การแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ (Software)
ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ คือ ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นจากตัวโปรแกรมเอง ทำงานผิดปกติ ซึ่ง
อาจจะเกิดปัญหาได้ทั้งตัวระบบปฏิบัติการและโปรแกรมใช้งานทั่วๆไป เช่น ตัวโปรแกรมอาจจะไม่
สมบูรณ์ โปรแกรมที่ใช้งานไม่สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่ หรือถูกไวรัสเข้าไปทำลาย
เครื่องบูตขึ้นแต่ไม่สามารถเข้าวินโดวส์ได้
กรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ผ่านขั้นตอนการ POST แล้ว แต่กลับมาค้างที่หน้าจอแสดงโลโก้
วินโดวส์ทำให้ไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้เลย บางครั้งก็ยังไม่แสดงโลโก้ของวินโดวส์ วิธีแก้ไข
ตรวจสอบที่ CD ROM ว่ามีแผ่นค้างอยู่หรือไม่ , ตรวจสอบที่ DISK Drive ว่ามีแผ่นค้างอยู่หรือไม่ ,
จากนั้นให้เอาแผ่นออกแล้วบูตเครื่องขึ้นมาอีกครั้งจะพบว่าสามารถบูตเครื่องเข้าวินโดวส์ได้
ข้อความผิดพลาดที่ 1 : This program has performed anillegal operation andwill be shut down. If the problem persists, contact the program vendor
ข้อความนี้แจ้งว่าโปรแกรมบางตัวมีปัญหาเราคงต้องมานั่งไล่กันว่าโปรแกรมที่ติดตั้งครั้ง
หลังสุดคือโปรแกรมอะไร แล้วลองลบออกไปโดยการ Add / Remove Program ใน Control Panel
หลังจากนั้น จึงติดตั้งใหม่ โดยแนะนำว่าเปลี่ยนแผ่นโปรแกรมที่ใช้ติดตั้งเสียใหม่ เพราะหากใช้
แผ่นเก่าอาจเป็นเหมือนเดิมอีก หรือบางครั้งเกิดจากไฟล์โปรแกรมที่ติดตั้งครั้งหลังสุดมีปัญหากับไฟล์
โปรแกรมที่ติดตั้งมาก่อนหน้านี้ เมื่อติดตั้งใหม่จึงอาจมีอาการเหมือนเดิมควรแก้ไขโดยการอัพเดทเป็น
โปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่
ข้อความผิดพลาดที่ 2 : Improper shut down detected, Checking disk for error
ข้อความนี้แจ้งว่าพบปัญหาผิดพลาดในขั้นตอนการชัตดาวน์ อาจเกิดจากการผู้ใช้ปิดเครื่องไม่
ถูกวิธี ทำให้ระบบชัตดาวน์มีปัญหา วิธีแก้ไขคือให้รอสักพักแล้วค่อยกดปุ่ม Esc ระบบก็จะกลับเป็น
ปกติ ดังนั้นหาก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก คราวหลังก็ควรปิดคอมพิวเตอร์ให้ถูกวิธีด้วย
การชัตดาวน์เครื่องก่อนเสมอ
ข้อความผิดพลาดที่ 3 : The selected disk drive is not in use. Check to make surea disk is inserted.
ข้อความนี้แจ้งว่าดิสก์ไดรฟ์ไม่สามารถใช้งานได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้มีการใส่
แผ่นดิสก์ลงไปในช่องดิสก์ไดรฟ์แล้ว สำหรับปัญหานี้อาจเกิดจากผู้ใช้ลืมใส่แผ่นดิสก์ลงไปในช่อง
ดิสก์ไดรฟ์ แต่หากได้มี การใส่แผ่นลงไปแล้วปัญหานี้อาจเกิดจากแผ่นดิสก์เสียหรือดิสก์ไดรฟ์มี
ปัญหา ไม่สามารถใช้งานได้ให้เราทดสอบแผ่นดิสก์โดยนำไปใช้กับเครื่องอื่นหากสามารถใช้ได้ นั่น
แสดงว่าเป็นที่ดิสก์ไดรฟ์ต้องถอดมาซ่อมหรือเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้
ข้อความผิดพลาดที่ 4 : There is not enough free memory to run this program.Quit one or more programs, and try again.
