นี่เป็นคำแนะนำแบบ Step-by-Step ในการใช้ e-book เพื่อส่งเสริมธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักออนไลน์หลายพันรายอย่างรวดเร็ว

        คนใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกที่มีกว่า 1 พันล้านคน ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการค้นหาข้อมูลเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลบริการด้านการเงิน ข้อมูลด้านการรักษาพยาบาล ตรวจสอบข้อมูลที่อยู่อาศัย การกู้ยืม พูดคุยกับเพื่อนๆ หรือจะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ไม้เว้นแม้แต่การค้นหาข้อมูลเพื่อจะมาเป็นคำตอบของทุกคำถาม ทุกปัญหาที่ค้างอยู่ในใจ

        เพราะฉะนั้นสิ่งนี้มันมีความหมายกับคุณอย่างไร? จะทำให้คุณกลายเป็นผู้บริหารกิจการ? หรือจริงๆ แล้วมันกำลังจะบอกคุณว่า ข้อมูล คือ สินค้ายอดนิยมสุดฮิตที่สุด!

         ประโยชน์จากความต้องการข้อมูลอย่างท่วมท้น รุนแรง อย่างแรกก็คือ คุณต้องการเส้นทางที่ง่ายที่สุดเพื่อจะให้ได้ข้อมูลนั้นมา มีการกระจายข้อมูลที่ดี ที่สำคัญต้องมีความปลอดภัย ข้อมูลเชื่อถือได้ ไม่หลอกลวง

          หลังจากที่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book ได้เข้ามาสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอินเทอร์เน็ต และคนรักการอ่านแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า e-book จะเป็นเพียงเครื่องมือที่สมบูรณ์ที่สุดในการสร้างแพ็คเกจข้อมูลอันสูงค่า เพราะว่า e-book สามารถใช้งานได้ง่าย และส่วนใหญ่ก็เปิดให้คนที่สนใจโหลดไปอ่านได้ฟรี บวกกับว่าขบวนการสร้าง e-book ในเบื้องต้นนั้นไม่ได้มีค่าใช้จ่ายมากมายอะไร เป็นการลงแรงมากกว่า ฉะนั้นคุณจึงสามารถสร้างผลกำไรจาก e-book ได้ 100%

        สิ่งสำคัญที่คุณควรจะคิดอยู่เสมอก็คือ e-book ไม่ได้เป็นแค่หนังสือ ไม่เหมือนกับหนังสือที่พิมพ์ด้วยกระดาษที่บรรจุเพียงแค่ตัวหนังสือ หรืออาจจะมีชาร์จสถิตหรือภาพประกอบเรื่อง แต่ e-book ยังสามารถบรรจุทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

        นั่นหมายความว่า คุณสามารถส่งพรีเซ็นเตชั่นที่เป็นภาพมัลติมีเดียได้อย่างง่ายดาย ซึ่งอาจจะมีทั้งไฟล์วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว หรือเสียงเพลงส่งไปพร้อมๆ กัน แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรจะส่งลิงก์เว็บไซต์ หรือหน้าเว็บไซต์เข้าไปในแพ็กเกจของ e-book ด้วย เพื่อจะได้เป็นการส่งเสริมธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จักผ่าน e-book ที่มีคนโหลดไปอ่าน

      ในความเป็นจริงแล้วมีหนทางมากมายที่จะใช้ e-book เข้ามาเพิ่มยอดขาย หรือจะใช้เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือจะใช้ e-book เป็นตัวสร้างรายได้หลักก็สามารถทำได้ ซึ่งรูปแบบที่ใช้ก็มีมากมาย เช่น

        -  บันทึกวิดีโอพรีเซ็นเตชั่นของนักขายที่คุณคิดว่าดีที่สุดให้มานำเสนอสินค้า การใช้ภาพวิดีโอเข้ามาช่วยในการเสนอขายสินค้า ถือเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ในวงกว้าง อีกทั้งยังสามารถส่งคลิปวิดีโอนั้นต่อๆ กันไปได้ง่ายอีกด้วย

        - สร้างระบบการสาธิตสินค้าแบบ 2 ทาง คนส่วนใหญ่ชอบที่จะเห็นการทำงานของสินค้า หรือได้ทดลองใช้ก่อนที่จะซื้อสินค้านั้นมา ซึ่งถ้าคุณจับได้ว่าใครที่ดูการสาธิตสินค้าของคุณบ้าง มีข้อมูลที่จะติดต่อกับคนที่ดูการสาธิตสินค้าของคุณ ก็จะทำคุณสามารถติดต่อเพื่อเสนอขายสินค้าได้ง่ายขึ้น

