GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การทำบุญครบรอบ 32 ปีโรงพยาบาลบ้านตาก

จริงๆแล้วองค์การแห่งการเรียนรู้ในสังคมไทยมีมานานแล้ว จะสังเกตเห็นได้ชัดเช่นเวลาจัดงานวัด ศรัทธาญาติโยมต่างคนต่างรู้หน้าที่ไม่ต้องมาประชุมแบ่งงานกันหลายรอบ งานก็จะสำเร็จได้ดี
การทำบุญครบรอบ 32 ปีโรงพยาบาลบ้านตาก
                วันนี้วันที่ 24 กันยายน 2548 เป็นวันมหิดลที่คนไทยทุกคนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก พระบิดาแห่งวงการแพทย์และการสาธารณสุขไทย วันนี้คณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบ้านตากครอบครัวและคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลได้ร่วมกันจัดพิธีถวายสักการะแด่พระองค์ ณ ลานหน้าอาคารยุทธหัตถี โรงพยาบาลบ้านตากพร้อมทั้งมีพิธีทำบุญครบรอบ 32 ปีโรงพยาบาลบ้านตาก โดยงานนี้เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์ในวงกว้างโดยต้องการที่จะจัดอย่างเรียบง่าย ประหยัดแต่ครบถ้วนตามพิธีสงฆ์ เริ่มงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า มีการจุดธูปเทียนบูชาพระโดยประธานคืออาจารย์จรวย สุขสิน รองประธานคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลบ้านตาก หลังจากนั้นก็มีการใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้ง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาร่วมจำนวนมากและจะเป็นอย่างนี้ทุกปีโดยไม่ต้องบังคับ สำหรับอาหารแห้งที่ได้รับทางพระสงฆ์ท่านจะมอบกลับให้โรงพยาบาลเพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือคนยากจนตามโครงการโรงทานและโครงการHome Health Care ของโรงพยาบาลที่จัดทำมาเกือบ 10 ปีแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์แล้วก็จะมีพิธีสักการะศาลพระพุทธรูปประจำโรงพยาบาลและบวงสรวงศาลพระภูมิเจ้าที่ของโรงพยาบาลบ้านตากซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของเจ้าหน้าที่ ครอบครัวและผู้ป่วยจะมาสักการะกันไม่ขาด การจัดงานวันนี้คณะกรรมการบริหารได้ตกลงกันว่าจะจัดในวันเสาร์ที่ 24 เลยไม่เลื่อนมาจัดวันราชการและไม่ได้มีการประชุมเตรียมงานกันเลยเพียงแต่รู้กันว่าใครจะทำอะไร ทุกคนก็จะทำตามหน้าที่ของตนเองไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีการสั่งการกัน ซึ่งกิจกรรมหลายๆอย่างในโรงพยาบาลบ้านตากก็จะเป็นแบบนี้คือเกิดระบบอัตโนมัติในการทำงาน ทุกคนที่ทำงานรู้หน้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของการจัดงานได้เลย ก็น่าจะถือได้ว่าเป็นองค์การบริหารตนเอง(Self Organization)ได้ ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ได้ง่าย จริงๆแล้วองค์การแห่งการเรียนรู้ในสังคมไทยมีมานานแล้ว จะสังเกตเห็นได้ชัดเช่นเวลาจัดงานวัด ศรัทธาญาติโยมต่างคนต่างรู้หน้าที่ไม่ต้องมาประชุมแบ่งงานกันหลายรอบ งานก็จะสำเร็จได้ดี ที่เห็นชัดอีกอย่างก็คือในหมู่บ้านหากบ้านไหนมีคนตาย ขณะที่ญาติๆกำลังโศกเศร้า ทำอะไรไม่ค่อยจะถูกนั้น จะมีคนส่วนหนึ่งที่เตรียมเรื่องพิธีศพ เตรียมเรื่องอาหาร เตรียมเรื่องต่างๆอย่างเรียบร้อยโดยที่เจ้าของงานไม่ต้องไปสั่งคนโน้นคนนี้ ไม่ต้องมาเรียกประชุมแบ่งงานกัน ผมเห็นแล้วมาเปรียบเทียบกับงานของหน่วยราชการต่างๆกว่าจะทำอะไรได้ประชุมแล้วประชุมอีก ตามงานกันตั้งหลายรอบกว่าจะเสร็จได้ แต่ว่าในชุมชนหมู่บ้านของไทยหลายๆแห่งเริ่มจะเปลี่ยนไปอย่างน่าเสียดาย นับจากการเมืองได้คืบคลานเข้ามาจนถึงระดับตำบลหมู่บ้าน งบประมาณจำนวนมากเข้ามาทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ใช้เงินทำงานจนความสัมพันธ์เริ่มเสียไป จะจัดงานประเพณีอะไรๆที่เคยช่วยกันดี ลงแรงแข็งขัน กลับกลายเป็นต้องเอาเงินมาจ้าง จะแห่กระทง จะแห่เทียนต้องเอาเงินมาจ้างเหมือนให้ไปแสดง  พอเงินมาความลุ่มลึกทางปัญญา ความสวยงามทางประเพณีวัฒนธรรมเริ่มเสื่อมหายไป น่าเสียดายมาก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): เรื่องเล่าทั่วไป
หมายเลขบันทึก: 4420
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)