0503 103 Internet for Learning
ยกตัวอย่างของการใช้เครือข่ายของอินเตอร์เน็ตเพื่อการศึกษา
1. E-learning (Electronic-learning)
2. E-Book (Electronics-book)
3. E-Library Centre (Electronics-Library Centre)
4. E-Teacher (Electronics-Teacher
1. E-learning (Electronics-learning)
E-learning หมายถึง การเรียนรู้โดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์
เครือข่ายสัญญาณผ่านดาวเทียม เครือข่ายคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้เรียน
สามารถศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ตามเนื้อหาที่ต้องการและสนใจ เช่น
หลักสูตรการเรียนการสอนวิชาสามัญ และวิชาชีพ ความรู้ทั่วไปทั้งทางด้านสารคดี และบันเทิงคดีกิจกรรมการเรียนการสอนที่หน่วยงานทางการศึกษาที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ได้จัดกิจกรรมผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่โครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมของกรมสามัญศึกษากรมการศึกษานอกโรงเรียน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และมหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือโครงการการเรียนการสอนแบบปฏิสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
2. E-Book (Electronics-Book)
E-Book หมายถึง การเก็บเนื้อหาความรู้ต่างๆ อาทิ เช่น เนื้อหาทางวิชาการ สารคดีและบันเทิงคดีในรูปแบบข้อความอิเล็กทรอนิกส์ อยู่บนเว็บเพ็จ โดยผู้เรียนสามารถเปิดศึกษาจากคอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือบันทึกลงบนแผ่นซีดีรอม ซึ่งเปิดศึกษาโดยใช้เครื่องเล่นซีดีรอมหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบันนี้หนังสือประเภทต่างๆได้มีการผลิตบันทึกเนื้อหาลงบนแผ่นซีดีง่ายต่อการจัดเก็บรักษาและสะดวกต่อการพกพาที่จะนำไปศึกษานอกสถานที่
นายดนุพล นาราช รหัสนิสิต 51010514558 1 ETC
0503 103 Internet for Learning
3.E-Library Centre (Electronics-Library Centre)
E-Library หมายถึง ห้องสมุดกลางอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดเก็บเฉพาะเอกสารสิ่งพิมพ์ในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น เช่นเทปคาสเซ็ต ม้วนวีดิทัศน์แผ่นซีดี โดยให้ผู้ที่เป็นสมาชิกห้องสมุด หรือ ผู้สนใจสามารถศึกษาสาระเนื้อหา ทั้งวิชาการ สารคดีและบันเทิงคดีโดยนำมาเปิดศึกษาจากเครื่องเล่นซีดีรอม หรือเครื่องคอมพิวเตอร์รวมทั้งศึกษาจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ขณะนี้ห้องสมุดมหาวิทยาลัย ส่วนมากจัดให้มีบริการการสืบค้นผ่านอินเทอรเน็ตโดยไม่ต้องมาที่ห้องสมุด
4.E-Teacher (Electronics-Teacher)
E-Teacher หมายถึง การใช้Web-based Course ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นสื่อดำเนินการจัดกระบวนการเรียนการสอน พร้อมทั้งประเมินผลการเรียนรู้ได้ทันทีโดยเริ่มจากการศึกษาหาความรู้ในเนื้อหาที่อยู่บนเว็บไซต์การถามตอบทางระบบกระดานถาม-ตอบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งทำแบบทดสอบพร้อมแสดงผลประเมินผลของเนื้อหาทันทีเมื่อทำแบบทดสอบเสร็จตามเวลาที่กำหนด ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้จัดโครงการการเรียนการสอนแบบปฏิสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ชุดภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาอาชีพ โดยครูผู้สอนเป็นโปรแกรมบทเรียนทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นๆที่ใช้บันทึกเนื้อหา และวิธีการเรียนการสอน เช่น เทปคาสเช็ค เทปวีดิโอ และแผ่นซีดีรอม เช่น โปรแกรมการเรียนการสอนในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จากเทปวีดิโอ หรือแผ่นซีดีรอมโปรแกรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของ Follow me เป็นต้น