        -   สร้างส่วน “Preview” เครื่องมือการขายที่มีประสิทธิภาพเหลือเชื่อ คุณสามารถให้ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณดาวน์โหลด e-book ของคุณไปอ่านสัก 1-2 บทก่อน จากนั้นก็จัดการ “Unlock” คนที่โหลด e-book ของคุณไปอ่านแล้วซะ ถ้าใครต้องการจะอ่านต่อก็ต้องจ่ายเงินมาก่อน ซึ่งการที่คุณจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้องให้ผู้อ่านหรือผู้เข้าเยี่ยมชมแน่ใจก่อนว่าคุณจะมอบข้อมูลที่มีประโยชน์ มีคุณค่ากับพวกเขา ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วผู้อ่านทั้งหลายก็ยินดีที่จะจ่ายเงินให้คุณเพื่อที่จะได้อ่านข้อมูลใน e-book ทั้งหมดแน่นอน 

         -   เพิ่มยอดขายด้วยการให้ข้อมูล Text ข้อมูลเสียง หรือวิดีโอบางส่วนฟรี เป็นเรื่องง่ายที่จะขาย e-book ฉบับทดลอง หรือ “Free Trial” ให้กับผู้อ่านได้ทดลองอ่านฟรีแบบเต็มๆ หรือจะส่งข้อมูลบางส่วนไปให้กับผู้อ่านได้อ่านฟรีแบบจำกัดเวลาก็ได้ ซึ่งถ้าคุณสามารถรวบรวมข้อมูลเครดิตการ์ดของผู้ที่สนใจจะเริ่มอ่าน e-book ของคุณตั้งแต่ฉบับทดลอง ก็จะเป็นการง่ายที่คุณจะเก็บเงินจากพวกเขาหลังจากที่หมดเวลาให้ทดลองอ่านฟรี แต่ถ้าลูกค้าตัดสินใจว่าสินค้าของคุณยังไม่เป็นที่น่าสนใจมากพอ คุณก็สามารถตัดสิทธิ์การอ่าน e-book จากผู้ที่ดาวน์โหลดไปอ่านได้ง่ายๆ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเอง

         -  ทำบทสัมภาษณ์บรรดามืออาชีพที่อยู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นเสียงสัมภาษณ์หรือภาพวิดีโอ พวกบทสัมภาษณ์ต่างๆ จากมืออาชีพที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก หรือคนที่ดูน่าเชื่อถือนั้น จะเป็นตัวช่วยส่งเสริมให้การทำตลาดของ e-book มีความสนุกสนาน และเป็นที่รู้จักง่ายมากขึ้น เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักจะยอมรับบทสัมภาษณ์ และเชื่อที่คนอื่นพูดมากกว่าที่เจ้าของสินค้าจะมายืนป่าวประกาศเอง ซึ่งถ้าคุณสามารถหามืออาชีพเข้ามามีส่วนร่วม มาพูด มาแสดง มาช่วยยืนยันให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับจาก e-book ของคุณอย่างเปิดเผย ก็จะยิ่งทำให้ e-book ของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น

         e-book ก็คืองานเอกสารในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบง่ายๆ ที่สามารถส่งต่อๆ ไปยังผู้อื่นได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก แถมกระบวนการทำ e-book ก็ไม่ได้ยุ่งยากมากนักอีกด้วย แต่จุดสำคัญอยู่ที่คุณจะต้องจินตนาการให้ได้ว่าจะให้ e-book เข้ามาช่วยสร้างธุรกิจและทำให้ภาพลักษณ์ของข้อมูลสินค้าของคุณดูเป็นมืออาชีพ ดูน่าตื่นเต้นในสายตาของลูกค้า หรือผู้ที่ได้รับได้อย่างไร

