มาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ

พ.ศ.2542

มาตรฐานที่ ๑ คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลก    (คนไทยเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข)

ตัวบ่งชี้     

 ๑.๑ กำลังกาย  กำลังใจที่สมบูรณ์

     ๑.๑.๑   คนไทยมีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี มีพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา   เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ตามเกณฑ์การพัฒนาในแต่ละช่วงวัย

 ๑.๒ ความรู้และทักษะที่จำเป็นและเพียงพอในการดำรงชีวิตและการ           พัฒนาสังคม                   

     ๑.๒.๑   คนไทยได้เรียนรู้เต็มตามศักยภาพของตนเอง

     ๑.๒.๒   คนไทยมีงานทำและนำความรู้ไปใช้ในการสร้างงาน             และสร้างประโยชน์ให้สังคม          

 ๑.๓ ทักษะการเรียนรู้ และการปรับตัว

     ๑.๓.๑   คนไทยสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ รู้ทันโลก รวมทั้งมีความสามารถในการใช้แหล่งความรู้และสื่อต่างๆ เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม

     ๑.๓.๒   คนไทยสามารถปรับตัวได้ มีมนุษยสัมพันธ์ดี และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

 ๑.๔ ทักษะทางสังคม

      ๑.๔.๑   คนไทยเข้าใจและเคารถในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสังคม มีทักษะและความ สามารถที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข   

     ๑.๔.๒  คนไทยมีความรับผิดชอบ เข้าใจ ยอมรับ และตระหนักในคุณค่าของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน  สามารถแก้ปัญหาในฐานะสมาชิกของสังคมไทยและสังคมโลกโดย สันติวิธี 

 ๑.๕ คุณธรรม จิตสาธารณะ และจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทย            และพลโลก 

     ๑.๕.๑ คนไทยดำเนินชีวิตโดยกายสุจริต วจีสุจริต และมโนจริต           

     ๑.๕.๒ คนไทยมีความรับผิดชอบทางศีลธรรมและสังคม มีจิตสำนึกในเกียรติภูมิของความ เป็นคนไทย มีความภูมิใจใน ชนชาติไทย รักแผ่นดินไทย และปฏิบัติตนตามระบอบ ประชาธิปไตย เป็นสมาชิกที่ดี เป็นอาสาสมัครเพื่อชุมชนและ สังคมในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก

มาตรฐานที่ ๒  แนวการจัดการศึกษา
 ( จัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญและการบริหารโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน)

ตัวบ่งชี้

  ๒.๑ การจัดหลักสูตรการเรียนรู้และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็ม ตามศักยภาพ

     ๒.๑.๑ มีการจัดหลักสูตรที่หลากหลายตามความเหมาะสมของกลุ่มผู้เรียนทุกระบบ สอดคล้อง ตามความต้องการของผู้เรียนและท้องถิ่น สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน

     ๒.๑.๒ ผู้เรียนมีโอกาส /สามารถเข้าถึงหลักสูตรต่างที่จัดไว้อย่างทั่วถึง       

     ๒.๑.๓ องค์กรที่ให้บริการทางการศึกษามีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีอาคารสถานที่ มีการส่งเสริมสุขภาพอนามัย และความปลอดภัย   

     ๒.๑.๔มีการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ สื่อเพื่อการเรียนรู้และการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศทุกรูปแบบที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม 

  ๒.๒ มีการพัฒนาผู้บริหาร ครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา       อย่างเป็นระบบและมีคุณภาพ

     ๒.๒.๑ ผู้บริหาร ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบต่ อเนื่อง  เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและวิชาชีพ

     ๒.๒.๒ ผู้บริหาร ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีคุณธรรม มีความถึงพอใจในการทำงาน และผูกพันกับงานมีอัตราการออกจากงานและอัตราความผิดทางวินัยลดลง 

     ๒.๒.๓ มีแนวโน้มในการรวมตัวจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานเฉพาะกลุ่ม และติดตามการดำเนินงานของบุคลากรและสถานศึกษา ตลอดจนการสั่งสม องค์ความรู้ที่หลากหลาย

  ๒.๓ มีการบริหารจัดการที่ใช้สถานศึกษาเป็นฐาน

     ๒.๓.๑ องค์กร ชุมชน มีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ตามสภาพท้องถิ่น สภาพปั ญหาและความต้องการที่แท้จริงของผู้เรียน

     ๒.๓.๒ ผู้รับบริการ / ผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่มมีความพึงพอใจต่อการจัดบริการทางการศึกษาของ สถานศึกษา

     ๒ .๓.๓มีการกำหนดระบบประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการ ศึกษา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และสามารถรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก

มาตรฐานที่ ๓  แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้/ สังคมแห่งความรู้

  (การสร้างวิถีการเรียนรู้ และแหล่งการเรียนรู้ให้เข้มแข็ง)

ตัวบ่งชี้

  ๓.๑ การบริการวิชาการและสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับชุมชนให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้/สังคมแห่งความรู้

     ๓.๑.๑ สถานศึกษาร่วมมือกับบุคลากรและองค์กรในชุมชนที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุกระดับ ร่วมจัดปัจจัยและกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน และให้บริการทางวิชาการที่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาคนในชุมชน เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา และคนไทยมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต

     ๓.๑.๒ ชุมชนซึ่งเป็นที่ตั้งขององค์กรที่ให้บริการทางการศึกษามีสถานภาพเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้/สังคมแห่งความรู้ มีความปลอดภัย ลดความขัดแย้ง มีสันติสุข และมีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

   ๓.๒ การศึกษาวิจัย สร้างเสริม สนับสนุนแหล่งการเรียนรู้ และกลไกการเรียนรู้

     ๓.๒.๑ ศึกษาวิจัย สำรวจ จัดหา และจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ

     ๓.๒.๒ระดมทรัพยากร   (บุคลการ  งบประมาณ  อาคารสถานที่  สิ่งอำนวยความสะดวก ภูมิปัญญาและอื่นๆ

     ๓.๒.๓ ศึกษาวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และการพัฒนาประเทศ

  ๓.๓ การสร้างและการจัดการความรู้ในทุกระดับทุกมิติของสังคม

     ๓.๓.๑ ครอบครัว ชุมชน องค์กรทุกระดับ และองค์กรที่จัดการศึกษามีการสร้างและใช้ความรู้ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จนกลายเป็นวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้