เกิดประโยชน์ในทางปลูกฝังความสามัคคีระหว่างเพื่อนบ้านในอาชีพเดียวกัน

                                         เพลงพื้นบ้าน

การเล่นเพลงพวงมาลัย
      การเล่นเพลงพวงมาลัยนิยมเล่นทางจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี  เพชรบุรี  และประจวบคีรีขันธ์   สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดเพชรบุรี  มักเล่นในงานเทศกาลต่างๆ เช่น งานลอยกระทงวันเพ็ญเดือนสิบสอง    งานผ้าป่ากฐิน งานสงกรานต์  งานโกนจุก  บวชนาค  โดยมากมักจะร้องควบคู่กันไปกับการเล่นกีฬาพื้นเมืองอย่างหนึ่ง  คือ   “ช่วงชัย”  ถ้าปาลูกช่วงถูกผู้ใดผู้นั้นจะต้องรำ  ฝ่ายหญิงถูกรำ  ฝ่ายชายก็ร้องเป็นเชิงเกี้ยว  ถ้าฝ่ายชายต้องรำ ฝ่ายหญิงก็มักจะร้องว่าต่างๆแต่บางทีก็ร้องเป็นแบบโต้ตอบ    ไต่ถามบ้านช่องและอาชีพของ

เพลงเกี่ยวข้าว

         นอกเหนือจากความสนุกสนานแล้ว ยังเกิดประโยชน์ในทางปลูกฝังความสามัคคีระหว่างเพื่อนบ้านในอาชีพเดียวกัน การสมาคมระหว่างชายหญิงตลอดจนทำให้เกิดนิสัยรักในทางกาพย์กลอน ฝึกให้เป็นคนเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบอีกด้วย

เพลงปฏิพากย์

          การเล่นที่เกี่ยวเนื่องกับการทำนา การเล่นในเทศกาลงานบุญ ตรุษ สงกรานต์ และการเล่นในฤดูน้ำหลาก มักเรียกการละเล่นพื้นเมืองนี้ว่าเป้น การเล่นเพลง การเล่นเพลงที่เกี่ยวเนื่องจากการทำนาก็เป็นการเล่นตามขั้นตอนการเก็บเกี่ยว ได้แก่ เพลงเกี่ยวข้าว เพลงนา เพลงเต้นกำรำเคียว เพลงรำเคียว เพลงชักกระดาน เพลงพาดควาย เมื่อหมดฤดูทำนาก้มักจะเล่นเพลงปฏิพากย์ ได้แก่ เพลงฉ่อย เพลงเรือ เพลงปรบไก่ เพลงชาวไร่ หรือระบำชาวไร่ เพลงพวงมาลัย เพลงอีแซว เพลงลำตัด เพลงเหย่อย เพลงเทพทอง เพลงไก่ป่า และยังมีอีกมากแต่ปัจจุบันได้ล้าสมัยและสูญหายไปเป็นส่วนใหญ่

 เพลงฉ่อย

     ประวัติความเป็นมาของเพลงฉ่อย
     เพลงฉ่อยเป็นเพลงพื้นบ้าน  บทกลอนที่ใช้ร้องเป็นแบบเดียวกับเพลงเรือวิธีเล่นจะรวดเร็วกว่าเพลงเรือ  นิยมแสดงในจังหวัดสุพรรณบุรี  อ่างทอง  และสิงห์บุรี                         

      การเล่นเพลงฉ่อย  จะมีการปรบมือให้จังหวะ  เนื้อเพลงนั้นคล้ายกับ  เพลงพวงมาลัยและเพลงนี้ก็จะต้องจบลงด้วยสระไอทุกคำกลอนเช่นกัน  แต่เมื่อจะถึงบทเกี้ยว  ลักษณะเพลงจะคล้ายเพลงเรือลูกคู่นอกจากจะคอยปรบมือให้จังหวะแล้ว  ก็จะต้องรับตอนจบว่า
          “ชา  เอ๋  ฉา  ชา  หน่อย  แม่  เอย”
     
     วิธีเล่นเพลงฉ่อย
     ผู้แสดง  แบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายชายและฝ่ายหญิง  มีพ่อเพลงและแม่เพลง  เริ่มด้วยการไหว้ครู  ใช้กลอนเพลงอย่างโคราช  การร้องจะมีต้นเสียงและลูกคู่ร้องรับ   ดนตรีใช้การตบมือเป็นจังหวะ
การเล่นเพลงฉ่อยนั้นได้แยกแยะวิธีการเล่นออกไปอีกหลายอย่างโดยคิดผูกเป็นเรื่องสมมติขึ้นเพี่อหาทางใช้วาทศิลป์ได้แปลก ๆ เช่น  ชุดสู่ขอ  ลักหาพาหนี  ตีหมากผัว  และเชิงชู้เป็นต้น