นเรื่องเดียวกัน ระบุเพิ่มเติมว่า ลำดับเจ้าผู้ครองเมืองพะเยา ยุคต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๒ จากราชวงศพระร่วง ราชวงศ์มังราย และราชวงศ์เวียงพร้าว (สายเจ้าหมื่นเมืองเวียงพร้าว) จากจารึกเมืองพะเยา จากพงศาวดารโยนก จากตำนานพระเจ้าตนหลวงเมืองพะเยา และจากการรวบรวมของอาจารย์พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ โดยเริ่มจากพระญายุทธิษฐิระ (ปีพุทธศักราชที่ลงไว้เป็นการประมาณทั้งสิ้น)
การวิเคราะห์และ บทสรุป
ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นศิษย์ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมวิมลโมลี ได้ศึกษาค้นคว้างานของพระเดชพระคุณท่านอยู่หลายเล่ม ซึ่งแต่ละเล่มเป็นผลงานของลูกศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อนำไปคัดลอกแล้วลงชื่อเป็นพระเดชพระคุณท่าน เท่าที่ได้ศึกษามามีความคลาดเคลื่อนกันมากพิมพ์ตก ๆ หล่น ๆ ขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้างจนทำให้ข้อมูลที่มาจากฐานความรู้เดียวกันแต่ขาดการตรวจทาน จึงทำให้ผิดพลาดอยู่หลายจุด
หนังสือเหล่านั้นบางส่วนแม้จะอยู่เล่มเดียวกันข้อมูลที่ได้ก็ต่างกัน เช่น ตำนานพระธาตุจอมทองบรรทัดหนึ่งบอกบรรจุพระพาหาด้านซ้าย ต่อมาอีกสองบรรทัดบอกบรรจุพระพาหาด้านขวา หรือเล่มเดียวกันแต่อยู่คนละประเด็น ข้อมูลก็เพี้ยนกันมากก็มี
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอแสดงความคิดเห็นในสองประเด็น กล่าวคือ
๑.ประเด็นเรื่องความคลาดเคลื่อนกัน
๒.ประเด็นข้อเท็จจริง คือความเป็นไปได้ของตำนานซึ่งเมื่อศึกษาไปแล้วทำให้ข้อมูลที่ได้รับเมื่อตรวจสอบอาจจะเป็นคนละประเด็นกันก็ได้ ดังข้าพเจ้าจะได้วิจารณ์ต่อไป
ประเด็นที่หนึ่ง ความคลาดเคลื่อนของเนื้อหา
เรื่องความคลาดเคลื่อนของเนื้อหานั้น เป็นประเด็นที่สำคัญยิ่งเพราะการเข้าใจเอาเอง หรือเป็นเพราะการจดจำที่คลาดเคลื่อน ซึ่งจะขอยกเอามาแสดงเป็นลำดับต่อไป
ประเด็นที่หนึ่ง เรื่องจำนวนดินกี่ (อิฐ) สร้างองค์พระ ทั้งตายายลงมือปั้นเองรวมทั้งจ้างคนอื่นปั้น หนังสือแต่ละเล่มระบุไว้ต่างกันคือในตำนานพระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงพะเยา หนังสือประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา พิมพ์ปี ๒๕๓๘ หน้า ๔๐๘ ระบุ ๔๐๐,๐๐๐ ก้อน
ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ในหัวข้อวัดศรีโคมคำ (พระเจ้าตนหลวง) หน้า ๓๙๕ ระบุ ๑๐๐,๐๐๐ ก้อน จึงทำให้เกิดความสับสนอยู่มาก
เมื่อข้าพเจ้าไปกราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมวิมลโมลี ผู้ปริวรรตเรื่องดังกล่าวนี้มาแต่เดิม ท่านให้ทัศนะว่าหากความไม่ลงลอยกันให้ยึดตามตำนานพระเจ้าตนหลวง คือจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ ก้อน
ประเด็นที่สอง ในเรื่องพระพุทธลักษณะ มีข้อขัดแย้งกัน ๒ จุดคือ ในตำนานพระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงพะเยา หนังสือประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา พิมพ์ปี ๒๕๓๘ หน้า ๔๐๙ ระบุลำพระศอยาว ๒ ศอก กลม ๓ วา , ระบุระหว่างพระอุระกว้าง ๒ วา
