วิถีชีวิตของติ๋วก็เคลื่อนคล้อย ผ่านไปทุกขณะ แต่ก็ต้องยอมรับว่า
“ไม่ค่อยได้ใส่ใจเขียนบันทึกนัก”
หลายอย่างหล่นหาย การทำงานรับใช้ครูก็ยังน้อมรับใช้ เช้านี้ตื่นขึ้นมากับข้อความสั้น ๆ ของท่าน ทิมดาบว่า
“กลับมาเล่าต่อได้แล้วนะครับอาจารย์
หวังว่าอาจารย์คงสบายดีนะครับ”
ทำให้ต้องทบทวนกับตนเอง
ไม่มีเวลาเขียนจริงรึ
เขียนไม่ไหวจริงรึ
หรือแค่ละเลย
เหตุผลที่ปรากฏ ทำให้เกิดความรู้สึกละอาย ที่ละเลย
“หน้าที่ ต่อตนเอง และเพื่อนมนุษย์ ละเลยต่อคำสัตย์ กับตนที่เคยให้ไว้”
ลุกขึ้นมาแล้วนะคะ แล้วจะค่อย ๆ ก้าวเดินต่อไป
ยิ้มยินดีกับกัลยาณมิตร แห่งพื้นที่ของ Gotoknow แห่งนี้อย่างงดงาม
(^__^)
สวัสดีครับ อาจารย์
เข้าห้องประชุมก่อนครับ
แล้วจะมาทักทายนะครับ
ติดตามอ่านเสมอ พี่โอหยิน
สวัสดีครับยามเที่ยง...ครับอาจารย์
แดดร้อน...ส้มตำเผ็ด
แต่พอกับมานั่งอ่าน ผมยิ้มแป้นคนเดียว
ผมรู้จักอาจารย์ได้อย่างไงไม่รู้ แต่ก็รู้สึกว่า เป็นพี่เป็นน้องกัน
อ่านบันทึกแล้ว ทำไมเขียนความรู้สึกในใจ กับบันทึกถึงคุณครูดีจัง
ลึกซึ้งคมคาย และแฝงด้วยความเรียบง่าย
ผมกำลังภาวนาว่า จะได้เจออาจารย์ในเร็ววัน
ถ้าไม่มีอะไรที่ไม่สามารถควบคุมได้
คงได้เจอกันครับ
ภาวนาด้วยว่า ขอให้อาจารย์เขียนต่อ
เพราะอาจารย์หลอกล่อให้ผมเขียนต่อทุกวันนี้
เพราะมีอาจารย์เป็นกัลยาณมิตรเสมอมา
ขอให้อาจารย์มีความสุขมาก ๆ นะครับ
สวัสดีครับยามเที่ยง...ครับอาจารย์
แดดร้อน...ส้มตำเผ็ด
แต่พอกับมานั่งอ่าน ผมยิ้มแป้นคนเดียว
ผมรู้จักอาจารย์ได้อย่างไงไม่รู้ แต่ก็รู้สึกว่า เป็นพี่เป็นน้องกัน
อ่านบันทึกแล้ว ทำไมเขียนความรู้สึกในใจ กับบันทึกถึงคุณครูดีจัง
ลึกซึ้งคมคาย และแฝงด้วยความเรียบง่าย
ผมกำลังภาวนาว่า จะได้เจออาจารย์ในเร็ววัน
ถ้าไม่มีอะไรที่ไม่สามารถควบคุมได้
คงได้เจอกันครับ
ภาวนาด้วยว่า ขอให้อาจารย์เขียนต่อ
เพราะอาจารย์หลอกล่อให้ผมเขียนต่อทุกวันนี้
เพราะมีอาจารย์เป็นกัลยาณมิตรเสมอมา
ขอให้อาจารย์มีความสุขมาก ๆ นะครับ