การสร้างแรงบันดาลใจ

 

  

 

 น.ส.จุรีภรณ์ เจริญเสียง 
นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี


แก้ปัญหาเกี่ยวกับ: การท้อแท้-หมดกำลังใจในการทำงาน


                    งานพัฒนาชุมชนนั้น เป็นงานที่ต้องอาศัยความสามารถเฉาะตัวในหลากหลายด้าน ถือได้ว่าเป็นสหวิทยาการคือ ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญจากวิชาหลายแขนง หลายสาขา เนื่องจากต้องบริหารจัดการทั้งงาน งบประมาณเวลา ประสานงานกับภาคีและชุมชน หากมีการบริการจัดการผิดพลาดย่อมส่งผลถึงปัจจัยดังกล่าวอย่างมาก ดังนั้น พัฒนากรควรจะฝึกการบริหารจักการปัจจัยดังกล่าวอย่างชาญฉลาด เพราะพัฒนากรคือ ผู้ที่มีบทบาทในฐานะเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงาน เป็นนักบูรณาการที่ต้องเชื่อมโยงนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ของกรมการพัฒนาชุมชน และยุทธศาสตร์จังหวัด เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบอย่างเป็น รูปธรรม ซึ่งงานพัฒนาชุมชนนั้นเป็นงานแบบ 360 รอบทิศทาง หลายมิติ จึงจำเป็นต้องมีการใฝ่รู้ และปรับตัวเพื่อให้เกิดยืดหยุ่นอย่างมีประสิทธิภาพตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องช่างสังเกต ตั้งคำถามและค้นหาคำตอบใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการตื่นตัวและก้าวให้ทันโลก ทันเหตุการณ์ ซึ่งการทำงานกับมวลชนนั้น ต้องคำนึงอยู่เสมอว่า “ต้องเอาใจเขา มาใส่ใจเรา” มักจะมีคำพูดที่เราเคยได้ยินกันเสมอว่า “ การทำงานกับมวลชนนั้นยาก” ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า “หนึ่งคน ก็หนึ่งความคิด” ดั้งนั้น ยิ่งมากคน ก็ยิ่งมากความคิดก่อให้เกิดปัญหาในการทำงานตามมา คือ “ ทำให้ถูกใจ แต่ก็ไม่ถูกต้อง” “ ทำให้ถูกต้อง แต่ก็ไม่ถูกใจ” ทำให้พัฒนากรที่เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนให้เกิดขึ้น โดยการกระตุ้นให้ชุมชนเกิดการตื่นตัวที่จะเรียนรู้ในการพึ่งตนเอง เป็นสื่อกลางระหว่างภาครัฐและประชาชน มักจะเกิดความเครียด กังวลใจและท้อแท้ หมดกำลังใจ โดยเฉพาะพัฒนากรมือใหม่ ยิ่งถ้าหากไม่เคยสัมผัสกับงานชุมชน/มวลชน มาก่อนด้วยแล้วกอปรกับลักษณะงานที่เป็นหลากมิติ แล้วละก็ย่อมคลำหาทางออกได้อย่างยากเย็น ต้องอาศัยการลองผิดลองถูกประสบการณ์ที่ได้สัมผัส และการซักถามปรึกษาปัญหาจากรุ่นพี่ที่มีความรู้สั่งสมมาและผ่านงานมาก่อนแต่ก็อีกนั้นแหละจากที่ได้กล่าวมาข้างต้น งานพัฒนาชุมชนนั้นไม่มีจุดสิ้นสุด มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาไม่มีใครยอมรับว่าตนเก่งงานพัฒนาชุมชนหรอก เพราะต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมและเหตุการณ์ต่างๆที่เข้ามาเกี่ยวข้อง และแน่นอนเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นคราใด ย่อมต้องเกิดปัญหาต่างๆตามมาครานั้น  

