...พระท่านสอนว่าการยึดติดในตัวตนทำให้เกิดทุกข์ ทำให้เขามาขบคิดว่าเขาจะปล่อยวางสิ่งที่ยึดติดอย่างไรดี เพื่อความทุกข์ที่รุมสุมตัวเขาจะหมดไปบ้าง
...สิ่งแรกที่เขาอยากปล่อยคือการยึดติดตัวตนเอง
...เขาไม่ใช่เขา เป็นเพียงก้อนทุกข์ที่รวมกันเพื่อรอวันสลายตัวไปเป็นธาตุอื่น
...เขาไม่ใช่เขาแล้วเขาจะทำงานไปเพื่อใคร เพื่ออะไร ในเมื่อการทำงานก็เป็นทุกข์
....ทำไมเขาถึงทุกข์กับการทำงาน
เพราะจริงจังเกินไป
เพราะคิดว่าตัวเองต้องไปรับรู้เรื่องราววุ่นๆยุ่ง
เพราะตัวเองต้องเหนื่อยกับงานนั้นๆ
ต้องทำงานก็เพราะมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ
เพราะ.....
...มันก็วนกลับมาหาตัวเขาอีก
...เขาเริ่มคิดหาวิธีปล่อยการยึดติดตัวเอง
มีผู้รู้เคยกล่าวว่าการทำงานคือการปฏิบัติธรรม
...เขากำหนดความรู้สึกตัวขณะทำงาน โดยดึงจิตออกมาข้างนอกปล่อยให้กายมันทำงานไปตามงานนั้นๆ ไม่ว่าจะอ่านงาน สนทนา ลงมือทำ เดิน นั่ง คิด เขา พยายามกำหนดรู้ให้ตลอดเวลา
...วันนั้นเวลาหมดไปเร็วมาก เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานเลยในวันนั้น
และเขาก็รู้ว่าทำไมเขาต้องทำงานอยู่อีกในเมื่อ ตัวเขาไม่ใช่เขา
...เขาไม่ได้ทำงานเพื่อตัวเขา แต่ให้คิดว่างานนั้นคือการปฏิบัติธรรม เป็นการทำทานในขณะทำงาน ทำเพื่อครอบครัวและคนอื่นๆ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง เพราะตัวเขาไม่ใช่เขา
...เขาจะทำงานในปัจจุบันขณะเพื่อให้คนอื่นๆมีความสุข โดยรู้สึกตัวทั่วพร้อม น่าจะเป็นวิธีปล่อยวางจิตที่ยึดติดตัวเองได้บ้าง
...เพราะตัวเขาไม่ใช่เขา
พระท่านสอนว่า
ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา
ขอบคุณ Poo . ที่ให้กำลังใจครับ
เพราะทุกอย่างที่เราห็น
ที่เราเป็น
ที่เราทำ
ล้วนเป็น "อนัตตา"
ขอบคุณครับ KRUDALA
แต่การจะรู้สึกตัวในปัจจุบันขณะให้ได้ตลอด ยากจริงๆครับ