๖.ชื่อบ้าน-ภูมิเมืองอำเภอเชียงคำ
มีคำขวัญประจำอำเภอเชียงคำ ดังนี้
เมืองแห่งธรรมะ มีพระนั่งดิน ถิ่นสาวงาม วัฒนธรรมไทยลื้อ
น้ำตกเลื่องลือ คะแนงน้ำมิน ป่าไม้ผืนดิน อุดมสมบูรณ์
๖.๑. ตำบลหย่วน
คำว่า หย่วน เป็นภาษาของชนชาติไตลื้อ ซึ่งอพยพมาจากเมืองสิบสองปันนา มลฑลยูนาน ประเทศ สาธารณประชาธิปไตยประชาชนจีน คำว่า หย่วน หมายถึงยุค หรือ สมัย
มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือ ติดกับตำบลสบบง อำเภอเชียงคำ ทิศใต้ ติดกับตำบลเวียง และตำบลทุ่งผาสุข อำเภอเชียงคำ ทิศตะวันออก ติดกับตำบลเจดีย์คำ อำเภอเชียงคำ ทิศตะวันตก ติดกับตำบลเชียงบาน อำเภอเชียงคำ
ปัจจุบันมีเขตการปกครอง จำนวน ๑๕ หมู่บ้าน คือ บ้านธาตุสบแวน บ้านธาตุ ๒ บ้านหย่วน บ้านมาง บ้านดอนไชย บ้านแช่แห้ง บ้านแดนเมือง บ้านตลาด บ้านงุ้น บ้านใหม่ บ้านกอม บ้านป่าแดด บ้านบานเย็น บ้านเปี้อยเปียง บ้านเชียงคำ
๖.๒. ตำบลร่มเย็น
ตำบลร่มเย็น เป็นตำบลที่น่าสนใจหลายประการเป็นทั้งตำบลที่มีประชากรอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น มีประชากรหลากหลายเผ่าพันธุ์ เช่น ชาวเขาเผ่าม้ง ชาวเขาเผ่าเย้า ชาวไทยอีสาน ชาวไทยเหนือ ชาวไทยลื้อ และมีโบราณสถานโบราณวัตถุที่น่าสนใจอีกเช่น วัดพระธาตุเจดีย์คำ ถ้ำผาแดง เป็นถ้ำหินปูนขนาดกว้าง ๑๐ เมตร และลึก ๕๐๐ เมตร
ตำบลร่มเย็นเดิมทีขึ้นอยู่กับตำบลเจดีย์คำ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๑๕ ได้แยกออกมาเป็นตำบลต่างหากโดยมี นายตุ้ย อินตะสิน เป็นกำนันคนแรก
มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือ ติดกับตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง ทิศใต้ ติดกับตำบลเวียงตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ ทิศตะวันตก ติดกับตำบลเจดีย์คำ อำเภอเชียงคำ และตำบลสบบง อำเภอภูซาง ทิศตะวันออก ติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีเนื้อที่ทั้งหมด จำนวน ๒๗๘.๗๕๙ กิโลเมตร หรือ ๑๗๔,๒๒๔ ไร่
มีหมู่บ้านที่มีที่มาและน่าสนใจ ดังนี้
- บ้านร้อง เป็นหมู่บ้านที่อพยพมาจากจังหวัดน่าน เดิมชื่อบ้านร่องขมิ้น เหตุเพราะชาวบ้านนิยมปลูกขมิ้นกันมาก หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มติดสองฝั่งของลำน้ำญวน และมีลักษณะของที่ตั้งของหมู่บ้านเป็นสถานที่ลุ่มและต่ำกว่าหมู่บ้านอื่นๆ จึงได้ชื่อว่าบ้านร่อง ต่อมาเพี้ยนเป็นบ้านร้อง มีระยะห่างจากหมู่บ้านถึงอำเภอเชียงคำ ๗ กิโลเมตร
โดยมีคำขวัญประจำหมู่บ้านว่า