                    สำหรับในการสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดในการทำงาน ยามเมื่อเกิดการท้อแท้ หมดกำลังใจในการทำงานที่ข้าพเจ้าใช้อยู่เสมอนั้นมีเพรียง 3 ข้อ สืบเนื่องจากเป็นหมายในชีวิตและการทำงานทำได้ตั้งไว้ คือประชาชนเป็นสุข สุขใจที่ได้ทำงานเพื่อในหลวงและประชาชนได้ร่วมสานปณิธานของในหลวงซึ่งเทคนิค กระบวนการนี้
                    1. ใช้เวลาว่าง ( แม้จะมีเพียงน้อยนิด ) ทำใจให้สงบปล่อยใจให้เป็นอิสระไม่ยึดติดกับสิ่งใดแล้วพยายามนึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่เป็นมูลเหตุให้เราเกิดความท้อแท้ หมดกำลังใจนั้นแล้วให้เราคิดว่าเหตุการณ์นั้น คือบททดสอบความเข้มแข็งของจิตใจ, ความอดทนอดกลั้นที่เราได้ทอสอบผ่านมาแล้ว         มีคะแนนจากบททดสอบนั้นเก็บไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อไว้เปรียบเทียบกับบททดสอบที่เราจะต้องได้ทำอีกในครั้งหน้า เพื่อที่จะดูว่าคะแนนครั้งไหนมากที่สุด จะเป็นการฝึกความอดทนและเรียนรู้ที่จะพัฒนาด้วยตนเอง จะเกิดแรงบันดาลใจ มีกำลังใจที่จะทำงานต่อไป
                    2. จากปัญหาที่เกิดขึ้นในข้อ 1 นั้น ให้เรานำมาเป็นบทเรียนราคาแพงของเรา ที่จะสอนให้เราเก่งขึ้นแข็งแกร่งขึ้น และให้เราคิดว่า เราเก่งนะที่ก้าวผ่านปัญหาในจุดนั้นมาได้ด้วยตัวเอง เพราะตนเองย่อมเข้าใจปัญหาได้ดีกว่าคนอื่น และสามารถที่จะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ตรงประเด็นที่สุด กระบวนการนี้จะทำให้เราเกิดความภูมิใจว่าขนาดเจอกับปัญหาหนักๆมา เราก็สามารถที่จะผ่านมาได้ หากครั้งหน้าอาจจะต้องเจอปัญหาอื่นใด เราก็จะไม่กลัว ไม่ท้อแท้อย่างมากมายอีก เพราะเราได้เคยเจอแลก้าวผ่านปัญหาหนักมาแล้ว สามารถรับมือได้สบาย เป็นการเรียนรู้ที่จะปรับปรุงและพัฒนาตนเองเองได้ดีกว่าวิธีอื่น เพราะเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์จริง
                    3. ให้เรานึกถึงภาพของในหลวงที่ต้องทรงงานหนักเพื่อประเทศชาติ ทั้งต้องทรงบุกป่า ฝ่าดง หนทางยากลำบากสักพียงใด พระองค์ก็ยังทรงเสด็จพระราชดำเนินไปในทุกที่ทุกแห่ง และให้มอบย้อนมาที่เราบ้างในฐานะที่ทำงานเช่นเดียวกับพระองค์ท่าน  รับผิดชอบในพื้นที่ที่จำกัดที่ไม่มากมายเหมือนพระองค์ทำไมเราจึงจะทำไม่ได้ ทั้งๆที่พื้นที่ที่รับผิดชอบของเรานั้นเป็นเพียงมาตราส่วนขนาดของพระองค์เท่านั้นเองกระบวนการนี้จะเป็นแรงเสริมกำลังใจของเรายิ่งกว่ากระบวนการใดทั้งสิ้น ทำให้เรามีแรงฮึดสู้ต่อไป
          สำหรับกระบานการ 3 ข้อ ของข้าพเจ้านั้น ปัจจุบันข้าพเจ้าเองก็ยังมาใช้อยู่ทุกครั้ง เพราะปัญหาย่อมเกิดขึ้นตลอด เพราะเป็นการทำงานกับมวลชน ต้องพบเจอกับสิ่งใหม่ๆ คนใหม่ๆ ความรู้ความคิดใหม่ๆตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนมีขึ้นตลอด บางครั้งย่อมเกิดการท้อแท้ในการทำงาน เพราะเกิดความเหนื่อยและไม่ไหว ทั้งต้องทำเอกสารและลงพื้นที่ด้วยระยะเวลาอันจำกัดแบบเร่งด่วนข้าพเจ้าต้องใช้ 3 กระบวนการเป็นตัวช่วยสร้างกำลังใจและแรงบันดลใจ เพราะเมื่อได้ใช้แล้วทำให้ข้าพเจ้าสามารถมีกำลังใจในการทำงานต้องมองข้ามปัญหาและอุปสรรคที่ข้าพเจ้าสร้างขึ้นมาเองเป็นกำแพงทางความคิดปิดกั้นความสำเร็จ และการเรียนรู้ซึ่งทั้ง 3 กระบวนการ ข้าพเจ้าใช้แล้วได้ผล

 ขุมความรู้ :

  1. ต้องใฝ่รู้และปรับตัวเพื่อให้เกิดการยืดหยุ่นอย่างมีประสิทธิภาพตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
  2. ปรึกษาและเรียนรู้จากรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์
  3. ใช้เวลาว่างทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาที่เป็นมูลเหตุให้เกิดความท้อแท้
  4. คิดว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้นคือบททดสอบความเข้มแข็งของจิตใจ ความอดทนอดกลั้น
  5. นำปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียน, ประสบการณ์ชีวิต
  6. นึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ที่ทรงงานหนักมาโดยตลอดเพื่อพสกนิกรชาวไทย


แก่นความรู้ :

  1. เทคนิคการปรับตัว
  2. การคิดบวก (positive thinking)
  3. ยึดบุคคลต้นแบบในการทำงาน