ข้อความนี้แจ้งว่าหน่วยความจำที่เหลืออยู่ในระบบไม่เพียงพอในการเปิดโปรแกรม ให้แก้
จากโปรแกรมแล้วลองเปิดใหม่อีกครั้ง สำหรับสาเหตุของปัญหานั่นคือหน่วยความจำหรือแรมของเครื่องไม่พอนั่นเอง
4.1 วิธีแก้ปัญหาแบบถาวร ก็คือ ให้ผู้ใช้ซื้อแรมมาติดตั้งเพิ่มเติม โดยควรที่จะให้ช่างผู้ชำนาญ
ไม่ควรทำด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้
4.2 วิธีแก้แบบชั่วคราวก็คือ ในขณะใช้งานแนะนำให้ผู้ใช้ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นลงไปบ้าง
โดยเฉพาะโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลังโดยที่เราไม่ได้เปิดขึ้นมาใช้งาน ให้สังเกตจากบริเวณ
System Tray จะมีไอคอนของโปรแกรมนั้นๆ อยู่ ให้จัดการปิดให้หมดหรือโปรแกรมประเภทที่ชอบ
กินแรม ( Resource Leak ) ซึ่งโปรแกรมพวกนี้แม้ว่าจะปิดโปรแกรมไปแล้วก็ยังไม่ยอมคืนหน่วยความจำกลับมาสู่ระบบ
ข้อความผิดพลาดที่ 5 : There is not enough free memory to run this programQuit one or more programs, and try again
สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ว่าระบบของเราเหลือรีซอร์สเท่าไหร่โดยคลิกขวาที่ My Computer จากนั้นคลิกแท็ป Performance ดูที่ System Resource ว่าเหลือรีซอร์สกี่เปอร์เซ็นต์ หากต่ำกว่าครึ่งก็ให้ปิดโปรแกรมแล้วบูตเครื่องขึ้นมาใหม่โปรแกรมเหล่านั้นก็จะคืนแรมกลับมาเหมือนเดิม
ข้อความผิดพลาดที่ 6 : Error Reading CD-ROM in Drive D: ( หรือไดรฟ์ที่เป็นซีดีรอม ) Please insert CD-ROM XX With Serial Number XX in Drive d: … if theCD-ROM is still the drive, it may require cleaning
ข้อความผิดพลาดนี้จะแจ้งขึ้นมาว่าเกิดความผิดพลาดจากการอ่านแผ่นซีดีในไดรฟ์ D: ( หรือ
ไดรฟ์ที่เป็นซีดีรอม ) ซึ่งสาเหตุมาจากที่ผู้ใช้กดปุ่ม Eject เพื่อนำแผ่นซีดีรอมออกมาก่อนที่วินโดวส์
จะอ่านข้อมูลเสร็จ วิธีแก้ไขก็คือ ให้นำแผ่นใส่กลับไปเหมือนเดิมรอจนกว่าวินโดวส์จะอ่านข้อมูลจาก
แผ่นเสร็จแล้วจึงค่อยนำออกมา โดยให้สังเกตจากหลอดไฟที่ตัวไดรฟ์ซีดีรอม ควรรอให้ไฟ
หยุดกระพริบเสียก่อน บางครั้งสาเหตุนี้ก็อาจเกิดจากการที่ผู้ใช้นำแผ่นซีดีที่ใช้งานไม่ได้แล้วใส่ลงไป
หรือไม่ก็แผ่นซีดีสกปรกจนไดรฟ์ซีดี ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้ ควรนำออกมาทำความสะอาดให้
เรียบร้อยก่อนใส่กลับไปอีกครั้งหนึ่ง
เครื่องแฮงค์เพราะไดรเวอร์
ไดรเวอร์ คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างฮาร์ดแวร์และ
ระบบปฏิบัติการหรืออธิบายง่ายๆ ก็คือคอยทำหน้าที่แนะนำให้ระบบปฏิบัติการรู้จักและทำงาน
ร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้นั่นเอง ดังนั้นหากอุปกรณ์ตัวไหนที่ไม่ได้ลงไดรเวอร์ ก็อาจทำให้ระบบปฏิบัติการ
ไม่รู้จัก จึงไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ดูแล้วไดรเวอร์ ไม่น่าจะเป็นตัวที่ทำให้เกิดปัญหา แต่
เนื่องจากว่า บางครั้งไดรเวอร์ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ไม่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตัวเก่าได้ ไดรเวอร์
รุ่นใหม่ที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเมื่อตรวจเช็คแล้วก็พบว่าไดรเวอร์ที่ผู้ใช้
อัพเดทนั้นเป็นไดรเวอร์รุ่นทดสอบที่หลายเว็บไซต์มักชอบนำมาให้ดาวน์โหลดไปทดสอบกันดูก่อน
เมื่อไดรเวอร์ยังไม่สมบูรณ์ จึงยังไม่สามารถทำงานเข้ากับฮาร์ดแวร์ บางตัวได้จึงทำให้เกิดปัญหาเครื่อง
แฮงค์ นั่นเอง ซึ่งปัญหานี้พบได้บ่อยมากสำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาคือ ให้สอบถามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ก่อน หากพบเครื่องที่มีอาการแฮงค์หลังจากที่ผู้ใช้อัพเดทไดรเวอร์ลงไปให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเกิดจากสาเหตุนี้วิธีแก้ปัญหาก็คือให้จัดการถอดไดรเวอร์ที่มีปัญหานั้นทิ้งไป แล้วลงไดรเวอร์ตัวเก่าที่เคยใช้งานได้ดีกลับไปเหมือนเดิม โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. ให้คลิกขวาที่ไอคอน My Computer > Properties
