บันทึกตอบคำถามเกี่ยวกับสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายของประชาชนที่ถามมา โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔

คำถาม

คุณธนา [IP: 203.156.27.66] เข้ามาถาม  อ.แหวว เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เวลา ๐๐.๐๖ น.

ใน http://www.gotoknow.org/blog/people-management/259492  

โดยมีใจความว่า “สวัสดีครับ ผมเป็นคนไทยแต่งงานกับหญิงจีนและจดทะเบียนสมรสที่ประเทศจีน ตอนนี้ฝ่ายหญิงทำงานที่เมืองไทย อยากทราบว่าถ้าคลอดลูกที่เมืองไทย ลูกจะเป็นคนไทยหรือคนจีนครับ และถ้าให้ลูกถือสัญชาติจีนจะต้องทำอย่างไรครับ ขอบคุณครับ”

-------

คำตอบ

-------

ประเด็นที่คุณธนาต้องการทราบ ก็คือ (๑) บุตรที่เกิดในประเทศไทยจากตนซึ่งมีสัญชาติไทยและภริยาซึ่งมีสัญชาติจีนจะ “ถือ” สัญชาติของรัฐใดบ้าง ?  และ (๒) ทำอย่างไรบุตรจึงจะถือสัญชาติจีน ?

ขอตอบในประการแรกว่า บุตรของคุณธนาย่อมมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาและโดยหลักดินแดน และมีสิทธิในสัญชาติจีนโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา อันทำให้บุตรมีสถานะเป็น “คนที่มีสองสัญชาติ” แต่การใช้สิทธิในแต่ละสัญชาติจะขึ้นอยู่กับกฎหมายสัญชาติของรัฐเจ้าของสัญชาตินั้นๆ ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของคุณธนา กฎหมายที่เกี่ยวข้องมีอยู่ ๒ กฎหมาย กล่าวคือ (๑) กฎหมายไทยซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐเจ้าของสัญชาติของบิดาและกฎหมายของรัฐเจ้าของดินแดนที่บุคคลเกิด และ (๒) กฎหมายจีน ซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐเจ้าของสัญชาติของมารดา ข้อเท็จจริงของกฎหมายทั้งสอง ณ วันที่ อ.แหววเขียนบันทึกนี้ ก็คือ กฎหมายไทยยอมรับให้ใช้สิทธิในสัญชาติโดยการเกิดได้พร้อมกันได้ ในขณะที่กฎหมายจีนไม่ยอมรับในลักษณะเดียวกัน กล่าวโดยง่ายๆ อีกครั้งว่า กฎหมายไทยยอมรับให้คนสองสัญชาติโดยการเกิดใช้สิทธิในทุกสัญชาติที่มี แต่กฎหมายจีนไม่ยอมรับให้คนสองสัญชาติโดยการเกิดใช้สิทธิในทุกสัญชาติที่มี ถ้าจะใช้สิทธิในสัญชาติจีน ก็จะต้องไม่มีสถานะเป็นคนที่ใช้สิทธิในสัญชาติอื่น

ในประการที่สอง หากคุณธนาประสงค์จะให้บุตรมีและใช้สิทธิในสัญชาติไทย คุณธนาก็ดำเนินการแจ้งการเกิดของบุตรในสถานะคนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย และเมื่อเขตหรืออำเภอ “รับรอง” บุตรในทะเบียนบ้านซึ่งเป็นทะเบียนคนอยู่ถาวรตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทย  (ท.ร.๑๔) ในสถานะคนสัญชาติไทย บุตรก็จะมีสถานะเป็นคนสัญชาติไทย บุตรจึงอาจ “ถือ” สัญชาติไทยได้  

ขอให้ตระหนักว่า แม้บุพการีจะไม่แจ้งการเกิดแก่บุตรเพื่อการใช้สิทธิในสัญชาติจีนในขณะที่บุตรเกิดก็ตาม เมื่อบุตรโตขึ้นมา เขาก็อาจไปใช้สิทธิพิสูจน์สัญชาติจีนได้ตราบเท่าที่เขายังไม่เสียสิทธิดังกล่าวตามกฎหมายจีน  แต่ดังได้ให้ข้อมูลแล้วว่า ในวันนี้ กฎหมายจีนยังไม่ยอมรับให้บุคคลธรรมดาใช้สิทธิใน ๒ สัญชาติพร้อมกันไม่ว่าในกรณีใดๆ หากบุตรได้ใช้สิทธิในสัญชาติไทยตามบิดาหรือดินแดนแล้ว นายทะเบียนราษฎรจีนย่อมไม่อาจยอมรับรองสิทธิในสัญชาติจีนของบุตร บุตรก็จะไม่อาจถือสัญชาติจีนได้ เขาจึงต้องสละสิทธิในสัญชาติไทยตามกฎหมายไทยก่อน จึงจะไปใช้สิทธิในสัญชาติจีนตามกฎหมายสัญชาติจีนได้ ในเงื่อนไขนี้ เขาก็จะมีสิทธิ “ถือ” สัญชาติจีน  

