการประเมินผู้ป่วยระหว่างการให้เลือดและหลังการให้เลือดทุกราย

สาเหตุของผู้ป่วยที่ต้องได้รับเลือด

  1. Severe anemia มีจำนวน -30 ราย
  2. Anemia Form chronic desease 29 ราย
  3. Anemia with pregnancy มีจำนวน 20 ราย
  4. โรคเลือด 11 ราย
  5. PWHA 7 ราย
  6. อื่นๆ 35 ราย

ผลการทบทวน พบว่ามีปัญหาเรื่องการใช้เลือดในเวรกลางคืนเนื่องจากห้องชันสูตร ไม่ได้เปิดในเวลากลางคืน

อาจทำให้เกิดความเสี่ยงเนื่อง จากไม่ได้มีการ Double check ได้

แนวทางการแก้ปัญหา ประชุมร่วมกับสหสาขาวิชาชีพเพื่อหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการให้เลือดผู้ป่วยในเวร

บ่าย ดึก โดยสรุปว่า Case Hct มากกว่า 20 % และไม่ได้มี Active bleed ให้เลือดแล้วในเวรเช้า 1 unit

ให้ติดตาม Hct ก่อนให้เลือด และให้พิจารณาเป็นกรณี ตามแผนการรักษาของแพทย

6. ทบทวนข้อร้องเรียน/ความพึงพอใจ

ผลการสำรวจพบว่ามีผู้ป่วย และญาติมีความพึงพอใจ 76.41 %

- ข้อเสนอแนะผู้รับบริการ

1. การให้ความรู้และข้อมูลที่จำเป็น

2. ขอให้พยาบาลและแพทย์ให้บริการที่ดีกว่านี้

3. ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น

การปรับปรุง

- ให้การพยาบาลอย่างนุ่มนวลและเป็นกันเอง

- ให้ความรู้ และข้อมูลที่จำเป็นในการดูแลตนเองของผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น

- บอกเหตุผลในการให้การพยาบาลกับผู้ป่วยทุกครั้ง

- แจ้งพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำ

7. ทบทวนการใช้ทรัพยากร

1. ด้านผู้ป่วยพบว่า

  1. ผู้ป่วยที่ มา Admit ด้วย COPD อยู่ใน 5 อันดับโรคที่สำคัญของโรงพยาบาล

และมีค่าใช้จ่ายในการนอนโรพยาบาลสูง เป็นอันดับ 1

2. มีจำนวนผู้ป่วย DHF ที่ Admit ในโรงพยาบาล สูงเป็นอันดับหนึ่ง ตลอดทั้งปี 2553 และทุก ไตรมาส

แนวทางการแก้ปัญหา จากการทบทวนในปีที่ผ่านมา และยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องดังนี้

- จัดทำแนวทางการดูผู้ป่วย COPD - ทำ Discharge plan ผู้ป่วยที่มีปัญหาการดูแล และผู้ป่วยเรื้อรัง

- ประสานงานร่วมกันกับทีมเยี่ยมบ้าน และคลีนิกโรคหอบหืด

- ทบทวนการขอนอนโรงพยาบาล และการ Admited ซ้ำด้วยโรคเดิม

- จัดทำ CPG การดูแลผู้ป่วยและการ Admit ผู้ป่วย

- จัดทำ Care Map การดูแลผู้ป่วย DHF

2. ด้านเครื่องมือทางการแพทย์ วัสดุ-อุปกรณ์

- พบว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีจัดการทบทวนการใช้ทรัพยากรทั้งทางการแพทย์และวัสดุ-อุปกรณ์อื่นๆที่ใช้

ในหน่วยงาน และขาดการประเมินผลทางทบทวนอย่างจริงจัง

แนวทางการแก้ปัญหา

  1. มอบหมายหน้าที่การดูแลอุปกรณ์ของใช้อย่างชัดเจน
  2. มีการทำบัญชีการเบิกของใช้ทุกเดือนและให้สรุปเป็นรายปี
  3. มีแนวทางปฏิบัติในการเบิกของใช้ โดยการแลกบรรจุภัณฑ์ที่ใช้หมด
  4. มีแผนการซ่อมบำรุงเครื่องมือ เครื่องใช้และการติดตามประเมินผลแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

