เนื่องจากในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทและเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก และมีใช้กันอยู่อย่างแพร่หลายในสังคมที่ต้องการ และทางด้านการศึกษาคอมพิวเตอร์ก็เข้ามามีบทบาทต่อการเรียนการสอนมากขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ และนำไปประยุกต์ใช้ ได้ตรงเนื่อหาที่จัดไว้อย่างเป็นขั้นตอน และยังสามารถทบทวนบทเรียนด้วยตนเองจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผู้เรียนที่ได้เรียนและศึกษาเกิดความเข้าใจในบทเรียนเก่า ๆ ในเนื้อหาที่เคยศึกษามาแล้ว และยังช่วยแบ่งเบาภาระของผู้สอนได้ด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่มีบทบาทอย่างมากในการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน
ความหมายของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน(Computer-assisted Instruction) เป็นกระบวนการเรียนการสอน โดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการเรียนโดยตรงและเป้นการเรียนแบบปฏิสัมพันธ์(Interactive) คือสามารถตอบโต้ระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งออกแบบไว้เพื่อนำเสนอบทเรียนแทนผู้สอน และผู้เรียนสามารถเรียนได้ด้วยตนเองตามลำดับขั้นตอนการเรียนอย่างเป็นระบบ เมื่อผู้เรียนได้โต้ตอบกับตัวบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแล้ว ผู้เรียนจะได้ข้อมูลย้อนกลับทันที เนื้อหาสาระของบทเรียนคอมพิวเตอรืช่วยสอนจะมีลักษณะการออกแบบที่กระตุ้นความสนใจของผู้เรียนให้ติดตามอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้ข้อความ ภาพนิ่ง เสียง ภาพเคลื่อนไหว กราฟิก เป็นต้น โดยเมื่อผ่านทุกขั้นตอนแล้วจะมีการประเมินผลการเรียนของผู้เรียนว่ามีความเข้าใจระดับใด
คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
เป็นสื่อการเรียน การสอน เป็นกระบวนการเรียนการสอน โดยมีลักษณะการทำงานในรูปแบบของสื่อประสม() คือใช้สื่อร่วมกันมากกว่า 1 ชนิด สามารถโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ มีการประเมินผลเพื่อสนองตอบให้กับผู้เรียนอย่างรวดเร็ว โดยจะต้องมีลักษณะสำคัญ 4 ประการ ซึ่งเรียกย่อ ๆ ว่า 4-I คือ
- ต้องมีเนื้อหาสาระสำคัญ
- Individualized : ต้องตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
- Interactive : มีการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้กับบทเรียนได้
- Immediate Feedback : ต้องให้ผลย้อนกลับโดยทันที
องค์ประกอบของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีส่วนประกอบดังนี้
- บทนำเรื่อง (Title) เป็นส่วนแรกของบทเรียนช่วยกระตุ้น และเร้าความสนใจให้ผู้เรียนอยากติดตามเนื้อหาต่อไป
- คำชี้แจงบทเรียน (Instruction) ส่วนนี้จะอธิบายเกี่ยวกับการใช้บทเรียน การทำงานของบทเรียน เพื่อสร้าางความมั่นใจให้กับผู้เรียน
- วัตถุประสงค์บทเรียน (Objective) แนะนำ อธิบายความคาดหวังของบทเรียน
- รายการเมนู (Main menu) แสดงหัวเรืองย่อยของบทเรียนที่จะให้ผู้เรียนศึกษา
- แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre test) ส่วนประเมินความรู้
- เนื้อหาบทเรียน (Information) เป้นส่วนสำคัญที่สุดของบทเรียน โดยนำเสนอเนื้อหาที่จะนำเสนอ
- แบบทดสอบหลังเรียน (Post test) ส่วนนี้จะนำเสนอเพื่อตรวจวัดผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
- บทสรุป และการนำไปใช้งาน (Summary application) ส่วนนี้จะสรุปประเด็นที่จำเป็น
ประเภทของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มี 5 รูปแบบ คือ
- ประเภทการสอน
- ประเภทฝึกและปฏิบัติ
- ประเภทสถานการณ์จำลอง
- ประเภทเกมส์
- ประเภททดสอบ
ขั้นตอนการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
- การเตรียม การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์
- การออกแบบ
- การเขียนผังงาน
- การสร้างสตอรี่บอร์ด
- การสร้างโปรแกรมและผลิตเอกสารประกอบ
- การประเมินผล
ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
- สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้
- ดึงดูดความสนใจ โดยใช้เทคนิคการนำเสนอด้วยภาพกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว แสง สี เสียง สวยงามและเหมือนจริง
- ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
- ผู้เรียนมีการโต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์และบทเรียน
- ช่วยให้ผู้เรียนมีความคงทนในการเรียนรู้สูง
- ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามคตวามสนใจและความสามารถของตนเอง
- ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเอง
- สร้างความพึงพอใจแก่ผู้เรียน เกิดทัศนะคติที่ดีต่อการเรียน
- สามารถรับรู้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้อย่างรวดเร็ว
- ให้ครูมีเวลามากขึ้นที่จะช่วยเหลือผู้เรียนในการเสริมความรู้
- ประหยัดเวลาและงบประมาณในการจัดการเรียนการสอน
- ลดช่องว่างการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบท
ความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจประเภทธนาคาร แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้
- Access Risk เป็นความเสี่ยงเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูล และระบบคอมพิวเตอร์
- Integrity Risk เป็นความเสี่ยงเกี่ยวกับความไม่ถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลและการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์
- Availability Risk เป็นความเสี่ยงเกี่ยวกับการไม่สามารถใช้ข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องหรือในเวลาที่ต้องการ
- Infrastructure Risk เป้นความเสี่ยงเกี่ยวกับการที่ธนาคารมิได้จัดให้มีการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทสที่สะท้อนระบบควบคุมภายในที่ดี
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ทัศมา จันทะเรือง(2545)ได้ศึกษาวิจัยการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องการออกแบบฐานข้อมูลระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สายวิชาบริหารธุรกิจ ผลการวิจัยพบว่้า ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรือง การออกแบบฐานข้อมูลระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สายวิชาบริหารธุรกิจ ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 และผลสัมฤทธิ์หลังจากการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05
^0^ สุดยอดเลยนู๋นุ้ย ^__^