การใช้ e-book มาช่วยสร้าง Viral Marketing Campaign

      การทำตลาดแบบ Viral Marketing ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้มีลูกค้าผ่านเข้ามาที่เว็บไซต์มากขึ้น ดึงดูดให้คนสนใจแบบบอกกันแบบปากต่อปาก หรือจะให้ส่งข้อความต่อกันไปก็สามารถทำได้ โดยข้อความของคุณที่สร้างขึ้นมาเพื่อบอกต่อๆ กันไปจะแสดงศักยภาพได้ทั้งบนในสังคมออนไลน์และออฟไลน์

       e-book ทำให้คุณมีช่องทางแนวใหม่ในการสร้างข้อได้เปรียบ และยังสามารถแสดงพลังอำนาจในกลยุทธ์หลักที่จะมาขับเคลื่อนให้คนเข้ามาที่เว็บไซต์มากขึ้น ด้วยการมอบข้อมูลที่มีคุณค่าให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์อยู่เสมอๆ แล้วให้ผู้อ่านได้มีโอกาสแชร์ข้อความดีๆ บทความดีๆ ไปให้กับเพื่อนๆ ของเขาต่อไป

        การใช้ Viral e-book ทำให้การส่งข้อความ และถ้อยคำต่างๆ เกี่ยวกับธุรกิจของคุณถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว อย่างเช่น ถ้าคุณบอกให้คนที่เข้ามาอ่าน e-book ของคุณต้องส่งต่อไปให้ผู้อื่นอีก 10 คน ซึ่งคนที่ได้รับ e-book จากคุณก็ต้องส่งไปให้คนอื่นๆ อีกคนละอย่างน้อย 10 คน แล้วจากนั้นก็จะถูกกระจายไปยังผู้อื่นเรื่อยๆ อย่างไม่มีขีดจำกัด ทำให้มีคนเปิดอ่านข้อมูลที่มีคุณค่าของคุณนับพันๆ คนในเวลาอันรวดเร็ว

        สิ่งสำคัญที่สุดของการทำ e-book ก็คือผู้รับ เพราะ e-book ของคุณจะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อไปตกอยู่ในมือของผู้อ่านที่มีความสนใจที่จะอ่าน e-book ของคุณ แล้วพวกเขาก็จะส่งต่อไปยังเพื่อนๆ ของเขาที่คิดว่าจะสนใจเรื่องราวที่คุณต้องการจะถ่ายทอดออกไป แต่ถ้า e-book ของคุณไปอยู่ในมือของคนที่ไม่สนใจที่จะอ่าน ก็จะไม่ถูกเปิด และไม่มีการส่งต่อไปยังผู้อื่น

 ขั้นตอน สร้าง Viral e-book อย่างง่ายๆ

       1. สร้างรายงานแบบสั้นๆ ประมาณ 10-30 หน้า สิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาหรือแชร์ข้อมูลที่มีประโยชน์ มีคุณค่ากับผู้อื่น โดยรายงานที่สร้างขึ้นมานั้นต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ อาจจะเป็นเรื่องที่อยู่ในกระแส ซึ่งคนส่วนใหญ่กำลังสนใจในเวลานั้น หรืออาจจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับกลุ่มคนบางกลุ่ม

       2. ส่งรายงานของคุณไปให้บรรดามืออาชีพที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณในรูปแบบของ e-book

       3. เพิ่ม “Viral Button” เข้าไปใน e-book ของคุณ เจ้าปุ่ม Viral มหัศจรรย์นี้จะทำให้ผู้อ่านที่ชื่นชอบ e-book ของคุณสามารถแชร์ไปให้เพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ได้ง่าย ด้วยการแค่คลิกเข้าไปที่ปุ่ม Viral หรือจะใช้คำอื่นก็ได้ เช่น “send this e-book” เพียงเท่านี้ก็สามารถส่ง e-book ไปยังเพื่อนๆ ได้แล้ว

       4. Viral e-book ของคุณจะต้องให้อ่านฟรี เพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้ผู้อ่านได้แชร์ e-book ของคุณไปยังผู้อื่นอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด จะต้องอนุญาตให้พวกเขาสามารถส่ง e-book ของคุณไปให้ผู้อื่นได้ฟรี ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้อ่าน e-book ของคุณมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังจะมีการส่งต่อ e-book ของคุณไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีหยุด

        แน่นอนว่าตอนนี้คุณอาจจะสงสัยว่า “การเปิดให้อ่าน e-book ฟรีตลอดกาลจะแปรเปลี่ยนมาเป็นรายได้ หรือสร้างยอดการขายให้คุณได้มากขึ้นอย่างไร?” คำตอบก็คือเมื่อ Viral e-book ของคุณประสบความสำเร็จ (ซึ่งจริงๆ แล้วคุณก็สร้างมันขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรมากนัก นอกจากใช้แรงสมองและแรงกายของคุณ) ดังนั้นคุณก็สามารถใส่ข้อมูลสินค้าที่จะเป็นหัวหอกหลักในการทำรายได้ให้กับคุณ ทำให้สินค้าของคุณมีคุณค่าขึ้นมา สร้างข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการขายสินค้าของคุณขึ้นมาแนบไปกับ e-book ที่คุณสร้างขึ้น