8. ทบทวนเวชระเบียน

จากการทบทวนเวชระเบียนพบว่า

  1. ขาดความสมบูรณ์ในการลงบันทึก ตามช่องว่าง
  2. มีความล่าช้าในการเขียนรายละเอียด
  3. ความเสี่ยงในการเขียนบันทึก เนื่องจากความแตกต่างของลายมือ
  4. การเรียงเอกสารที่ไม่ถูกต้อง
  5. ความครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสมของการเขียนบันทึกทางการพยาบาล

โดยเฉพาะการเขียนที่ครอบคลุมด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคม

จากการทบทวนการเขียนบันทึกทางการพยาบาล พบว่าความครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสม 80.06%

- ปรับปรุงแบบบันทึกทางการพยาบาล (Nurse Note ) เน้นให้มีการเขียนบันทึกที่เป็นการวินิจฉัยทาง

การพยาบาล จากปัญหาผู้ป่วยด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม เป็นการบันทึกที่สามารถมองเห็น

ความก้าวหน้าสภาวะการเจ็บป่วยที่ต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนจากการบันทึกการพยาบาลที่ใช้ข้อวินิจฉัยทางการ

พยาบาลแบบต่อเนื่องเป็นการบันทึกข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลทุกเวรเพื่อการประเมินที่สอดคล้องถึงแม้อาจใช้

เวลาเพิ่มขึ้นแต่ทำให้เกิดความต่อเนื่องสอดคล้องระหว่างการพยาบาลและการประเมินผลเพิ่มขึ้น

- ปรับปรุงแบบฟอร์มใบยินยอมการรักษา การทำหัตถการ

- ประสานงานร่วมกับงาน IT ในการอำนวยความสะดวกในการเขียนรายละเอียดต่างๆโดยใช้การ

ปริ้นสติ๊กเกอร์แทนการเขียนบางส่วน

- ประชุม ชี้แจงให้เจ้าหน้าที่ตระหนักในความสำคัญของความสมบูรณ์ของเวชระเบียน

โอกาสพัฒนา

- ประสานงานร่วมกับงาน IT ในการอำนวยความสะดวกในการเขียนรายละเอียดต่างๆที่ยังคงซ้ำ

9. ทบทวนการส่งต่อผู้ป่วย/ปฏิเสธการรักษา

พบว่า ปี 2553 มีผู้ป่วย Refer ทั้งหมด 95 ราย

Refer ร.พ. ปัตตานี 81 ราย ร.พ. ยะลา. 6 ราย

ร.พ. มอ. 5 ราย ร.พ. หาดใหญ่. 1 ราย

ร.พ. ยะรัง. 1 ราย ร.พ. นราธิวาสราชนครินคร์. 1 ราย

ผลการทบทวน

1.ไม่สามารถส่งผู้ป่วยต่อไปโรงพยาบาลแม่ข่ายไม่ได้เนื่องจากเครื่องมือไม่พอ โดยเฉพาะผู้ป่วยเด็กที่ต้อง

On Respirator

2. ได้รับข้อมูลการรักษาใบตอบกลับการ Refer น้อยเกินไปการตอบกลับใบ Refer ล่าช้า

3. มีการประเมิน และ ตรวจร่างกายผู้ป่วยไม่ดี ทำให้การ ส่งต่อผู้ป่วยล่าช้า

4. การประสานงานในการส่งต่อที่ไม่ครอบคลุม ไม่ได้ใช้ใบประเมินผู้ป่วยโรคหัวใจ ไม่ได้ส่ง

Fax EKG ให้โรงพยาบาลปัตตานี

5. ไม่ได้ให้รายละเอียด ข้อมูลการส่งต่อแก่ผู้ป่วยและญาติ

6.การ Refer ล่าช้า

แนวทางการแก้ปัญหา

1. ปรับปรุงทักษะการประเมินผู้ป่วยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประชุมและการพูดคุยระหว่างการส่งเวร