ในประการที่สาม หากคุณธนาประสงค์จะให้บุตรมีและใช้สิทธิในสัญชาติจีนคุณธนาก็อาจไปแจ้งการเกิดของบุตรในสถานะคนสัญชาติจีนในทะเบียนราษฎรของรัฐจีนต่อสถานกงสุลจีนในประเทศไทยโดยตรง และเมื่อรัฐจีน “รับรอง” สถานะคนสัญชาติจีนในทะเบียนราษฎรจีนแล้ว บุตรก็จะมีสถานะเป็นคนสัญชาติจีนแต่อย่างใด บุตรจึงอาจ “ถือ” สัญชาติจีนได้ในความเป็นจริง บุตรก็จะได้รับการออกเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลตามกฎหมายจีน โดยทางปฏิบัติ ก็จะถูกบันทึกในหนังสือเดืนทางจีนที่มารดาถืออยู่

 ในประการที่สี่ ในกรณีที่ต้องการให้บุตรถือสัญชาติจีน อ.แหววขอให้คุณธนาพึงระวังหากคุณธนาจะไปร้องขอทำสูติบัตรให้แก่บุตรตามกฎหมายไทยก่อนไปแจ้งการเกิดต่อสถานกงสุลจีนประจำประเทศไทย ก็คือ หากคุณธนาต้องการให้บุตรถือสัญชาติจีน เมื่อได้รับหนังสือรับรองการเกิดที่ออกโดยโรงพยาบาลไทยไปแจ้งการเกิดที่เขตหรืออำเภอไทยเพื่อขอ “สูติบัตร” ซึ่งเป็นเอกสารเพื่อการจดทะเบียนการเกิดตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทย แม้เอกสารนี้จะระบุว่า บุตรมีสัญชาติไทย เพราะนายทะเบียนราษฎรจะตระหนักว่า บิดาเป็นคนสัญชาติไทย แต่อย่าเพิ่มชื่อบุตรในทะเบียนบ้านซึ่งเป็นทะเบียนคนอยู่ถาวรตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทย  (ท.ร.๑๔) ในสถานะคนสัญชาติไทย เพราะหากมีการเพิ่มชื่อบุตรในทะเบียนราษฎรไทยในสถานะคนสัญชาติไทยแล้ว ก็เท่ากับว่า บุตรได้ใช้สิทธิในสัญชาติไทยแล้ว อันจะทำให้บุตรใช้สิทธิในสัญชาติจีนไม่ได้

ในประการที่ห้า อ.แหววอยากเตือนให้ตระหนักถึงผลเสียของการไม่ถือสัญชาติไทยในประเทศไทยของบุตรเอาไว้ด้วยขอให้ตระหนักให้ดีว่า การที่คุณธนาไม่ยอมเพิ่มชื่อของบุตรในสถานะคนสัญชาติไทยใน ท.ร.๑๔ จะทำให้บุตร “ถูกถือเป็นคนต่างด้าวโดยมาตรา ๕๗ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒”  และจะถูกถือโดยรัฐไทยว่า มีสถานะเป็นคนสัญชาติจีน อันทำให้ถูกจำกัดสิทธิอันพึงมีหลายประการอันจำเป็นสำหรับการอาศัยในประเทศไทย อาทิ สิทธิในเสรีภาพที่จะเลือกประกอบอาชีพ หรือสิทธิในการถือครองอสังหาริมทรัพย์

ในประการที่หก อ.แหววก็อยากเรียนว่า  บุตรที่เกิดจากคุณธนานั้นย่อมมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิด ดังนั้น ตราบเท่าที่ไม่มีการกระทำอันทำให้เสียสัญชาติไทย บุตรก็กลับมาพิสูจน์สิทธิในสัญชาติไทยได้ เพื่อขอให้นายทะเบียนราษฎรไทยรับรองเพิ่มชื่อบุตรในทะเบียนบ้านซึ่งเป็นทะเบียนคนอยู่ถาวรตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทย  (ท.ร.๑๔) ในสถานะคนสัญชาติไทย แต่การใช้สิทธิในสัญชาติไทยย่อมกระทบต่อความสามารถที่จะถือสิทธิในสัญชาติจีนหากกฎหมายสัญชาติจีนยังไม่เปลี่ยนแปลง

ปัญหานี้เป็นปัญหาที่น่าสนใจสำหรับโลกที่มีลักษณะโลกาภิวัตน์อย่างยิ่ง คาดว่า ในไม่ช้า กฎหมายสัญชาติจีนก็จะถฏปฏิรูปเพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดตลาดเสรีของจีนเอง เรื่องของสัญชาติในประชาคมโลกมีลักษณะเป็นเสรีภาพมากขึ้น เพราะลัทธิสัญชาตินิยมเริ่มเสื่อมลงทุกวันกับความไร้พรมแดนของสังคมมนุษย์