นายดนุพล นาราช รหัสนิสิต 51010514558 1 ETC
0503 103 Internet for Learning
เทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำให้ระยะทางไร้ความหมาย การขนส่งข้อมูลทำการจำนวนมากทำได้รวดเร็ว ผู้เรียนสามารถเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยได้มาก ด้วยเหตุนี้ระบบการศึกษาของหลายแห่งจึงต้องปรับตัวและพัฒนา เพื่อนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการศึกษาหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา อินเทอร์เน็ตก็มีจุดเริ่มต้นจากการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน ช่วยในเรื่องการใช้ข้อมูลทำการงานวิจัยร่วมกัน และพัฒนาต่อมาจนเป็นเครือข่ายการศึกษา และขยายตัวจนกลายเป็นเครือข่ายของโลกและใช้งานครอบคลุมทุกด้านหากจะดูข้อมูลสถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ทำการสำรวจโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติพบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่กว่า 70 เปอร์เซ็นต์อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนและใช้ในสถานศึกษาของตนเอง การใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ยังอยู่ในกรอบอิสระที่เป็นเรื่องความบันเทิงเป็นหลักแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่8 เป็นการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์เป็นหลัก จากแผนพัฒนาดังกล่าวเน้นให้รัฐบาลมีนโยบาย การศึกษาภาคบังคับ เพื่อให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับ 12 ปี ประชากรไทยมีประมาณ 61 ล้านคนโดยประมาณ จะมีเด็กไทยเข้าสู่ระบบการศึกษาปีละประมาณหนึ่งล้านคน เมื่อรัฐบาลมีเป้าหมายที่ให้เด็กทุกคนเข้าสู่ระบบภาคศึกษาบังคับ 12 ปีซึ่งหมายถึงจะมีนักเรียนจบมัธยมปีที่6 ถึงปีละประมาณล้านคน
นายดนุพล นาราช รหัสนิสิต 51010514558 1 ETC
0503 103 Internet for Learning
จากสถิติการรับเข้าศึกษาต่อในระบบมหาวิทยาลัยของรัฐ (Entrance) ในปีที่ผ่าน
ๆ มา มหาวิทยาลัยที่รับโดยการสอบผ่านทบวงมีเพียงประมาณปีละ 60,000 คนหากตัวเลขยังเป็นเช่นนี้ย่อมเกิดปัญหาในเรื่องการเข้าสู่มหาวิทยาลัยของเด็กไทยในอนาคต หากรัฐบาลมีการวางแผนและหาทางเตรียมการ เพื่อผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถสูงให้ได้มากขึ้นและใช้ต้นทุนที่น้อยลง การดำเนินการเช่นนี้ก็จะเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม วิธีการที่เหมาะสมยิ่งในปัจจุบันคือ การใช้ไอทีเข้ามาช่วยจัดการศึกษาและดำเนินการ
การสร้างวิทยาเขตสารสนเทศ
เมื่อรัฐบาลขาดแคลนงบประมาณลงทุน ขาดแคลนทรัพยากรในเรื่องบุคลากร โดยเฉพาะจำนวนอาจารย์ผู้สอน มีปัญหาเรื่องเวลา เพราะการสร้างอาจารย์ผู้สอนที่มีคุณภาพย่อมต้องใช้เวลา และใช้เงินลงทุนที่สูงมาก เมื่อเป็นเช่นนี้แนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงต้องขยายโอกาสโดยการสร้างวิทยาเขตใหม่ในท้องที่ห่างไกล และใช้ไอทีช่วยวิทยาเขตใหม่เพื่อลดต้นทุนรวม เพื่อลดระยะเวลา เน้นเรื่องคุณภาพและสร้างโอกาสให้กับเด็กในที่ห่างไกล วิทยาเขตสารสนเทศจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
การสร้างวิทยาเขตสารสนเทศเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
นายดนุพล นาราช รหัสนิสิต 51010514558 1 ETC
0503 103 Internet for Learning
วิทยาเขตสารสนเทศ จึงเป็นมหาวิทยาลัยในภูมิภาค เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เข้าถึงได้ง่าย ใช้ค่าใช้จ่ายน้อย ลดปัญหาทางด้านสังคม ที่ผู้ปกครองต้องส่งบุตรหลานมาแย่งกันเรียนในกรุงเทพ ลดปัญหาทางด้านภูมิประเทศ และเน้นให้ได้มาตรฐานและคุณภาพเท่าเทียมกับมหาวิทยาลัยหลักวิทยาเขตสารสนเทศจึงเชื่อมโยงและบริหารจัดการโดยวิทยาเขตแม่เพื่อนำทรัพยากรต่าง ๆ ตลอดจนประสบการณ์การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยหลักเข้ามาใช้โดยเน้นให้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีระบบห้องเรียนทางไกล โดยใช้ทรัพยากรบุคคลร่วมกัน ใช้ระบบดิจิตอลหลายอย่างเข้าช่วย เช่นดิจิตอลไลบรารีใช้ระบบการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายแบบต่าง ๆ เน้นให้อาจารย์และผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด ทั้งแบบซิงโครนัสผ่านเครือข่ายและไม่ผ่าน รวมถึงระบบอะซิงโครนัสด้วย
ยูนิเน็ตเป็นเครือข่ายที่ทำให้ใช้ทรัพยากรร่วมกัน
ทบวงมหาวิทยาลัยตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ในการกระจายโอกาสทางการศึกษาไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทบวงฯได้ส่งเสริมนโยบายการกระจายวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปยังส่วนภูมิภาคปัจจุบันมีจำนวนสถาบันอุดมศึกษาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งสิ้น 195 แห่ง โดยอยู่ในกรุงเทพมหานคร 68 แห่ง ที่เหลือ 127 แห่งกระจายอยู่ในส่วนภูมิภาค เฉพาะของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีวิทยาเขตกระจายออกไป เช่น วิทยาเขตกำแพงแสนวิทยาเขตศรีราชา วิทยาเขตสารสนเทศสกลนคร วิทยาเขตสารสนเทศกระบี่วิทยาเขตสารสนเทศสุพรรณบุรี และวิทยาเขตสารสนเทศลพบุรีนโยบายวิทยาเขตสารสนเทศของทบวงมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของ
นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาการศึกษาในท้องถิ่น เพื่อตอบสนองการพัฒนาการศึกษาและสังคมของประเทศในการแก้ปัญหาทางด้านการลงทุนโดยรวม และแก้ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรต่าง ๆ เช่นทรัพยากรบุคคล ทบวงฯ จึงเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาโดยใช้ระบบการศึกษาและจัดการศึกษาผ่านระบบสารสนเทศ โดยเน้นการดำเนินการและจัดการอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานวิชาการ
นายดนุพล นาราช รหัสนิสิต 51010514558 1 ETC
0503 103 Internet for Learning
ทบวงมหาวิทยาลัยจึงได้เสนอโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรี และได้รับการอนุมัติ เมื่อวันที่8 ตุลาคม 2539 โดยมีมติให้
ดำเนินการวิทยาเขตสารสนเทศ ใน 31 จังหวัด และสร้างสถาบันเทคโนโลยีชั้นสูง 3 จังหวัด และขยายพื้นที่การสอน 3 จังหวัด พร้อมกับอนุมัติงบประมาณปี 2540-2544 เพื่อสร้างองค์กรอิสระในการบริหารจัดการเครือข่ายสารสนเทศ เพื่อพัฒนาการศึกษา ซึ่งก็คือการพัฒนา UniNet
เป้าหมายของยูนิเน็ต
เครือข่ายยูนิเน็ต
ทบวงมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการ และกำหนดเป้าหมายสร้างเครือข่ายยูนิเน็ต โดยเริ่มสร้างเครือข่ายมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 โดยเน้นสร้างเครือข่ายความเร็วสูงเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย สถาบันและวิทยาเขตทุกแห่ง เครือข่ายยูนิเน็ตมีลักษณะพิเศษคือ ภายในกรุงเทพเชื่อมด้วยเทคโนโลยีATM ด้วยความเร็ว 155 Mbps และส่วนภูมิภาคเชื่อมด้วยสายวงจรเช่าความเร็ว 2 Mbps
นายดนุพล นาราช รหัสนิสิต 51010514558 1 ETC
0503 103 Internet for Learning
ขณะเดียวกันก็สร้างเป้าหมายพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง และให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งนำเครือข่ายภายในของตนเชื่อมเข้าสู่ยูนิเน็ต เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น ระบบห้องสมุดดิจิตอล ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบมัลติมีเดีย ระบบวิดีโอออนดีมานด์ ระบบศูนย์กลางศึกษาด้วยตนเองยูนิเน็ต ยังเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงด้วย VCS-Vidio Conference Systemเพื่อจัดให้มีห้องเรียนทางไกลในวิทยาเขตสารสนเทศ ทำให้การเรียนการสอนผ่านเครือข่ายไปยังวิทยาเขตห่างไกลได้ง่าย เพื่อให้มีข้อมูลสื่อสารตอบสนองผู้ใช้ได้มากขึ้น ทบวงมหาวิทยาลัยจึงมีโครงการพัฒนาเนื้อหาและวิชา ที่ใช้ในการเรียนการสอนร่วมกัน เพื่อให้มีเนื้อหาที่เหมาะสมกับการใช้ในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับเครือข่ายยูนิเน็ต
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอบสนองนโยบายการสร้างวิทยาเขตสารสนเทศ โดยได้ดำเนินการเป็นรูปธรรมแล้วที่วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร เป็นวิทยาเขตสารสนเทศที่มีการเชื่อมโยงผ่านยูนิเน็ต วิทยาเขตศรีราชาเน้นเชื่อมโยงผ่านยูนิเน็ตเช่นกัน นอกจากนี้กำลังดำเนินการที่วิทยาเขตลพบุรีสุพรรณบุรี และกระบี่
การเรียนการสอนทางไกลผ่านเครือข่ายแบบสองทาง
ทำให้การดำเนินการการเรียนการสอนเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์
นายดนุพล นาราช รหัสนิสิต 51010514558 1 ETC
0503 103 Internet for Learning
เพื่อให้ระบบทางเทคนิคและการบริหารจัดการเครือข่ายมีเอกภาพ การวางเครือข่ายที่วิทยาเขตสารสนเทศ จึงเชื่อมเข้าหาเป็นเครือข่ายร่วมกันโดยใช้เทคนิคVPN-Vitual Private Network ผ่านทางยูนิเน็ต ระบบการใช้งานจึงทำให้ผู้อยู่ที่สกลนครเสมือนร่วมเป็นเครือข่ายเดียวกับเครือข่ายนนทรีในการจัดการทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกัน เช่น การเรียกเข้าหาห้องสมุดตลอดจนฐานข้อมูลดิจิตอลที่มีการจัดซื้อและกระจายการใช้งาน การจัดการเครือข่ายจึงต้องกระจายหมายเลข IP ของมหาวิทยาลัยคือ 158.108.x.x ไปที่ เครือข่ายวิทยาเขตสารสนเทศด้วย ทำให้ทุกวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์การใช้ทรัพยากรร่วมกันได้
เครือข่ายนนทรีเชื่อมกับยูนิเน็ตและไทยสาร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงเป็นมหาวิทยาลัยหนึ่งที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาลและพัฒนาระบบการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อคุณภาพการศึกษาของนิสิตมหาวิทยาลัย เพื่อนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการศึกษา
นายดนุพล นาราช รหัสนิสิต 51010514558 1 ETC