บทที่ 4
ผลการวิจัยและข้อวิจารณ์
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และผู้วิจัยได้ทำการทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนซึ่งได้ทำการทดลองจำนวน 3 ครั้ง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตามที่ได้ตั้งสมมติฐานไว้คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนมวกเหล็กวิทยามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียน โดยผู้วิจัยได้แบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 การประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน
ตอนที่ 2 การหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80
ตอนที่ 3 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกับคะแนนทดสอบก่อนเรียน
จากผลการวิจัย
จากผลการวิจัย บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนมวกเหล็กวิทยา มีข้อวิจารณ์ดังต่อไปนี้
1. จากการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยได้คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนทั้งทางด้านสติปัญญา สติปัญญา บุคลิกภาพ ความสนใจ พื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกันและจากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนในห้องเรียน ทำให้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีความยืดหยุ่นที่ผู้เรียนสามารถควบคุมบทเรียนได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังออกแบบให้บทเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน มีผลป้อนกลับไปยังผู้เรียนเพื่อเป็นการเสริมแรงซึ่งสามารถดึงดูดและกระตุ้นความสนใจและทำให้ผู้เรียนเกิดความสนุกและมีกำลังใจในการเรียนรู้ โดยนำภาพคำศัพท์ที่นักเรียนพบเห็นในชีวิตประจำวันออกแบบเป็นเนื้อหาบทเรียน มีขั้นตอนการสร้างและพัฒนาโดยมีการวางแผนและออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามหลัก 9 ขั้นของกาเย่ (อ้างถึงในมนต์ชัย เทียนทอง,2545) ซึ่งเป็นพื้นฐานในการออกแบบ เช่น การนำเสนอหัวข้อเรื่องของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยการใช้ภาพ สี เสียง หัวข้อซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการเร้าความสนใจของผู้เรียน ส่วนการนำเสนอเนื้อหาแบบทีละขั้น (step by step) การนำ เสนอแบบภาพประกอบให้ตรงกับเนื้อหา จึงเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับบทเรียนได้ตลอดเวลาโดยบทเรียนมีลักษณะเป็นมัลติมีเดีย (multimedia) ที่นำเสนอข้อมูลทั้งข้อความ (text) ภาพนิ่ง (image) ภาพเคลื่อนไหว (animation) เสียงประกอบบทเรียน (sound) และแบบฝึกหัดตอบถูกหรือผิด
2. การสังเกตพฤติกรรมหลังจากที่นักเรียนทดลองใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน พบว่า นักเรียนให้ความสนใจและกระตือรือร้นต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งเป็นการเรียนโดยมีการโต้ตอบและทำแบบฝึกหัดในบทเรียนจากการที่ผู้วิจัยได้สอบถามว่าการนำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมาเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนเช่นนี้ดีหรือไม่ นักเรียนมีความพึงพอใจ ต้องการเพิ่มทักษะความรู้ในวิชาภาษาอังกฤษด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและการเรียนคำศัพท์จากภาพ สีสัน ตัวอักษรและเสียง เป็นจุดสนใจที่ทำให้นักเรียนอยากเรียนสามารถฝึกหัดออกเสียงคำศัพท์ได้ตามความพอใจ จนสามารถออกเสียงคำศัพท์ได้ใกล้เคียง สามารถเรียนรู้คำศัพท์กลับไปกลับมาได้ จนเข้าใจและนำไปใช้ได้ จากคำตอบและพฤติกรรมดังกล่าว แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษและการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งสอดคล้องกับมนต์ชัย เทียนทอง (2545) ได้สรุปไว้ว่า การเรียนโดยใช้คอมพิวเตอร์ยึดหลักการสำคัญ ได้แก่ ความง่าย ความสะดวกในการใช้งาน ความสวยงาม ความน่าสนใจและส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนประสบผลสำเร็จด้วยวิธีการของตนเอง
3. การหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนชุดนี้ มีค่าประสิทธิภาพตามเกณฑ์80/80 ที่ตั้งไว้ ซึ่งผู้วิจัยได้ออกแบบกำหนดเนื้อหาบทเรียนและสามารถทำแบบฝึกหัดได้ในทันทีที่เรียนเนื้อหาในบทเรียนเสร็จ ซึ่งเมื่อนักเรียนเข้าใจ จดจำได้ดีโดยทำแบบฝึกหัดจากง่ายไปสู่แบบฝึกหัดที่ยาก เป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจที่จะเรียนในบทเรียนและทำแบบฝึกหัดต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับหลักการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (ทักษิณา สวนานนท์, 2530) กล่าวคือ การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ควรเรียงลำดับเนื้อหาของความง่ายไปสู่ความยาก เริ่มจากเรื่องที่ผู้เรียนรู้อยู่แล้วไปจนถึงเรื่องใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยรู้เนื้อหาที่ค่อย ๆ เพิ่มนั้นจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
4. การเปรียบเทียบคะแนนทดสอบก่อนและหลังการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษ พบว่า คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เนื่องจากว่าในการเรียนเนื้อหานั้น นักเรียนสามารถเรียนซํ้าหรือทบทวนเนื้อหาในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนก่อนที่จะทำแบบทดสอบหลังเรียน การที่นักเรียนได้ทบทวนเนื้อหาซํ้าอีกครั้ง ทำให้นักเรียนเกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น เมื่อได้ทำแบบฝึกหัดและแบบทดสอบจึงทำให้ได้คะแนนมากกว่าการทำแบบทดสอบก่อนเรียน ซึ่งสอดคล้องกับหลักจิตวิทยาการเรียนรู้กับการออกแบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ ถนอมพร(ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง, 2541 กล่าว คือ การออกแบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอนควรคำนึงถึงหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ในด้านความแตกต่างระหว่างบุคคลเนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความสามารถในการเรียนรู้แตกต่างกันไป จึงควรออกแบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอนให้สะดวกในการย้อนกลับไปมา ถ้านักเรียนไม่เข้าใจเนื้อหาในตอนใดก็สามารถย้อนกลับไปทบทวนได้ทันที นอกจากนี้การที่ผู้เรียนได้รับผลป้อนกลับจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เช่น ได้รับคำชมเชยเมื่อตอบคำถามถูกต้อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคุณลักษณะที่สำคัญของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สมบูรณ์ ดังที่ ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง, 2541 สรุปไว้มี 4 ประการ คือ 4 I’s ได้แก่
1. Information (สารสนเทศ)
2. Individual (ความแตกต่างระหว่างบุคคล)
3. Interaction (การโต้ตอบ)
4. Immediate Feedback (ผลป้อนกลับโดยทันที)
สรุปได้ว่า
จากผลการวิจัย บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนมวกเหล็กวิทยา มีข้อสรุปดังต่อไปนี้
จากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนในห้องเรียน จากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีความยืดหยุ่นที่ผู้เรียนสามารถควบคุมบทเรียนได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังออกแบบให้บทเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน มีผลป้อนกลับไปยังผู้เรียนเพื่อเป็นการเสริมแรงซึ่งสามารถดึงดูดและกระตุ้นความสนใจและทำให้ผู้เรียนเกิดความสนุกและมีกำลังใจในการเรียนรู้ โดยนำภาพคำศัพท์ที่นักเรียนพบเห็นในหัวข้อเรื่องของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยการใช้ภาพ สี เสียง ทำให้ผู้เรียนมีทักษะภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น