ผู้ปกครองหลายท่านเลือกวิธีการให้ลูกโดยสารรถรับส่งนักเรียน หรือรถโรงเรียนเพื่อความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ำมันจะเลือกรถเหล่านี้ให้มั่นใจได้อย่างไรว่า เด็กๆ จะปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่างๆ นั่นคือความสำคัญที่เราต้องให้การเลือกและการติดตามรถรับส่งนักเรียนของลูกเรา
ช่วงนี้เป็นช่วงเปิดภาคเรียนในตอนเช้าจะเห็นรถรับส่งนักเรียน และรถโรงเรียนวิ่งกันมากมายโดยจะพบวิ่งจากนอกเมืองเข้าสู่ตัวเมือง แสดงว่า การเรียนในโรงเรียนยอดนิยมยังคมเป็นมนต์ขลังของผู้ปกครอง แต่ในสภาวะน้ำมันทุกประเภทมีราคาสูงทำให้ผู้ปกครองหลายครอบครัวใช้บริการรถรับส่งนักเรียน ซึ่งได้ไปอ่านเจอบทความจากวารสารสร้างสุขเกี่ยวกับหลักการเลือกรถโรงเรียน หรือรถรับ-ส่งนักเรียนให้ปลอดภัย

- สอบถามจากทางโรงเรียนว่า รถรับส่งนักเรียนดำเนินการโดยโรงเรียนเอง หรือเป็นบุคคลภายนอกสัมประทาน ถ้าเป็นบุคคลภายนอกต้องขอรายละเอียดเพิ่มเติมเช่น สถานที่ตั้ง เบอร์โทรศัทพ์ติดต่อฉุกเฉิน และมาตรการในการดูแลพนักงานขับรถ
- สำรวจดูสภาพรถว่าอยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงหรือไม่ เพราะภาพข่าวที่เกิดจะมีปัญหาเกี่ยวกับ รถโรงเรียนพื้นทะลุ รถโรงเรียนเลี้ยงรถกลับ ประตูเปิดผลั้วแล้วนักเรียนร่วง หรือรถเบรคแตกพุ่งชนรถคันอื่น นอกจากมั่นคงต้องเน้นเรื่องความสะอาดด้วย
- จะต้องไม่จุผู้โดยสารจนแออัดยัดเยียด เช่นรถตู้ไม่ควรเกิน 12 คน
- ในกรณีรถเสีย หรือมีปัญหาอื่นใดสามารถจัดรถสำรองให้หรือไม่
อีกประเด็นที่ขอเพิ่มตามประสบการณ์การพบเห็นคือ คนขับรถต้องเป็นบุคคลที่ขับรถดีมีวินัย และมีความรับผิดชอบสูง ในช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมาได้สังเกตรถที่รับส่งนักเรียนที่ขับร่วมเส้นทางกับตนเองพบว่า ขับด้วยความเร็วเกินกฏหมายกำหนด แต่ที่ไม่อยากเห็นคือ รถรับส่งนักเรียนขับรถฝ่าไฟแดง ซึ่งหากเกิดอะไรจะส่งผลต่อความเสียหายต่อชีวิตและทรัพยสินอย่างมากมาย
ดังนั้นผู้ปกครองคงต้องเพิ่มความสำคัญกับการเลือกรถรับส่งนักเรียนให้ลูก หรือติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด หากเราไม่มีทางเลือกอื่นต้องใช้บริการควรใช้หลักการโน้มน้าวให้เขาดูแลรถ ขับรถอย่างมีคุณภาพกัน ให้ความสำคัญ ให้ความสนใจเพราะนั่นคือความปลอดภัยของลูกเรา
คงต้องดูแลจัดระบบความปลอดภัยให้ดีเพื่อชีวิตที่มีค่าของลูกหลาน
ต้องดูความปลอดภัยแบบพี่ว่า เคยพบรถรับส่งนักเรียนขับไว แถมนักเรียนห้อยโหนหลังรถด้วยครับ...
สวัสดีค่ะ คุณครูธรรมทิพย์
อาจจะเป็นทางเลือกที่มีตัวเลือกจำกัดก็ได้ค่ะ เพียงแต่คนขับจะคิดว่า "ทุกชีวิตจะปลอดภัยด้วยมือเรา" ข่าวเศร้าๆก็จะลดลงนะค่ะ
ตอนม.ต้นครูนกก็เป็นเด็กนั่งรถประจำ เคยเจอลุงคนขับหลับใน โชคดีตอนนั้นมีรุ่นพี่อีกคนหนึ่งคู่กับลุงคนขับ...พี่เขาเรียกลุงให้ตื่นทัน
แต่ช่วงหลังๆ จะพบรถตู้รับส่งนักเรีนขับประมาทมากจนอดมาเล่าสู่กันฟังไม่ได้ค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องอาจารย์ขจิต
ก็เห็นใจผู้ปกครองเช่นกันบางครั้งไม่มีตัวเลือก บางพื้นที่ก็จำเป็นต้องให้ห้อยให้โหนละค่ะเพราะอาจจะเป็นรถเที่ยวสุดท้ายของหมู่บ้านนั้นก็ได้ค่ะ แต่คงต้องดูและกันหน่อยเพราะถ้าหากเหตุเกิดขึ้นเป็นเรื่องเศร้ามากๆ ค่ะ
เคยเห็นเหมือนกันค่ะกับสภาพรถนักเรียนดังที่ว่า
น่าเป็นห่วงเหมือนกันนะคะถ้าไม่ป้องกันก่อนที่จะสายเกินไป..
ขอบคุณค่ะ คุณครูgui Chutima
คิดว่าเป็นปัญหาทั่วไป...
อยากให้ให้ป้องกันดีกว่าแก้ไขนะค่ะ