กายและจิต เป็นสิ่งเกี่ยวข้องกันเสมอ

เมื่อกายป่วย จิตย่อมมีการป่วยด้วย แต่จิตท่านคิดว่าอยู่นิ่งได้หรือ บางทีเราอาจเข้าใจผิดว่า เมื่อกายป่วยแล้วจิตต้องอยู่กับกายตลอดเวลา  เมื่อวันก่อนได้ฟังอาจารย์มาบรรยายเรื่องกายกับจิต โดยใช้บทบาทสมมุติ ว่าให้ผู้เข้ารับการอบรมเป็นกาย ๑ ท่านและเป็นจิต ๑ ท่าน ท่านกายให้นอนนิ่งๆอยู่กับที่ ท่านจิต อาจารย์ให้คิดว่าเมื่อเราป่วยนอนนิ่งๆแล้ว มีอะไรที่อยากทำ หรือมีอะไรที่อยากไปหรือไม่ ท่านจิตผูกพันกับอะไรบ้าง  คำตอบของท่านจิตคือ คิดถึงบ้าน  สามี ลูก ที่ทำงาน เพื่อน เพื่อนร่วมงาน สุนัข ปลา ที่เลี้ยงที่บ้าน มีหอพักที่ต้องดูแล คิดถึงพี่สาว น้องสาว ร้านเสริมสวย เจ้าของร้านอาหารที่ไปนั่งเป็นประจำ และคิดถึงอีกหลายอย่าง 

อาจารย์สมมุติให้ท่านจิต เลือกผู้เข้ารับการอบรมเป็นตัวแทนของ บ้าน  สามี ลูก ที่ทำงาน เพื่อน เพื่อนร่วมงาน สุนัข ปลา ที่เลี้ยง หอพักที่ต้องดูแล คิดถึงพี่สาว น้องสาว ร้านเสริมสวย เจ้าของร้านอาหารที่ไปนั่งเป็นประจำ แล้ว ให้ท่านจิตเริ่มเดินไปหาตัวแทนสิ่งสมมุติทีละอย่างว่า ถ้าเราป่วยแบบเป็นมากไปไหนไม่ไหวแล้วจะพูดหรือบอกอะไรกับสิ่งที่เราคิดถึง เช่น คิดถึงบ้าน ก็เดินไปหาบ้านแล้ว ไปหาสามีบอกสามีว่า "ช่วยดูแลลูก ดูแลเรื่องการบ้าน ลูกชายค่อนข้างดื้อมากให้ค่อยๆบอกเหตุผล ไม่ใช้การออกคำสั่งเพราะเขาจะไม่ทำตามคำสั่ง"  เมื่อคุยกับสามีเสร็จ ท่านจิตก็คิดถึงที่ทำงานก็วิ่งไปหาตัวแทนที่ทำงาน และพูดกับเพื่อนร่วมงานว่า"ขอโทษที่ไม่สามารถมาทำงานเองได้เพราะป่วย งานที่ค้างสรุปข้อมูลให้ไปหาที่พี่ไก่แผนก...แทนเพราะฝากงานไว้แล้ว  " สักพักหนึ่งท่านจิตก็กลับไปหาท่านกาย นั่งพักสักครู่ ก็วิ่งไปหาพี่สาว สั่งเสียว่า"ขอให้ช่วยดูแลหอพักด้วยเพราะสามีคงไม่มีเวลามาดูแลหรอก งานของเขายุ่งมาก ต้องรีบไปเก็บค่าห้องแรกทางซ้ายมือก่อนเพราะมีแววจะเบี้ยว " ท่านจิตต้องวิ่งไปวิ่งมาตามที่ท่านจิตอยากจะไปหาจนครบทุกอย่างของตัวแทน 

อาจารย์สรุปและถอดบทเรียนนี้ว่า " ขณะที่คนไข้ป่วยร่างกายนอนนิ่งอยู่กับเรา  เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในจิตเขาคิดถึงอะไรบ้าง จิตของเขาอยู่ที่ไหน เป็นห่วงอะไรบ้าง ตอนที่สมมุตินั้น  " ท่านจิตเหนื่อยมากเพราะต้องวิ่งไปวิ่งมาเนื่องจากมีเรื่องกังวลอยู่มาก หลายอย่าง ทั้งงานที่บ้าน งานที่ทำงาน การดูแลหอพัก เป็นต้น ท่านกายเองก็รู้สึกเหนื่อยไปกับท่านจิตด้วย วุ่นวายไปด้วย ทั้งที่นอนนิ่งๆอยู่กับที่  "  ทำให้เรามองเห็นชัดขึ้นในการดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะสุดท้าย ความสัมพันธ์กันระหว่างกายกับจิต

ขอขอบคุณอาจารย์อย่างมากที่ได้แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยใช้บทบาทสมมุติแทนความคิด แทนความรู้สึกซึ่งเป็นนามธรรม จับต้องได้ยาก ทำให้เราเข้าใจความหมายที่แท้จริงของกายและจิต