หนังสือวัดศรีโคมคำ (พระเจ้าตนหลวง) พิมพ์ปี ๒๕๔๓ หน้า ๑๐๓ ระบุลำพระศอยาว ๓ ศอก ๓ วา, ระบุว่าระหว่างพระอุระกว้าง ๒ ศอก
เรื่องนี้เมื่อตรวจสอบในที่ต่าง ๆ แล้ว และที่สำคัญพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมวิมลโมลี และอาจารย์พระครูปริยัติกิตติคุณ รองเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ ได้ยืนยันว่า ลำพระศอยาว ๒ ศอก กลม ๓ วา, ระหว่าพระอุระกว้าง ๒ วา ถูกต้อง
ประเด็นที่สาม เรื่องหน้าตักและส่วนสูงของพระเจ้าตนหลวง ยังมีความไม่กระจ่างและมีความสับสนมากในหนังสือวัดศรีโคมคำ (พระเจ้าตนหลวง) พิมพ์ปี ๒๕๔๓ หน้า ๙๖ ระบุหน้าตักกว้าง ๑๖.๐๐ เมตร สูง ๑๘.๐๐ เมตร
ในเรื่องเดียวกัน หนังสือประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา หน้า ๓๙๕ ระบุ กว้าง ๑๔.๐๐ เมตร สูง ๑๖.๐๐ เมตร
ประเด็นนี้ถ้าดูตามตำนานจะรู้ว่าพระเจ้าตนหลวงสูง ๓๒ ศอก ในหนังสือประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา หน้า ๔๐๐ ตอนที่ว่าด้วยประวัติสังเขปพระเจ้าตนหลวง ทุ่งเอี้ยง ระบุหน้าตักกว้าง ๒๘ ศอก สูง ๓๒ ดังนั้นเมื่อคำนวณดูแล้ว หน้าตักกว้าง ๑๔.๐๐ เมตร สูง ๑๖.๐๐ เมตร เป็นอันถูกต้อง
ประเด็นที่สี่ เรื่องการพิราลัยของพระยาเมืองยี่ ผู้ครองเมืองพะเยา กับพระยายอดเชียงราย เจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่ เนื้อความว่าสองตายายก่อสร้างองค์พระไม่ทันเสร็จได้..... (ปี)พระยาทั้งสองก็พิราลัยไร่เรี่ยกัน ในตอนนี้บางที่ระบุ ๕ วัน (หนังสือเมืองพะเยา จากตำนานและประวัติศาสตร์ พิมพ์ปี ๒๕๔๖ หน้า ๘๗) บางที่ระบุ ๔ ปี (หนังสือประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและเมืองพะเยา พิมพ์ปี ๒๕๓๘ หน้า ๔๐๒) บางที่ระบุ ๕ ปี (หนังสือวัดศรีโคมคำ พระเจ้าตนหลวง พิมพ์ปี ๒๕๔๓ หน้า ๑๐๒)
ในเรื่องนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมวิมลโมลีได้ยืนยัน และตรวจสอบดูแผ่นศิลาประวัติหน้าพระวิหาร ระบุชัดเจน ๔ ปีถูกต้อง
ประเด็นที่ห้า เรื่องสถานภาพของหมื่นอุตตมะตอนส่งประวัติพระเจ้าตนหลวงมายังพะเยาโดยผ่านหมื่นอุตตมะ ในบางทัศนะบอกว่าเป็นเจ้าเมืองเชียงของ บางทัศนะบอกแต่เพียงว่าเป็นชาวเชียงของ บางทัศนะบอกเป็นพ่อค้าชาวเชียงของที่เดินทางไปมาค้าขายกับกรุงเวียงจันทร์
ในเรื่องดังกล่าวนี้แม้แต่เอกสารก็ไม่ชัดเจน ในตำนานฉบับเดิมระบุเพียงว่าเป็นชาวเชียงของ (ประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา หน้า ๔๑๐ ตอนว่าด้วยตำนาน) นอกนั้นเป็นเพียงการสันนิษฐานกันเอาเอง ฝากผู้รู้ช่วยตรวจสอบด้วย
ประเด็นที่หก เรื่องพระธรรมปาละมีการกล่าวถึงกันมาก บางแห่งระบุว่าพระเถระองค์นี้ได้เขียนตำนานแล้วฝากมา บางแห่งระบุว่าท่านอยู่เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำเมื่อมีคนฝากตำนานมาท่านก็คัดลอกออกเผยแผ่ เป็นต้น
ในเรื่องนี้ในตำนานพระเจ้าตนหลวงระบุเพียงว่ามหาเถรเจ้าธรรมปาละได้จารไว้กับวัดศรีโคมคำเมืองพะเยาตราบต่อเต๊าห้าพันพรรษา (ประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา หน้า ๔๑๐)
ประเด็นที่เจ็ด คำไหว้พระเจ้าตนหลวง เมื่อตรวจดูในแต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกันอยู่ในรายละเอียดไม่มากก็น้อย
