ติดต่อ

  ติดต่อ

หายใจต่ำสิบ อายุยืน

  ท่านผู้อ่านหายใจกี่ครั้งต่อนาทีหรือครับ วันนี้มีข่าวดี... มีการศึกษาพบว่า ถ้าหายใจช้าๆ ต่ำกว่า 10 ครั้งต่อนาที ทำให้ได้ทุกวัน มีส่วนช่วยให้อายุยืน และมีสุขภาพดีได้  

ท่านผู้อ่านหายใจกี่ครั้งต่อนาทีหรือครับ วันนี้มีข่าวดี... มีการศึกษาพบว่า ถ้าหายใจช้าๆ ต่ำกว่า 10 ครั้งต่อนาที ทำให้ได้ทุกวัน มีส่วนช่วยให้อายุยืน และมีสุขภาพดีได้

ความดันเลือดสูงเป็นโรคที่ชอบมาเงียบๆ ไม่มีอาการ ทว่า... ส่งผลเสียต่ออวัยวะภายอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ทำให้เส้นเลือดเสื่อม เสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน สโตรค(อัมพฤกษ์-อัมพาต) ไตเสื่อม ตาเสื่อม และสมองเสื่อม

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ความดันเลือดสูงที่ปรับเปลี่ยนได้(บางส่วน)ได้แก่ ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน ขาดการออกแรงออกกำลัง และการกินเกลือมากเกิน

ตรงกันข้ามการลดน้ำหนัก ออกกำลัง ใช้แรงในชีวิตประจำวัน และการลดเกลือลงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคความดันเลือดสูง

ปี 2545 คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องฝึก หายใจช้าๆ (RESPeRATE)” เพื่อช่วยฝึกการหายใจได้

คนส่วนใหญ่หายใจประมาณ 10-15 ครั้งต่อนาที เครื่องฝึกหายใจช้าจะช่วยฝึกการหายใจให้ช้าลงจนถึง 10 ครั้งต่อนาที หรือต่ำกว่านั้น

อาจารย์ ดร.เดวิด แอนเดอร์สัน จากสถาบันวิจัยชราภาพแห่งชาติอเมริกา (NIA) ได้ทำการศึกษาวิจัยพบว่า การฝึกหายใจช้าๆ ระดับ 10 ครั้งต่อนาที หรือช้ากว่านั้น นานวันละ 15 นาที เป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกัน ลดความดันเลือดได้ 10-15 หน่วย

การหายใจช้าๆ มีส่วนช่วยให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น และขยายตัวชั่วคราว อาจารย์แอนเดอร์สันสันนิษฐานว่า คนเรามีแนวโน้มจะหายใจตื้นและเร็วขึ้น

การหายใจตื้นและเร็วคราวเครียดมักจะเป็นไปโดยไม่รู้ตัว ถ้าฝึกหายใจช้าๆ ลึกๆ ได้ทุกวันจะช่วยลดระดับความเครียด และลดความดันเลือดลง

การลดระดับความเครียด และความดันเลือดมีส่วนช่วยป้องกันโรคได้หลายอย่าง โดยเฉพาะโรคเส้นเลือดหัวใจ ไต สมอง และตา

อาจารย์ท่านแนะนำว่า ถ้าลดน้ำหนักที่มากเกินได้สักหน่อย เดินให้มากขึ้น ออกกำลังและใช้แรงในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น กินเกลือให้น้อยลง(น้อยกว่าวันละ 2,300 มิลลิกรัม) กินข้าวกล้อง ผัก และผลไม้ให้มากขึ้น

ถ้าทำอย่างนี้ได้อายุคงจะยืนขึ้นอย่างมีคุณภาพ... ท่านผู้อ่านอ่านเรื่องนี้แล้วอย่าลืมหายใจช้าๆ นะครับ

    แหล่งที่มา:                                      

  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๙
  • บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

    หมายเลขบันทึก: 44352, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก

    ความเห็น (8)

    • ขอบพระคุณคุณหมอมากครับที่บันทึกมาแบ่งปัน จะนำไปปฎิบัติครับ
    ครูหนิง
    IP: xxx.188.63.182
    เขียนเมื่อ 

              อ่านแล้วได้ความรู้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้ เพราะดิฉันได้ฝึกการหายใจแบบการฝึกโยคะ  โดยหายใจเข้าท้องป่องหายใจออกท้องแฟบ  หายใจได้ลึกและช้าลงแต่ยังไม่เคยจับเวลาว่าได้ถึง 10 ครั้งหรือต่ำกว่า10หรือไม่  วันนี้จะลองดูค่ะ   เมื่ออ่านของคุณหมอแล้วจะนำไปเล่าต่อให้คนข้างเคียงและเพื่อน ๆ ค่ะ