แดนแห่งดินดำน้ำชุ่ม เขียวชอุ่มด้วยธัญญา
วังมัจฉานำร่อง ใสส่องด้วยไตรรัตน์
- บ้านหนอง มีตำนานเล่าว่าเมื่อกว่า ๕๐๐ ปี ณ บริเวณที่ตั้งของหมู่บ้านเป็นสระน้ำหรือหนองบึงที่มีขนาดกว้างใหญ่ และลึกมาก เมื่อระบบนิเวศวิทยาเสื่อมทรามลง ต่อมาเมื่อ ๒๐๐ ปีเศษมานี้ได้มีประชาชนอพยพมาจากบ้านวังขอน อำเภอสา จังหวัดน่านหลายครอบครัว นำโดยเจ้าน้อยบุญอุ้ม แม่นายแต่น เจ้าบุญเผือ เข้ามาอยู่อาศัยและทำมาหากิน ต่อมาญาติพี่น้องจากจังหวัดน่านและแพร่ได้ทยอยกันเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อมีคนมากขึ้นจึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านหนอง เหตุเพราะเป็นที่ราบต่ำน้ำท่วมขัง และที่สำคัญ สถานที่แห่งนี้เคยเป็นหนองน้ำมาก่อน หมู่ที่ ๒ มีที่ตั้งห่างจากตัวอำเภอเชียงคำ ๖.๕ กิโลเมตร
- บ้านหนองป่าแพะ สถานที่ตั้งหมู่บ้านเดิมมีป่าไม้อยู่รอบหมู่บ้าน คำว่าแพะ ก็คือป่า ชาวบ้านจึงเรียกว่า เป็นป่าแพะ ปัจจุบันบ้านหนองป่าแพะมีอยู่ ๒ ชุมชนคือชุมชนหนองป่าแพะ และชุมชนบ้านใหม่เจริญสุข ส่วนความเป็นมานั้นเคยรวมอยู่กับบ้านร่องเก่า ตำบลเจดีย์คำต่อมา พ.ศ.๒๕๐๒ หมู่บ้านหนองป่าแพะได้แยกออกมาจากบ้านร่องเก่า มาเป็นหมู่ที่ ๑๑ ตำบลเจดีย์คำ และได้แยกตำบลมาขึ้นอยู่กับตำบลหนองร่มเย็น กลายเป็นหมู่ที่ ๓ มีระยะทางจากหมู่บ้านจากตัวอำเภอ ๘ กิโลเมตร
- บ้านโจ้โก้ ในปี พ.ศ. ๒๔๔๕ ชาวอำเภอเวียงสา จังหวัดน่านได้อพยพหนีภัยธรรมชาติ เนื่องจากประสบกับปัญหาทางสภาพภูมิศาสตร์ไม่เอื้อต่อการประกอบอาชีพ จึงได้อพยพมาหาที่ทำมาหากินใหม่ แรกเริ่มเดิมทีมีอยู่ ๔ หมู่บ้านคือ บ้านแขม บ้านบน บ้านก้อด และบ้านโจ้โก้ เนื่องจากบ้านโจ้โก้ อยู่ในที่สูงกว่า ชาวบ้านแขม บ้านบน และบ้านก้อด จึงอพยพหนีน้ำท่วมมารวมกันอยู่ ณ บ้านโจ้โก้ ส่วนพื้นที่เดิมของ ๓ บ้านดังกล่าวกลายสภาพเป็นทุ่งนาหมดแล้ว โดยมีระยะทางห่างจากหมู่บ้านจากตัวอำเภอ ๙ กิโลเมตร
- บ้านสบสา เดิมทีเรียกว่าบ้านเหล่า เหตุเพราะบริเวณที่ตั้งหมู่บ้านมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาทึบเหมือนอยู่ในป่า (ในโค่ หรือ เหล่า ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น) ชาวบ้านแห่งนี้ได้อพยพมาจากอำเภอน่าน (ปัจจุบันคืออำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน)
