หากใครได้มีโอกาสรู้จักครูประชาบาล หรือเคยเป็นครูประชาบาลมาก่อน ก็ขอให้รับรู้ว่า ผู้เขียนนับถือน้ำใจ และบูชาอุดมการณ์ของครูประชาบาลทุกคนค่ะ

  จำได้ว่าชีวิตของผู้เขียน มีความประทับใจครู นับตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนชั้นประถม ผู้เขียนรู้สึกว้าเหว่ ต้องเข้าห้องเรียนลำพัง ไปเจอเพื่อนแปลกหน้า บางครั้งก็พาลงอแง แต่ครูก็มาคอยปลอบคอยดูแล บางครั้งก็อุ้มด้วย ครูประถมปีที่หนึ่งคนแรกของผู้เขียน ชื่อคุณครูประเสริฐ  ปราณีพฤกษ์ ใจดีมาก และต่อๆมา ผู้เขียนก็รักคุณครูทุกคน ที่หมุนเวียนกันมาสอน มาสั่งให้ได้วิชาสีบต่อมาจนเติบโต แต่ชีวิตช่วงเป็นเด็กชนบทนั้น ประทับในความทรงจำมากที่สุด

   ถ้ามีใครเจ็บป่วย คุณครูจะปั้นจักรยานไปเยี่ยม ใครหายไปไหน คุณครูรู้หมด การสอนในสมัยนั้น ก็ครบถ้วนทีเดียว เวลาเดินกลับบ้าน ก็ให้เดินเป็นแถวจนถึงบ้าน ทำได้อย่างไรก็ยังงงอยู่ ถึงบ้านใคร ก็แยกจากแถวเข้าบ้านไป เพื่อนๆ ก็โบกไม้โบกมือร่ำลานิดหน่อย ให้รับรู้ว่า ใครออกจากแถวไปแล้ว ระยะทางเป็นกิโลเมตร บางครั้ง ก็ 2-3 กิโลเมตร เราก็ยังเดินเป็นแถว

  ถ้าระหว่างทางเดิน เกิดเจอครู ก็ให้หยุดสวัสดี ยกมือไหว้ ถ้าเจอพระสงฆ์ต้องนั่งลงกับพื้นกราบเลย นี่คือครูประชาบาลที่สั่งสอนผู้เขียนมา

 เด็กๆสมัยนั้นก็มีความกตัญญูต่อครู  พ่อแม่จะให้ลูกๆที่อยู่ใกล้โรงเรียน ไปช่วยครูทำความสะอาดบ้านบ้าง ช่วยกันเข็นน้ำจากบ่อที่ในหมู่บ้านมาให้ครูบ้าง ฟังแล้วเหมือนกำลังเล่าภาพยนต์สักเรื่องหนึ่ง แต่ขอบอกว่านี่คือชีวิตจริงๆ ที่ผู้เขียนจดจำได้ชัดเจนเสมอมา

  ครั้งแรกที่รับราชการในหมู่บ้านชนบทผู้เขียนก็จะมีเพื่อนข้าราชการ ที่รู้จักกันดี ก็คือครูนี่เอง เพราะเราต้องพักที่บ้านพักซึ่งราชการจัดให้เหมือนกัน ครั้งนั้นเขาก็ยังเรียกครูประชาบาลกันอยู่ แต่ต่อมาเขาก็เปลี่ยนไป เป็นอะไรบ้างก็จำไม่ค่อยได้จนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตครูก็เปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย การทำงานยังไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่รู้ว่าระบบทำให้ครูเหนื่อยขึ้น มีการประเมิน การวัดผล การสอบอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น ชีวิตครูก็คงจะเปลี่ยนไปเพราะตรงนี้มากกว่า

  คิดถึงครูประชาบาล กับหมออนามัย ที่กำลังจะเลือนหายไปจากสังคม เพราะการเปลี่ยนชื่อองค์กร เปลี่ยนสรรพนามต่างๆนาๆ แต่ก็อยากบันทึกถึงครูกับภารกิจประชาบาลเหมือนเดิม

 คิดถึงเพราะถ้าวันนั้น ครูประชาบาลไม่กล่อมเกลาผู้เขียนไว้ ผู้เขียนก็คงเป็นแค่เด็กบ้านนอก คอกนา ที่ไม่รู้ประสา ไม่เคยได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมที่ต้องทำต่อผู้มีพระคุณ อาจรวมไปถึงไม่มีอาชีพอย่างในปัจจุบัน และที่สำคัญผู้เขียนก็จะไม่ได้เห็นแบบอย่าง ครูผู้มีอุดมการณ์ของผู้เขียนหลายๆคน ที่ทนลำบากอยู่ชนบท และสอนหนังสือคนละหลายชั้น แต่ลูกศิษย์ก็อ่านออกเขียนได้ทุกคน

  หากใครได้มีโอกาสรู้จักครูประชาบาล หรือเคยเป็นครูประชาบาลมาก่อน ก็ขอให้รับรู้ว่า ผู้เขียนนับถือน้ำใจ และบูชาอุดมการณ์ของครูประชาบาลทุกคนค่ะ

ฟังเพลงครูประชาบาล และรำลึกถึงคุณครู ด้วยดาวงใจกันค่ะ