มอสโคว์ ความอลังการหลังม่านเหล็ก เมื่อนโปเลียนยกทัพเข้ายึดครองมอสโคว์ในปี 1812 กองทัพของนโปเลียนได้พบแต่ความว่างเปล่า เมื่อชาวเมืองพร้อมใจกันจุดไฟเผามอสโคว์จนกลายเป็นทะเลเพลิง มอสโคว์ถูกเผาทำลายจนเสียหายเกือบทั้งเมือง เมื่อมอสโคว์ถูกสร้างขึ้นใหม่ได้เปลี่ยนโฉมไปจากเดิม กลายเป็นเมืองหลวงที่โอ่อ่า ภูมิฐานทัดเทียมเมืองใหญ่ในยุโรป มอสโคว์ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเหล็กเป็นเวลานาน จนเมื่อม่านเหล็กถูกทำลายลง ถึงเวลาที่มอสโคว์จะได้อวดโฉมกับนักท่องเที่ยวที่เริ่มเดินทางเข้าไปชมความอลังการ เขตเมืองเก่าของมอสโคว์ คือบริเวณรอบจตุรัสแดง ซึ่งประกอบด้วย พระราชวังเครมลิน สุสานเลนิน วิหารเซนต์บาซิล พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และห้างสรรพสินค้า กุม ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกที่ทันสมัยและหรูหราของรัสเซีย กราสนายา โพลฉัด หรือ จตุรัสแดง ศูนย์กลางของมอสโคว์ (จากซ้าย สุสานเลนิน-พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์-ห้างสรรพสินค้ากุม) กำแพงอิฐแดงล้อมรอบพระราชวังเครมลิน กำแพงพระราชวังเครมลินด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้มีแม่น้ำมอสควาเป็นด่านกั้น กำแพงพระราชวังเครมลินมีความยาว 2230 เมตร สูง 20 เมตร บางจุดหนาถึง 6 เมตร มี 4 ประตู และมีป้อม 19 ป้อม โคโลโคลเนีย อีวานา เวลีกาวา (หอระฆังของพระเจ้าอีวานมหาราช) เป็นจุดศูนย์กลางของพระราชวังเครมลิน เป็นอาคารที่สูงที่สุดในเครมลิน กำแพงพระราชวังเครมลินด้านจตุรัสแดง ซาโบร์ วาชิเลีย บลาเชนนาวา วิหารเซนต์บาซิล สถาปัตยกรรมมัสโควี มีโดมบิดเป็นเกลียวอย่างงดงาม สีสัน ลวดลายสะท้อนจิตวิญญาณแบบรัสเซีย เป็นสัญลักษณ์ของประเทศรัสเซีย วิหารเซนต์บาซิล จากด้าน vasilievsky Slope โบสถ์เล็กๆด้านหลังจตุรัสแดง ตรงข้ามทางเข้าห้างสรรพสินค้ากุม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ สถานที่เก็บรวบรวมวัตถุโบราณที่หายากของรัสเซีย รูปปั้นจอมพลเกออร์กี ซูโคฟ ผู้นำทัพโซเวียตพิชิตเยอรมันในปี 1945 จตุรัสเตอาตรัลนายา ด้านหลังคือโรงละครแกรนด์ อิมพีเรียล บอลซอย เตอัตร มอสโคว์ในวันนี้ไม่ได้แตกต่างจากเมืองใหญ่ๆในโลกรวมทั้งกรุงเทพมหานคร ที่มากมายไปด้วยอาคารสูง เทคโนโลยี ความแออัดของผู้คน และปัญหาการจราจร ความต่างเห็นจะอยู่ที่กรุงเทพฯประสบปัญหาการจราจรมายาวนาน แก้ไขอย่างไรก็ไม่มีทีท่าจะบรรเทาลง จนวันนี้คนกรุงเทพฯก็ชินชาเสียแล้ว