           อยากเรียนถามคุณหมอว่า ดิฉันได้ทำโครงการเด็กอ้วนขึ้นในโรงเรียน  โดยทุกวันจันทร์  อังคาร และพฤหัสบดี  จะนำเด็กกลุ่มนี้มาออกกำลังกายไม่ต่ำกว่า 20 นาที โดยการเต็นแอร์โรบิกเป็นเวลา 2 เดือนปรากฏว่าเด็กน้ำหนักไม่ลง  จะมีทีท่าบางคนน้ำหนักจะขึ้น  จึงเปลี่ยนใช้วิธีการวิ่งรอบสนามระยะทาง 150 เมตรคนละ 3 รอบเป็นเวลา 1 อาทิตย์ยังไม่ทราบว่าจะได้ผลหรือไม่

           จึงเรียนถามขอคำแนะนำจากคุณหมอว่าจะมีวิธีการทำอย่างไร

     

    ขอขอบคุณอาจารย์สิงห์ป่าสัก และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • ขอบคุณครับ
    • ถ้าสนใจฝึกสมาธิ > เรียนเสนอเจริญให้เป็นอานาปานสติเลย > จะได้ประโยชน์เต็มที่ทีเดียว...

    ขอขอบอาจารย์คุณครูหนิง และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • การฝึกหายใจแบบโยคะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากครับ > น่าจะลองนับลมหายใจดูว่า กี่ครั้ง/นาที

    เรื่องการลดความอ้วน / ควบคุมน้ำหนัก...                

    • 60 % มีผลจากอาหาร > ควรเน้นอาหารมากกว่าออกกำลัง + ใช้วิธี 2 อย่างร่วมกัน(อาหาร+ออกกำลัง)
    • ประมาณ 10-20 % มีผลจากการออกกำลังกาย / ใช้แรงน้อยเกิน
    • ประมาณ 10 % เป็นผลจากพันธุกรรม
    • (1). เรียนเสนอให้เริ่มที่การควบคุมอาหาร > ต่อไปให้ออกกำลังเน้น 2 เรื่อง...
      (2). การออกกำลังที่ดีกับการควบคุมน้ำหนักได้แก่ ออกกำลังปานกลาง+นานหน่อย เช่น เดินเร็ว  30 นาที/วันสำหรับผู้ใหญ่ 60 นาที/วันสำหรับเด็ก + ใช้แรงในชีวิตประจำวัน เช่น เดินให้มากขึ้น ฯลฯ ถ้าออกแรงหนักมากอาจจะหิว > กินชดเชยมากเกิน
      (3). การออกกำลังเสริมสำหรับการควบคุมน้ำหนักได้แก่ การออกกำลังต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก ฯลฯ เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ > กล้ามเนื้อใช้พลังงานได้ดีกว่าไขมัน

    เรียนเสนอให้อ่านหนังสือ "คู่มือลดความอ้วน" ของสำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน > เปิดดูที่อยู่ + สอบถามได้จากวารสารหมอชาวบ้าน หรือที่ www.doctor.or.th

    ครูหนิง
    IP: xxx.188.61.252
    เขียนเมื่อ 

         ขอขอบพระคุณ คุณหมอที่ช่วยแนะนำ  ดิฉันจะลองวิธีที่คุณหมอแนะนำ ไปทดลองใช้กับกลุ่มเด็กอ้วน ถ้ามีผลอย่างไรจะนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

        

    • พยายามฝึกสมาธิครับ
    • บางครั้งสดชื่นมาก ขอบคุณคุณหมอมากครับ

    ขอขอบคุณอาจารย์ครูหนิง และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • เรื่องลดความอ้วนนี่... นับว่า อาจารย์มีส่วนช่วยชาติได้มาก เพราะถ้าลดน้ำหนักได้ 5-10 % โรคภัยไข้เจ็บจะลดลงมาก

    เรียนเสนอให้ค้นจากหนังสือของมูลนิธิหมอชาวบ้านครับ > อาจารย์ท่านแนะนำไว้ดีมากๆ

    • เรื่องจะได้ผลหรือไม่ > คงจะขึ้นกับครอบครัวเด็ก + การควบคุมอาหารของเด็กเป็นสำคัญ
    • อย่างไรก็ตาม... ความปรารถนาดีของอาจารย์ครูหนิงนับว่า เป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับอนาคตของชาติ...

    ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต และท่านผู้อ่านทุกท่าน...

    • คนที่เรียนนักธรรมมาอย่างอาจารย์ขจิตนี่... ถ้าฝึกสมาธิเฉยๆ คงจะไม่เหมาะเท่ากับการพิจารณาให้เป็นอารมณ์ของกรรมฐาน เช่น อานาปานสติ(มีลมหายใจเป็นอารมณ์) ฯลฯ
    • ถ้าพิจารณาเป็นกรรมฐาน โดยเฉพาะถ้าทำตามวิสุทธิมรรคได้ > จะได้บุญด้วย ดีกับสุขภาพด้วย
    • ขอบคุณครับ