"ดอกมะนอยบาน" ทำให้ได้ใจและได้งานเพิ่ม

๑๑/๐๖/๒๕๕๔

**********

           ผมมีโอกาสได้อ่านบันทึกเรื่อง ดอกบวบบานยามเย็น http://www.gotoknow.org/profiles/users/noktalayก็คิดสะท้อนเข้าหาตัวเอง ครั้งที่ผมเคยรับจ้างเกี่ยวข้าวของชาวบ้านในหมู่บ้านหลายครั้งมาแล้ว พื้นฐานคนที่หมู่บ้านผมจะเป็น "คนเมือง" ที่บรรพบุรุษอพยพมาจากทางภาคเหนือของไทย คือ ลำปาง แพร่ น่าน มาตั้งหลักปักฐานกันอยู่ที่นี่และก็ไม่ลืมที่จะนำภาษาวัฒนธรรมท้องถิ่นเดิมของตนที่เคยยึดถือปฏิบัติตามกันมามาด้วย

          "บวบ"  คือ "มะนอย"  "ดอกบวบ" ก็คือ "ดอกมะนอย" ตามภาษาที่คนในหมู่บ้านพูดกันนั่นเอง เวลาผมไปช่วยเขาเกี่ยวข้าว ในตอนเย็น ๆ  ก็จะมีชาวบ้านที่ไปทำงานร่วมกันร้องขึ้นว่า "ดอกมะนอยบานแล้วเน้อ" บางคนก็บอกว่า "ได้เวลาดอกมะนอยบานแล้ว" หลายคนพูดขึ้นในลักษณะเดียวกัน

          ดอกมะนอยบานที่ทุ่งนาบ้านผมความหมายคงจะไม่เกี่ยวกันกับบันทึก "ดอกบวบบานตอนยามเย็น" หรอก แต่คำกล่าวที่ชาวบ้านพูดมานั้น ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า บรรพบุรุษแต่โบราณแฝงนัยยะอะไรเอาไว้หรือเปล่า ผมก็ไปถามผู้เฒ่าที่พอรู้ในหมู่บ้าน พอจะได้ความรู้และเข้าใจเพิ่มเติมมาบ้างดังนี้

          ๑. ได้รู้ตามบันทึกที่เขียนไว้คือ ดอกบวบหรือดอกมะนอยจะบานในตอนเย็นจริง ซึ่งแต่เดิมผมเข้าใจว่าเขาพูดกันเล่น ๆ ไม่มีความจริงอะไร

          ๒. เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกให้เจ้าของนาหรือเจ้าของข้าว  รู้ว่าใกล้เวลาเลิกงานแล้ว อย่ามัวแต่เกี่ยวข้าวและคุยกับคนข้าง ๆ จนเพลิน จนลืมหน้าที่ที่จะต้องหาเหล้า ยาดอง หรือของกินแก้หิว มาให้คนทำงานได้ดื่มได้กินกัน

          ๓. การดื่มเหล้าหรือยาดอง "แก้แอว" (แก้ปวดหลังปวดเอว) เพียงนิดหน่อย จะทำให้เกิดความคึกคัก พูดคุยสนุกสนาน ทำงานไม่เหน็ดเหนื่อย เจ้าของนาก็จะได้งานเพิ่มขึ้น จากข้าวในนาที่ยังไม่ได้เกี่ยวอยู่ประมาณ ๑ ไร่ คนทำงานก็จะช่วยกันเกี่ยวช่วยกันรุมจนเสร็จ  แม้ว่าจะเลยเวลาเลิกงานแล้ว แทนที่จะเลิกงาน ๕ โมงเย็น ก็เลื่อนไปอีกเป็น ๕ โมงกว่า หรือหกโมงก็ได้ว่าแต่ขอให้เสร็จแปลงนั้น

         ๔. ได้ความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง ญาติมิตร เพื่อนบ้านที่ดี  แสดงความความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและกันผ่าน "การลงแขก" ที่แถวบ้านผมเรียกว่า "เอาแฮงกั๋น"

         ปัจจุบันภาพดังกล่าว กำลังจะหมดไปหรือหายไป เพราะชาวบ้านทำนากันแบบสมัยใหม่ที่ใช้รถใช้เครื่องจักรเข้ามาแทนคนและควายแทบจะทุกขั้นตอน เพียงแค่ "นาดำ" ก็ไม่มีใครทำกันแล้ว

         อนาคตอันไม่ไกลนี้ คำพูดที่ชาวบ้านพูดกันในท้องทุ่งนา จนเป็นสัญลักษณ์และติดปากว่า "ดอกมะนอยบ้านแล้ว" ก็คงจะไม่ได้ยินกันอีกต่อไป นั่นก็คงหมายถึงความล่มสลายของวัฒนธรรม "ลงแขก" ด้วย น่าเสียดายจริง ๆ