เรียนรู้จากอดีต ภาพเก่าๆในโรงพยาบาล ไม่มีแม้หมอ พยาบาล มาทักทายพูดคุยบอกกล่าว น้องสาวฉันโดนไฟคลอกมาเสียชีวิตในโรงพยาบาล

แม้เวลาจะผ่านเลยมากว่า 20 ปีแล้ว  ฉันยังจำได้ มันเป็นวันที่โชคร้ายมากที่สุดของชีวิตก็ว่าได้ 

ฉันต้องตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงคนเรียกบอกว่าไฟไหม้บ้าน ด้วยความตกใจฉันรีบกระโดดลงจากบ้าน ภาพที่เห็นข้างหน้าเป็นน้องสาวคนเล็กที่ตอนนี้มีผ้าขาวๆพันรอบกาย สีขาวโพลนทั้งตัวถูกส่งตัวมากับรถฉุกเฉินของรพ. เพื่อมารักษาต่อที่รพ. จังหวัด ที่ๆฉันได้จากมาเรียนหนังสือ

ภาพต่อมาคือสภาพความเงียบเหงาในโรงพยาบาล... ไม่มีภาพของหมอ พยาบาล...มีเพียงร่างของน้องตอนนี้ไม่ผิดอะไรกับมัมมี่ ฉันยังจำดวงตาของน้องคู่นั้นได้ดี ยังจำเสียงของน้องที่ขาดๆหายๆ " ยายๆพ่อของหนูตายแล้วหรือ....ยายเลี้ยงหนูหน่อยนะ...

ฉันยืนดูน้องอยู่ห่างๆ รู้สึกสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก...บ้านของฉันจะเป็นอย่างไร จะมีอะไรเหลือไว้...เช้านี้ฉันจะไปโรงเรียนดีไหม...ตอนนี้ฉันไม่มีใครเลย...

พอสายๆน้องถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียู ฉันไม่กล้าแม้จะไปดูน้องเป็นครั้งสุดท้าย...เราจากลากันอย่างอ้างว้าง...

ภาพอีกต่อมา...ญาติของฉันช่วยกันแบกหามร่างอันไร้วิญญาณไปเผาที่วัดใกล้กับโรงพยาบาล  มันผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก...แม้แต่กระดูกของน้องยังไม่ได้เอากลับบ้านเลย...

ฉันมาทบทวนดู...เวลาแค่ไม่กี่ปี...

ทำไมถึงมีการปล่อยให้คนไข้เด็ก...จากไปอย่างเงียบเหงาอย่างนี้...ไม่มีแม้ภาพของหมอ พยาบาล มาพูดคุย นี่เป็นโรงพยาบาลในจังหวัดแท้ๆ....

ฉัน...วันนี้ต้องมาทำงานที่มีคนไข้เด็กๆเป็นโรคมะเร็งและก็ทยอยจากไปคนแล้วคนเล่า...ฉันได้แต่หวังว่า... จะมีภาพของ แพทย์ พยาบาลได้มาอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต  ไม่เดียวดายเหมือนเช่นที่ผ่านมา