         เมื่อมีคนเข้ามาดาวน์โหลด e-book พวกเขาก็จะได้อ่านข้อมูลสินค้าของคุณด้วย จากนั้นเมื่อมีการส่งต่อไปยังเพื่อนๆ ของเขาก็ยิ่งทำให้มีการกระจายข้อมูลสินค้าของคุณมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการขายให้กับสินค้าของคุณ

เคล็ดลับ คือ “อย่าขาย” สินค้าหรืออะไรก็ตามใน e-book

         ในความเป็นจริงแล้ว อย่าผลักดันให้ผู้อ่านเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ แค่ทำให้มันเหมือนกับว่าคุณกำลังให้ข้อมูลทั่วๆ ไป คุณกำลังแชร์ความรู้ แชร์ข้อมูลให้กับผู้อื่น เพราะเป้าหมายแห่งชัยชนะของคุณคือการสร้างความน่าเชื่อถือ  ความเชื่อมั่นในตัวสินค้าหลักของคุณให้กับผู้อ่าน

        ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดคือ อย่าทำตัวเป็นวัยรุ่นใจร้อน แต่ตั้งตารอคอยสัก 2-3 วัน แล้วหลังจากนั้นคุณค่อยเพิ่มโอกาสการขายให้กับตัวสินค้าของคุณด้วยการส่งจดหมายเสนอขายสินค้าของคุณไปให้กับผู้ที่ดาวน์โหลด e-book ของคุณไปอ่าน

         ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้ Viral Campaign ประสบความสำเร็จได้นั้น คุณต้องสะสมข้อมูลที่จะติดต่อกับผู้อื่นให้ได้มากที่สุด  โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการจะเปิด e-book ของคุณอ่าน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่คุณจะสามารถเก็บข้อมูลที่จะใช้ติดต่อพวกเขาได้อย่างแน่นอน ด้วยการให้พวกเขากรอกข้อมูลที่จะใช้ติดต่อ ก่อนที่จะอนุญาตให้ดาวน์โหลด e-book ของคุณไปอ่าน

          นั่นหมายความว่าทุกๆ คนที่ต้องการจะเข้าไปอ่าน e-book ของคุณจะต้องผ่านการลงทะเบียน “Register” ก่อน ด้วยการให้กรอกข้อมูลอย่างเช่น ชื่อ-นามสกุล และอีเมล ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถติดตามกลุ่มคนที่ดาวน์โหลด e-book ของคุณไป เพื่อส่งอีเมลเสนอขายสินค้าให้กับทุกคนเป็นการส่วนตัวในภายหลัง

สรุป

         e-book เป็นเพียงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ตัวอักษรเป็นหลัก แต่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วด้วยการส่งต่อไปให้กับผู้อื่น ซึ่งศักยภาพของ e-book สมัยนี้คุณสามารถใส่ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียงเข้าไปใน e-book ของคุณได้ด้วย ไม่จำเป็นจะต้องมีแต่ข้อความที่เป็น Text หรือตัวอักษรเพียงอย่างเดียว ซึ่งความสามารถที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้จะยิ่งช่วยดึงดูดผู้อ่านให้มีความสนใจมากยิ่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำ Viral Marketing ให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

      อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการใช้ Viral e-book มาเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และโอกาสในการทำธุรกิจของคุณนั้นคุณไม่ควรที่จะเขียนข้อมูลลงใน e-book ในเชิงของการโฆษณาชวนเชื่อ เพราะนั่นจะทำให้ผู้อ่านไม่เชื่อถือ

           หนทางที่ดีที่สุดแล้ว คุณจะต้องทำเหมือนว่าคุณกำลังให้ข้อมูลทั่วไปกับผู้อื่น เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้อ่าน ซึ่งนั่นจะทำให้ e-book ของคุณถูกส่งต่อไปยังเพื่อนๆ ของผู้ที่ได้อ่านต่อไปเรื่อยๆ และด้วยข้อมูลที่ใช้สำหรับติดต่อที่คุณได้สะสมมาเป็นเวลานานนั้น จะทำให้คุณสามารถติดตามส่งอีเมลเสนอขายไปให้แต่ละคนที่ได้อ่าน e-book ของคุณไป ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสการขาย และช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าให้กับคุณได้