ส่วนความหมายคำว่า สบสา คือ ณ บริเวณท้ายหมู่บ้านมีแม่น้ำอยู่ ๒ สาย คือ สายแรกเรียกน้ำแม่สา ซึ่งไหลผ่านมาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน สายที่สอง เรียกน้ำยวน ซึ่งไหลมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน และมาบรรจบรวมกันเป็นสายเดียว ชาวบ้านจึงคิดกันว่าสมควรที่จะเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านให้สอดคล้องกับน้ำทั้งสองสายที่ได้ไหลมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ณ ท้ายหมู่บ้านจึงได้ใช้ชื่อว่า สบสา
คำขวัญหมู่บ้าน สบสาน้ำริน ถิ่นน้ำใส ที่รินไหล ออกจากรูไม่รู้หาย
- บ้านคุ้ม มีตำนานเล่าว่า เมื่อ ๗๐๐ ปีที่ผ่านมา เจ้ามหาชีวิตเจ้าเมืองน่าน ได้ส่งพระยาคุ้มแก้วยกทัพจากเมืองน่านมาและได้ตั้งกองทัพอยู่ที่บ้านทุ่งทัพ (ปัจจุบันคือบ้านคุ้มเจริญ) โดยได้สร้างคุ้มที่พักของพระยาคุ้มแก้ว ณ วัดคุ้ม ตำบลร่มเย็น ในเรื่องดังกล่าวนี้พระยาคุ้มแก้ว ยกกองทัพมาเพื่อโจมตีข้าศึกซึ่งตั้งบ้านสร้างเมืองอยู่บริเวณต้นน้ำสา (ปรากฏหลักฐานคือวัดร้างที่ทุ่งสา) เมื่อข้าศึกแตกทัพหนีไป จึงได้เข้าครองเมืองโดยขึ้นอยู่กับเจ้ามหาชีวิตเมืองน่านได้ส่งส่วยเครื่องบรรณาการเป็นประจำทุกปี
เมื่อบริเวณที่ตั้งบ้านเมืองมีความคับแคบลำบากในการป้องกันข้าศึก จึงย้ายเมืองไปตั้ง ณ บ้านเวียง ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ และต่อมาได้ย้ายเมืองจากบ้านเวียง ไปตั้งเมืองใหม่ ณ บ้านเชียงคำ ต่อมาเป็นตัวอำเภอเชียงคำ
- บ้านใหม่ร่มเย็น เดิมขึ้นอยู่กับเขตปกครองของตำบลเจดีย์คำ จังหวัดเชียงราย ความเป็นมาเป็นการรวมตัวของชาวไทยภูเขาเผ่าเย้า (เมี่ยน) ซึ่งได้อพยพมาจากที่ต่างๆ รวมเป็น ๔ กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ ๑ อพยพมาจากห้วยแฝกเขตติดต่อชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงคำ มี นายหว่านจ้อย แซ่เต็ม เป็นผู้นำโดยอพยพมาอยู่บ้านห้วยอ่วมเป็นจุดแรกและต่อมาตั้งหมู่บ้านอยู่ที่บ้านใหม่ร่มเย็นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙ ด้วยเหตุผลทางการเมืองและโครงการหลวงได้จัดสรรที่อยู่ที่อาศัยให้ครอบครัวละ ๑ งาน ที่ทำกินครอบครัวละ ๗ ไร่ ๒ งาน จำนวน ๒๓ ครอบครัว
กลุ่มที่ ๒ อพยพมาจากบ้านผาแดง บ้านต้นผึ้ง บ้านผาแดงบน เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ มี นายแคะ แซ่จ๋าว เป็นผู้นำด้วยเหตุผลเดียวกับกลุ่มแรก มีจำนวนประชากร ๑๐๐ ครอบครัว และได้รับการจัดสรรที่ดินเช่นกับกลุ่มที่ ๑
กลุ่มที่ ๓ อพยพมาจากบ้านหนองหลวง ชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอเชียงคำ เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ประมาณ ๑๓ ครอบครัว ต่อมาการจัดสรรที่ดินไม่เพียงพอกับจำนวนครอบครัวที่อพยพมาบางส่วนจึงอพยพต่อไปยังจังหวัดกำแพงเพชร