เรื่องนี้ขอฝากท่านผู้รู้ให้ชำระให้ชัดเจน หรือตกลงกันว่าจะใช้แบบใด ส่วนในหนังสือเล่มนี้จะยึดเอาตามตำนานดั้งเดิม (หนังสือประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา หน้า ๔๐๕)
ประเด็นที่แปด ลำดับวงศ์ของพระยาเมืองตู้ ในตำนานทั้งหมดที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเขียนจะเรียงลำดับดังนี้คือ พระยาเมืองยี่-พระยาหัวเคียน-พระยาเมืองตู้ ในหนังสือครบรอบ ๑๐๐ ปี แม่เจ้าทรายมูล (มหาวงศ์) ไชยเมือง และประวัติสายสกุลเจ้าหลวงเมืองพะเยาพุทธศักราช ๒๓๘๗-๒๔๕๖ พิมพ์ปี ๒๕๔๖ หน้า ๕๐ ตอนลำดับเจ้าผู้ครองเมืองพะเยา ยุคต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๒ ระบุ รวบรวมต่อจากพิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ลำดับที่ ๖ พระยาหัวเคียน พ.ศ.๒๐๓๙-๒๐๔๕ ลำดับที่ ๑๓ พระยาเมืองตู้ พ.ศ.๒๐๖๔-๒๐๗๐ [1]
นั้นก็หมายความว่าหลังพระยาหัวเคียนแล้วมีผู้ครองเมืองพะเยาต่อมาอีก ๖ ลำดับกว่าจะมาถึงพระยาเมืองตู้ใช้เวลา ๑๙ ปี ข้อนี้ฝากผู้รู้ได้ช่วยกันตรวจสอบด้วย
ประเด็นที่เก้า การนับปีการสร้าง ในเรื่องดังกล่าวนี้หากดูแล้วไม่น่ามีปัญหาเพราะระบุไว้ชัดเจนว่าสร้าง ๓๓ ปี แต่เมื่อนำตัวเลขของปี พ.ศ.เข้าไปจับก็เกิดความสับสนในเรื่องนี้อยู่มาก หากการคำนวณโดยยึดปี พ.ศ. เป็นหลักคือระหว่าง ๒๐๓๔-๒๐๖๗ รวมเท่ากับ ๓๓ ปี ส่วนบางทัศนะได้ปี พ.ศ. ได้คำนวนโดยยึดเดือนพฤษภาคมของปี ๒๐๓๔-พฤษภาคม ๒๐๖๘ รวม ๓๓ ปี
ในเรื่องดังกล่าวให้นี้ในหนังสือทุกเล่มได้ยึดปี พ.ศ. ในการคำนวนจำนวนปี และพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมวิมลโมลี ยืนยันชัดเจนคือ ๒๐๓๔-๒๐๖๗ เป็นอันถูกต้อง
[1] ในเรื่องเดียวกัน ระบุเพิ่มเติมว่า ลำดับเจ้าผู้ครองเมืองพะเยา ยุคต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๒ จากราชวงศพระร่วง ราชวงศ์มังราย และราชวงศ์เวียงพร้าว (สายเจ้าหมื่นเมืองเวียงพร้าว) จากจารึกเมืองพะเยา จากพงศาวดารโยนก จากตำนานพระเจ้าตนหลวงเมืองพะเยา และจากการรวบรวมของอาจารย์พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ โดยเริ่มจากพระญายุทธิษฐิระ (ปีพุทธศักราชที่ลงไว้เป็นการประมาณทั้งสิ้น)
๑.พระญายุทธิษฐิระ พ.ศ.๑๙๙๔-๒๐๒๒
๒.นาง (เจ้า) หมื่น หรือนางเมืองพะเยา พ.ศ.๒๐๒๒-๒๐๓๑
๓.เจ้าสี่หมื่นพะเยา (เจ้าเมืองญี่) ผู้เป็นปู่เลี้ยงพระญายอดเชียงราย พ.ศ.๒๐๓๓-๒๐๓๖
และกลับมากินเมืองพะเยาอีกครั้งในปี พ.ศ.๒๐๓๙
๔.เจ้าสี่หมื่นพะเยา (ผู้เป็นราชครูของพระญายอดเชียงราย) พ.ศ.๒๐๓๖-๒๐๓๙
๕.เจ้าสี่หมื่นพะเยา (เจ้าเมืองญี่) ผู้เป็นปู่เลี้ยงพระญายอดเชียงราย พ.ศ.๒๐๓๙
๖.พระญาหัวเคียน พ.ศ.๒๐๓๙-๒๐๔๕
๗.เจ้าแสนญาณกัลยา พ.ศ.๒๐๔๕-๒๐๕๒
๘.เจ้าเมืองจิต พ.ศ.๒๐๕๖-๒๐๕๘
๙.เจ้าเมืองส้อยพะเยา พ.ศ.๒๐๕๘-๒๐๕๙
๑๐.เจ้าเมืองฝาง พ.ศ.๒๐๕๙
๑๑.เจ้าคำยอดฟ้า พ.ศ.๒๐๕๙-๒๐๖๑
๑๒.เจ้าพระญาหน่อเชียงแสน พ.ศ.๒๐๖๒-๒๐๖๔
๑๓.พระญาเมืองตู้ พ.ศ.๒๐๖๔-๒๐๗๐
๑๔.เจ้าขุนเชียงคง พ.ศ.๒๐๗๑-๒๐๗๘
๑๕.พระญามหาวรรณ พ.ศ.๒๐....-๒๐...
๑๖.พระญาเมืองแก้ว พ.ศ.๒๐...-๒๐...
พุทธศักราช ๒๑๐๑ เสียเชียงใหม่ให้แก่พม่า