จากกระบวนการทางกิจกรรมบำบัดบูรณาการการให้เหตุผลทางคลินิก ทำให้เกิดการรายงานกรณีศึกษาที่ถือเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพได้
ในงานวิจัยครั้งนี้ นักศึกษาปริญญาเอกสาขากิจกรรมบำบัดและรองศาสตราจารย์สาขากิจกรรมบำบัดได้วิเคราะห์กระบวนการให้เหตุผลทางคลินิกกับผู้ช่วยนักกิจกรรมบำบัด(แอมี่ นามสมมติ) ที่มีประสบการณ์การทำงานนาน 16 ปี
เริ่มจากแอมี่ เล่าถึงประสบการณ์การประเมินทางคลินิกขณะเข้าศึกษาหลักสูตรผู้ช่วยนักกิจกรรมบำบัด และได้รับคำแนะนำจากนักกิจกรรมบำบัด (หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์) ขณะให้การดูแลกรณีศึกษาผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ซึ่งได้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูด้วยเงินประกันสังคม
ผู้วิจัยได้สังเกตแอมี่ขณะทำงาน 8 ชม.ต่อวันนาน 3 สัปดาห์ เธอได้ปฏิบัติงานกับผู้รับบริการ 12 คน บางคนต้องรับบริการมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน และจากการสัมภาษณ์กึ่งแบบแผนกับแอมี่ 5 ครั้ง นาน 20-90 นาที และบันทึกเทปคำตอบว่า "แอมี่คิดและทำอะไรในขณะปฏิบัติงานทางคลินิก" โดยมีการให้รหัสการให้เหตุผลทางคลินิกใน 5 รูปแบบ มีการวิเคราะห์ความถูกต้องของข้อมูลอีกครั้งกับแอมี่ และมีการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ในการแยกแยะรูปแบบการให้เหตุผลทางคลินิกตามการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
1. การให้เหตุผลเชิงปฏิบัติการที่คุ้มค่า (Pragmatic Reasoning)
"แอมี่คิดว่ามีการบริหารจัดการอย่างมีเหตุผล...ฝึกคุณป้าทำกิจวัตรประจำวันโดยมีเครื่องหมายติดไว้ที่กระจกและที่บอร์ด...คุณป้าจะได้เตือนตนเองในการมองข้อความบนบอร์ดและพร้อมที่จะทำงานบ้าน...ที่สำคัญจะติดเครื่องหมายไว้ตลอดที่ฝึกคุณป้าในสถานที่แห่งนี้"
2. การให้เหตุผลเชิงกระบวนการปฏิบัติ (Procedural Reasoning)
"แอมี่เข้าใจกรณีศึกษามากขึ้น เมื่ออ่านผลการประเมินจากนักกิจกรรมบำบัดที่ควบคุมการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก แต่แอมี่ยังใช้เหตุผลเชิงกระบวนการปฏิบัติเสมอในการแนะนำปรับกิจกรรมการกวาดสายตาจากมุมห้องสู่การค้นหาหนังสือในห้องสมุด โดยมีเป้าหมายเพิ่มความสนใจของคุณป้า หรือการแนะนำกิจกรรมใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังของร่างกายส่วนบนของคุณป้าให้เกิดความสนุกสนาน"
3. การให้เหตุผลเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Reasoning)
"แอมี่คิดว่าการสร้างสัมพันธภาพระหว่างเธอกับคุณป้าให้เข้าใจในการทำกิจกรรมที่ตรงกัน...คุณป้าไม่เข้าใจถึงการตื่นนอนและรู้สึกแขนเจ็บปวด...ถ้าเธอพยายามให้คุณป้าใช้แขนขณะที่มีอาการเจ็บปวด...เธอก็ยังไม่เข้าใจถึงความเจ็บปวดของแขนเป็นอุปสรรคให้ใช้แขนไม่ได้...จริงหรือ...เธอต้องคิดหาวิธีการลดความเจ็บปวดของแขนก่อนทำกิจกรรมอย่างไร"
4. การให้เหตุผลเชิงเงื่อนไข (Conditional Reasoning)
"แอมี่ถามคุณป้าให้เล่าถึงรูปแบบการทำใช้ชีวิต...เธอถามคุณป้าทำอะไรที่บ้าน...คุณป้าทำอะไรหลังจากอาบน้ำเสร็จ...คุณป้ามีเชือกประคองกันล้มก่อนเดินไปที่เตียงนอนไหม...เธอคิดว่ามันยากมากที่คุณป้าจะเล่าได้ชัดเจนในตอนที่พักอยู่ในคลินิก"
5. การให้เหตุผลเชิงแปลความ (Narrative Reasoning)
"แอมี่เล่าถึงการพัฒนาสื่อกิจกรรมการรักษาให้คุณป้า...เธอหนักใจที่จะสอนคุณป้าให้เห็นภาพอุปกรณ์ช่วยในหนังสือ...เธอสังเกตการใช้เวลาที่นานมากกว่าที่คุณป้าจะใช้อุปกรณ์ช่วยอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิผล...เธออยากให้กระบวนการบำบัดฟื้นฟูนี้เป็นธรรมชาติกว่าที่เป็นอยู่"
ผู้วิจัยย้ำว่า "ไม่มีวิธีการมาตราฐานที่จะสังเกตและแยกแยะประสบการณ์ทางคลินิกที่ถูกต้องเสมอไป" แต่นักกิจกรรมบำบัดและผู้ช่วยนักกิจกรรมบำบัดควรวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ตลอดกระบวนการทางกิจกรรมบำบัด แล้วมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมงานทางกิจกรรมบำบัดศึกษา กิจกรรมบำบัดทั่วไป กิจกรรมบำบัดเฉพาะทาง กิจกรรมบำบัดวิจัย และกิจกรรมบำบัดเพื่อสังคมต่อไป
จากบทความนี้ ทำให้ฉันรู้ถึงแนวทางและอุปสรรคต่างๆ ในคลินิกกายภาพบำบัด และฉันคิดว่าจะนำความรู้ที่ได้มานี้ ไปปรับประยุกต์ใช้ในการเรียนและการทำงาน เพื่อเป็นนักกิจกรรมบำบัดที่ดีต่อไปได้ค่ะ
ขอบคุณมากครับน้องเพลง