2. ขณะส่งผู้ป่วยจะต้องบันทึกอาการผู้ป่วยก่อนส่ง อาการผู้ป่วยขณะอยู่บนรถ Refer

3.ปรับปรุงระบบการสรุปการตอบกับใบ Refer โดยระบุผู้รับผิดชอบส่งใบตอบกลับให้แพทย์เจ้าของไข้

สามารถสรุป

4.การประเมินผู้ป่วยเป็นระยะ ๆระหว่างการส่งต่อ

5.ปรับปรุงระบบการสื่อสาร เช่นการเขียนรายละเอียด การแนบ LAB หรือผลการตรวจที่สำคัญไปกับผู้ป่วย

6. ย้ำเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูลการรักษาและเหตุผลการส่งต่อผู้ป่วย

7.โทรศัพท์ติดตามอาการผู้ป่วย ผลการรักษาเป็นอย่างไร

10. ทบทวนเหตุการณ์

ที่สำคัญ

- มีอุบัติการณ์ความเสี่ยง 61 รายการ

มีรายงานอุบัติการณ์ความเสี่ยงเกิดขึ้น ทั้งหมด 28 รายการ จากงาน สารสนเทศ 1 ครั้ง

จากการประสานงาน 10 ครั้ง ,จากงานควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ 8 ครั้ง ,จากการบริหารยา 4 ครั้ง,

จากPCT 3 ครั้ง,จาก ENV 1 ครั้ง, จากอุปกรณ์และเครื่องมือ 1 ครั้ง

ความเสี่ยงระดับ 2 1 รายการ

ความเสี่ยงระดับ A 7 รายการ

ความเสี่ยงระดับ B 11 รายการ

ความเสี่ยงระดับ C 17 รายการ

ความเสี่ยงระดับ E 3 รายการ (Admit ไม่ถึง 6 ชม แล้ว Refer)

ความเสี่ยงระดับ F 2 รายการ (ผู้ป่วยขาดยาไม่มาตามนัด)

อุบัติการณ์ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้แก่เรื่อง

  1. การให้ยาผิดเวลา ผิดขนาด ให้น้ำเกลือผิดชนิด
  2. ไม่ได้ส่งผู้ป่วย x-ray , x-ray ไม่ครบ , x-ray ซ้ำ
  3. Oxygen หมดนอกเวลา 1 ครั้ง
  4. ได้รับสารน้ำไม่ตรงตามแผนการรักษา
  5. ผู้ป่วยมา Admit ภายในเวลา 6 ชม.แล้ว Refer 2 ครั้ง
  6. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังขาดยา ขาดนัด
  7. ติด Lab ผิดเตียง
  8. ผู้ป่วยหนีกลับ 1 ราย
  9. รายงาน Lab ผิด เนื่องจากห้องLab รายงานผิด จากอุบัติการณ์ดังกล่าว ได้นำมาทบทวนดังนี้
    1. สรุปอุบัติการณ์ในแต่ละเดือนที่เกิดให้เจ้าหน้าที่ใน
      หน่วยงานรับทราบปัญหาและปรับปรุงแก้ปัญหา
    2. ทบทวนการปฏิบัติตามแนวทางที่จัดทำไว้
    3. จัดให้มีการตรวจ Check ออกซิเจนอย่างสม่ำเสมอร่วมกับงานซ่อมบำรุง
    4. กำหนด Critiria ในการ control สารน้ำ และแนวทางการปฏิบัติในการ control สารน้ำ
    5. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำ
      แนวทางการปฏิบัติร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เช่น
      ทำแนวทางการรายงานแพทย์ในเรื่อง Lab วิกฤต, แนวทางการAdmit ผู้ป่วย
    6. ย้ำการให้ข้อมูลและความรู้แก่ผู้ป่วยเรื้อรังในเรื่องการมาตรวจตามนัดและการมารับยาอย่างต่อเนื่อง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บริการ... พยาบาล

คำสำคัญ (Tags)#๒๕๕๔

หมายเลขบันทึก: 444719, เขียน: 18 Jun 2011 @ 23:09 (), แก้ไข: 28 Mar 2017 @ 22:36 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง


ความเห็น (0)