เดือนสิงหาคม 2552 ทีมไม้เลื้อยของเราได้ลงเยี่ยมพื้นที่ตามปกติ เจ้าหน้าที่ สอ. ได้ให้ข้อมูลกับเราว่ามีผู้พิการขึ้นทะเบียนด้วยมือผิดรูปไปทุ่งนาล้มก้นกระแทรกคันนามีอาการปวดหลังส่วนล่างมากและมีอาการมึนชาร้าวลงขาทั้ง 2 ข้าง ไม่สามารถเดินได้ ทางทีมได้ลงเยี่ยมบ้านพร้องกับเจ้าหน้าที่ สอ. และ เจ้าหน้าที่จาก อบต. รวมทั้ง อสม. ผู้ป่วยอาศัยอยู่กับลูกชายอีก 2 คน สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว ประวัติโรคประจำตัวคือเบาหวานและไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายแล้ว ผู้ป่วยให้ประวัติว่าไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแพทย์บอกว่าเป็นกระดูกสันหลังทับเส้นประสาททำให้ขาทั้ง 2 ข้างอ่อนแรงต้องได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัด แต่ผู้ป่วยไม่สามารถมารับการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลได้เนื่องจากมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายและลูกชายทั้ง 2 คนต้องไปทำงานรับจ้างเพื่อที่จะหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว ซึ่งลูกชายจากที่ทำงานอยู่กรุงเทพต้องกลับมาดูแลแม่ตั้งแต่รู้ว่าแม่ป่วย
สภาพของผู้ป่วยที่ทางทีมลงไปพบคือนอนอยู่เพลิงไม้หลังบ้านเนื่องจากมีความลำบากในการเคลื่อนย้ายขึ้นลงบ้านซึ่งเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองไปไหนมาไหนได้เนื่องจากขาทั้ง 2 ข้างอ่อนแรงมากและต้องใส่สายสวนปัสสาวะ ลูกชายทั้ง 2 ต้องอาบน้ำและช่วยเหลือทุกอย่าง
พวกเราลงไปเยี่ยมบ้านจึงให้ผู้ป่วยฝึกทำกายภาพบำบัดและให้ออกกำลังกาย และทำเครื่องช่วยออกกำลังกายให้กับผู้ป่วย ทาง อบต. ได้ลงพื้นที่ร่วมด้วยและได้เห็นสภาพของผู้ป่วยจึงได้ประสานเรื่องเบี้ยผู้พิการให้ผู้ป่วยและได้อนุเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการทำเครื่องออกกำลังกายให้ผู้ป่วย
ช่วงที่เราลงเยี่ยมผู้ป่วยเป็นช่วงหน้าหนาวและลมพัดแรงมากผู้ป่วยต้องทรมานนอนหนาวอยู่เพลิงหญ้า สังกะสีตรงเพลิงหญ้าก็ไม่แข็งแรงทางเราและเจ้าหน้าที่ สอ. ได้เห้นจึงปรึกษาหาลือกันถึงแนวทางการช่วยเหลือเรื่องที่พักอาศัยของผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ สอ. ได้พุดคุยกับผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านตกลงกันหางบประมาณเพื่อสร้างบ้านชั้นล่างให้ผู้ป่วย และในที่สุดด้วยความร่วมมือของชุมชนก็สามารถหางบประมาณมาสร้างบ้านให้ผู้ป่วยจนแล้วเสร็จผุ้ป่วยดีใจมากที่ไม่ต้องนอนหนาวอีกต่อไป
เนื่องจากขาทั้ง 2 ข้างอ่อนแรงจากกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท และจากโรงเบาหวานและโรงไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายทำให้อาการของผู้ป่วยทรุดลง มีอาการวิงเวียนศีรษะและอาเจียนบ่อยๆ โลหิตจางตัวซีดและกระเพราะปัสสาวะอุดตันบ่อยๆ ทางเราลงเยี่ยมได้ประสานกับหน่วยรถฉุกเฉินเพื่อส่งผู้ป่วยมารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ เนื่องจากรู้ว่าอาการทางกายแย่ลงทำให้ผู้ป่วยเครียดและวิตกกังวล และด้วยระยะเวลานานลูกๆที่ดูแลก็เกิดความท้อแท้และเหนื่อยในการดูแลผู้ป่วย ยิ่งทำให้อาการทรุดลงมากขึ้น เมื่อเราเข้าไปเห็นดังนั้นเราก็ได้ให้กำลังใจทั้งผู้ป่วยและลูกๆที่ดูแล ให้ความรู้เกี่ยวกับโรงและแนวทางในการดูแลให้สอดคล้องกับโรคที่เป็นอยู่ ทำให้ลูกเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น ผู้ป่วยจะดีใจมากที่หมอมาเยี่ยมและไม่ทอดทิ้ง และจากที่ผู้ป่วยเคลื่อนย้ายตัวเองไม่ได้ มีอาการอ่อนเพลีย ลูกต้องลำบากมากในการเคลื่อนย้าย ทางทีมได้ประสานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์เพื่อขอยืมเตียงปรับระดับให้ผู้ป่วยทำให้การดูแลผู้ป่วยง่ายขึ้น
ในวาระสุดท้ายของชีวิตเราได้ลงไปดูแลผู้ป่วยด้วยการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายทั้งทางด้านกาย จิตใจ และสังคม ก่อนที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตผู้ป่วยบอกกับเราว่าอยากอาบน้ำ สระผมเพราะไม่ได้สระผมมานานแล้ว พอดีกับที่เราลงไปเยี่ยมจึงช่วยกันทั้งลูกของผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ สอ. เจ้าหน้าที่ อบต. และ อสม. ได้ช่วยกันอาบน้ำ สระผมและทาแป้งให้ผู้ป่วย ผู้ป่วยรู้สึกดีใจมากและบอกกับพวกเราถึงจะตายก็ไม่มีอะไรให้ห่วงแล้ว ลูกก็โตและดูแลตัวเองได้แล้ว บ้านชั้นล่างก็สร้างแล้ว และ ณ ตอนนี้ผู้ป่วยก็มีความสุข หลังจากที่เราช่วยกันอาบน้ำให้ผู้ป่วยไปหลังจากนั้น 2-3 วันผู้ป่วยก็ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ พอเราทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ อบต. ที่ออกทำงานด้วยกันก็ได้เดินทางไปร่วมงานศพของผู้ป่วยและร่วมกันส่งผู้ป่วยขึ้นสวรรค์ การที่เราลงเยี่ยมผู้ป่วยเหมือนกับญาติพี่น้องของเรามีความผูกพันธุ์ ที่เรียกว่าการดูแลผู้ป่วยแม้วาระสุดท้าย
ผู้เขียน คุณนงคราญ ทศภูชัย นักกายภาพบำบัด
เรื่องนี้บอกเราว่า นักกายภาพบำบัดก็สามารถดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้ครับ
ไม่มีพรมแดนสำหรับงานปฐมภูมิครับ ขอให้มีใจทำ และขยันเรียนรู้