กลุ่มที่ ๔ อพยพมาจากบ้านดอยเอี่ยน อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกันมี นายเย่าเอี๋ยน เป็นผู้นำประชากร ๕๐ ครอบครัว หลังจากทางการได้จัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และที่ทำกินแล้ว แต่ที่ดินไม่เพียงพอกับจำนวนผู้อพยพมาจากบ้านหนองหลวง ดอยเอี่ยน บางส่วนก็อพยพต่อไปยังที่อื่น ที่เหลือก็จัดตั้งหมู่บ้านขึ้นเป็น ๒ หมู่บ้าน ตามกลุ่มที่อพยพกันมา คือ บ้านใหม่ร่มเย็น และบ้านผาแดง
พ.ศ. ๒๕๑๐ ตำรวจตระเวนชายแดนได้สร้างโรงเรียนและได้ตั้งชื่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ ๘๔ โดยมี พลตำรวจวัลลภ งามพร้อม เป็นครูใหญ่พร้อมด้วยครูตำรวจตระเวนชายแดนอีก ๓ นายทำการสอน
พ.ศ. ๒๕๑๑ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมและได้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารเรียนบ้านพักครู ห้องน้ำ และเปลี่ยนเป็นโรงเรียนบ้านใหม่ร่มเย็นโชติคุณเกษม
พ.ศ. ๒๕๑๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบ้านใหม่ร่มเย็น จำนวน ๕ ครั้ง ครั้งหลังสุด พ.ศ. ๒๕๒๒ แต่ละครั้งได้พระราชทานโครงการต่าง ๆ ให้แก่ราษฎร เช่น การปลูกไม้ผล การเลี้ยงสัตว์ สร้างฝายน้ำสา เครื่องสีข้าวโพด ร้านค้าหมู่บ้าน เป็นต้น
พ.ศ. ๒๕๑๓ เกิดไฟป่า ไหม้ลุกลามเข้ามาในหมู่บ้าน เสียหายประมาณ ๓๓ ครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๓๖ มีปัญหาทางด้านการบริหารหมู่บ้าน เพราะบางครอบครัวกลับที่เดิม แต่ละหมู่บ้านเหลือจำนวนครอบครัวไม่มากจึงรวมกันเหลือหมู่บ้านเดียว ระยะทางจากหมู่บ้านไปตัวอำเภอเชียงคำ ๑๐ กิโลเมตร
- บ้านร่องส้าน เหตุเพราะมีลำห้วยส้านไหลผ่านมาจากภูเขา หมู่บ้านแห่งนี้จัดตั้งขึ้นในปี ๒๕๑๑ เป็นหมู่บ้านจัดสรรโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีหลายเผ่า เช่น เผ่า(ชาว)อีสาน เผ่าม้ง เผ่าเมือง และเผ่าลื้อ ต่อมาเผ่าลื้อได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น เผ่าเมืองแยกเป็นบ้านทุ่งรวงทอง หมู่ที่ ๑๒ เผ่าม้งแยกเป็นบ้านประชาภักดี หมู่ที่ ๑๓ จึงเหลือแต่เผ่าอีสานที่ย้ายมาจากหลายจังหวัดของภาคอีสาน ต่อมาปี ๒๕๒๗-๒๕๓๓ บ้านร่องส้านแห้งแล้งมากเผ่าอีสานบางครอบครัวได้ย้ายกลับถิ่นฐานเดิม และในปี ๒๕๓๗ ได้มีชนเผ่าม้งย้ายมาจากศูนย์อพยพบ้านแกและ จังหวัดน่านเพิ่มอีก ๔๓ ครัวเรือน ปัจจุบันบ้านร่องส้าน จึงมีประชากร ๒ กลุ่มคือกลุ่มอีสานและกลุ่มม้ง