สวัสดีครับทุกท่าน อย่าลืมนะครับ ในห้วงเวลานี้เป็นโหมดการเลือกตั้ง ส.ส. การเมืองระดับชาติ มีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบเขตเลือกตั้ง น่านบ้านเรามี ๓ เขตเลือกตั้ง สื่อสารมวลชนทุกแขนงทำหน้าที่รายงานข่าวกันอย่างเต็มที่ ขณะที่นักการเมือง และผู้สนับสนุนพยายามทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน เหล่าประชาชนธรรมดาโปรดอย่าได้ปิดหู ปิดตา ไม่ยอมรับรู้หรือเรียนรู้อะไรกันเลย เป็นเรื่องน่าเสียดาย การเมืองหรือนักการเมืองไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด ในเมื่อประเทศไทยของเรามีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผ่านการมีกฎหมายสูงสุดคือรัฐธรรมนูญกันแล้วหลายฉบับ ( ยึดอำนาจแล้วก็คืนอำนาจวนไปเวียนมา ) ถือว่าเป็นประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ไม่อยากให้ประชาชนถึงกับสิ้นหวังเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง การอ่าน การคิด การติดตาม การปฏิบัติตามหน้าที่ต่าง ๆ เป็นเรื่องสำคัญ และ แสงหนึ่ง ขอพุ่งเป้าไปที่ผู้นำสำคัญอย่างยิ่งเพราะเราถือว่าผู้นำเป็นแบบอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารสูงสุดในจังหวัด คือ ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด
บทเรียนการพัฒนาบ้านเมือง เราจะไม่พูดไปไกลมากกว่าระดับจังหวัด เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัวเกินไป ด้วยเราได้เห็นการจัดสรรงบประมาณในระดับชาติ ดูอย่าง ๆ ก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะการกระจุกตัวของงบประมาณมักอยู่จังหวัดใหญ่ หรืออยู่ในจังหวัดที่มีนักการเมือง เบื้องหลังรัฐมนตรี ผู้มีอิทธิพล จังหวัดน่านบ้านเราจำเป็นต้องเจียมตัว เจียมตน อยู่กันอย่างพอเพียง มีอะไรควรค่อย ๆ พูดให้ความสำคัญกับการบูรณาการ ไม่ผูกติดกับผลประโยชน์หรือกลไลอำนาจที่มาเพียงชั่วคราวแล้วจากพวกเราไป ยังคงยืดยันไว้ว่าตามวิสัยทัศน์ อบจ.น่าน ที่กล่าวไว้ชัดเจนว่า “....น่านเมืองแห่งปัญญา ประชาคมเข้มแข็ง ฯลฯ ...." ใครจะมา ใครจะไป ไม่มีปัญหา เพียงแต่ฝากข้อคิดไว้ว่า ให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำกันได้ ผู้นำ ผู้หลัก ผู้ใหญ่ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่ได้รับคำสั่งโยกย้ายให้มาดำรงตำแหน่งที่จังหวัดน่าน หากได้รู้จักปรับตัว ปรับความคิด จะมีความสุขในการทำงาน แต่หากทำใจไม่ได้ท่านจะมีความรู้สึกทุกข์ใจอย่างยิ่ง ยังไม่สายที่จะได้ปรับเนื้อ ปรับตัวกัน
ผู้อ่านทุกท่านครับ ตั้งใจให้ทุกท่านเรียนรู้ รับรู้เรื่องความเอาใจใส่ของผู้หลัก ผู้ใหญ่โดยหยิบยกตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดน่านมาเป็นบทเรียน น่านบ้านเรามีผู้มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดร่วม ๔๕ ตำแหน่ง มักมีเสียงบ่นกันอยู่เสมอว่า ไม่ส่งผู้ว่ามาเกษียณก็ส่งมาไม่นานให้มาขึ้นตำแหน่งแล้วโยกย้ายไปจังหวัดอื่น หรือไม่ก็ส่งคนไม่เต็มใจมา ๆ แต่ตัวประมาณนั้น ในระยะหลังน่านบ้านเรามีผู้ว่าราชการจากจังหวัดใหญ่เช่นอย่างล่าสุด นายเสนีย์ จิตตเกษม ย้ายมาจาก จ.ชลบุรี บ้านเกิดของท่านมาไกล มาจังหวัดทางภาคเหนือที่ท่านไม่คุ้ยเคยนัก จากจังหวัดที่มีงบประมาณมากมายมาอยู่จังหวัดที่มีงบประมาณไม่มากนัก นักวิจารณ์ให้ความเห็นกันมากมาย ในเวทีสาธารณะ นายเสนีย์ จิตตเกษม พูดชัดเจนว่า ไม่รู้สึกเสียใจที่ได้คำสั่งโยกย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดน่านพร้อมทำงานได้ทันทีมีอะไรสื่อสารมาว่าต้องการให้ผู้ว่ารับใช้ทำงานบริหารบ้านเมืองอย่างไร เรียกได้ว่าเปิดใจกว้าง ท่านยังพูดถึงครอบครัวฐานชีวิตว่า คุณปู่ - คุณพ่อเป็นครูประชาบาล ส่วนคุณแม่เป็นชาวนา มีความเข้าใจชีวิตรากแก้ว – รากหญ้าดี ท่านและสมาชิกครอบครัวมีสุขภาพกายและจิตใจดี
ในฐานะประชาชนเช่นเดียวกับผู้อ่านทุกท่าน แสงหนึ่งและเพื่อนผองน้องพี่ได้ติดตามการปฏิบัติราชการของ นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ที่น่าสนใจท่านเป็นคนเรียบง่าย สื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจได้ง่าย เป็นคนเอาใจใส่ในหน้าที่การงานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุกเช้าวันอังคารตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐-๐๗.๐๐ นาฬิกา ที่คลื่นเอฟ เอ็ม ๙๔.๗๕ และวิทยุชุมชนอีกหลายแห่ง รวมทั้งเคเบิลทีวี วิทยุบนอินเทอร์เน็ต ได้ถ่ายทอดเสียงของนายเสนีย์ จิตตเกษม ที่ตื่นแต่เช้ามาจัดรายการกันสด ๆ หากนับถือวันอังคารที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔ รายการผู้ว่ามาแล้ว จัดมาเป็นครั้งที่ ๓๕ มีการบันทึกเทปเพียง ๒ ครั้ง ในจำนวน ๓๓ ครั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านท่านนี้เดินทางมาที่ สวท.น่าน พบประชาชนทางบ้านแบบสด ๆ ทำการบ้านดี มีทีมงานดี สื่อสารดี ขอแสดงความชื่นชมยกย่อง เนื้อหาสาระในการพูดจาเกริ่นก่อนเกี่ยวกับ วันนี้ในอดีต ทีมเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จะคอยแสดงหาข้อมูลให้แก่ท่าน เพื่อรายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดน่านว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาไปทำงานอะไรมา เท่าที่ติดตามรายการนี้อยู่ในความสนใจและมีคุณค่า คุณประโยชน์ หรือท่านจะทักทายผู้ว่าท่านนี้ได้ที่สายตรง WWW.NAN.GO.TH อีกแห่งหนึ่งที่ SENI ใน FACBOOK.COM ได้อีกช่องทางหนึ่งครับ @ http://www.nan.go.th/webjo/index.php?option=com_content&view=category&layout=blog&id=50&Itemid=76 ขอเชิญคลิ๊กรับชมภาพและเสียงย้อนหลังได้ครับตามลิ๊งค์