2. ที่หน้าต่าง Hardware ให้คลิกแท็ป Device Manager
3. จากนั้นคลิกขวาที่ไดรเวอร์ของอุปกรณ์ที่มีปัญหา แล้วเลือกคำสั่ง Remove ไดรเวอร์นั้น
ออกไปแล้วลงไดรเวอร์ตัวเก่าที่เคยใช้งานได้ดีกลับไปเหมือนเดิมแต่บางครั้งไดรเวอร์ที่มากับอุปกรณ์ตั้งแต่ตอนแรกที่ซื้อมา ก็อาจทำให้มีปัญหาได้เหมือนกันโดยจะ พบบ่อยมากในไดรเวอร์ของการ์ดแสดงผล 3 มิติ และซาวด์การ์ดยี่ห้อโนเนมทางแก้ปัญหาคือต้องไปดาวน์โหลดไดรเวอร์เวอร์ชั่นใหม่จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตอุปกรณ์ยี่ห้อที่ใช้อยู่เท่านั้น ไม่ควรไปดาวน์โหลดจากเว็บไซต์อื่น เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้
ปัญหาอันเนื่องจากโดนไวรัสคอมพิวเตอร์
ปัญหานี้ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สามารถพบได้บ่อย ๆ ในปัจจุบัน ที่ซึ่งมีการใช้งานอินเทอร์เน็ต
กันอย่างแพร่หลายทั้งในหมู่วัยรุ่น และผู้ใหญ่ ตลอดไปจนถึงเด็กตัวเล็ก ๆที่เดี๋ยวนี้บางคนก็ใช้
อินเทอร์เน็ตเป็นแล้ว การแพร่ระบาดของไวรัสนั้นวิธีที่เร็วที่สุดก็คือ ทางอินเทอร์เน็ต และที่พบได้
บ่อยก็คือ ไวรัสที่แพร่ระบาดผ่านไปทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส์หรือ อีเมล์ (E-Mail) นั่นเอง
เพราะฉะนั้นผู้ใช้นอกจากจะระมัดระวังในเรื่องของการเปิดอ่านอีเมล์ด้วย โดยไม่เปิดอ่านอีเมล์ที่ไม่
รู้จักหรืออีเมล์ที่มีข้อความแปลก ๆน่าสงสัยเด็ดขาด
ทีนี้ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราบังเอิญติดไวรัสให้แล้ว จะมีวิธีการแก้ไขได้อย่างไรบ้าง
(รายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับชนิด และวิธีใช้โปรแกรมป้องกันและกำจัดไวรัส จริงๆ แล้ววิธี
ตรวจสอบที่จะทำให้ทราบว่าเครื่องของเรานั้นติดไวรัสหรือเปล่าสามารถทำได้ 2 วิธีคือ
- สังเกตจากการผิดปกติที่เกิดขึ้น หลังจากวิเคราะห์แล้วว่า เครื่องของเรามีความเสี่ยงในการ
ติดไวรัสสูง เช่น เปิดอ่านอีเมล์บ่อย ๆอย่างไม่ระมัดรัง , นำเอาข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ไม่น่าเชื่อถือมา
- ตรวจสอบโดยใช้โปรแกรมป้องกัน ตรวจสอบและกำจัดไวรัส ตัวอย่างเช่น โปรแกรม
Trend Micro Office Scan และอื่น ๆ เป็นต้น
อาการผิดปกติที่มักจะเกิดขึ้นเครื่องที่โดนไวรัส อาทิเช่น ไม่สามารถเปิดโปรแกรมที่เคยใช้
งานอยู่ในประจำได้ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานนี้ก็เปิดได้ , โปรแกรมบางตัวเปิดทำงานเองโดยไม่ได้สั่ง และ ใช้
งานอยู่ดี ๆ เครื่องก็ค้าง หรือ หยุดนิ่งบ่อย ๆ ครั้ง เป็นต้น
การป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากโดนไวรัส
การป้องกันและแก้ปัญหาในกรณีที่เครื่องแฮงค์ อันเนื่องมาจากโดนไวรัส ทำได้ดังนี้
ติดตั้งโปรแกรมป้องกัน ตรวจสอบและกำจัดไวรัส เพื่อช่วยในการตรวจสอบ ซึ่งโดยปกติ
แล้วถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรามีความเสี่ยงในการติดไวรัสได้ง่าย ก็ควรจะติดตั้งไว้ตั้งแต่ตอนแรก
เพื่อช่วยในการป้องกันไวรัสด้วย ในกรณีที่เราเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไว้ให้ทำการ Update รายชื่อไวรัสใหม่ ๆ ให้ ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบ แต่ถ้าไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไว้ ก็สามารถหาUpdate รายชื่อไวรัสใหม่ ๆ ได้จากแผ่นซีดีที่แถมมากับนิตยสารบางเล่มก็ได้
ใช้โปรแกรมที่กล่าวมาข้างต้นทำการตรวจสอบ เมื่อพบก็ให้รีบกำจัดเสียโดยปกติ เมื่อติดตั้งโปรแกรมป้องกัน / ตรวจสอบและกำจัดไวรัสเสร็จแล้ว โปรแกรมจำพวกนี้มักกำหนดให้ตัวเองทำงานอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา เพื่อช่วยป้องกันตรวจสอบและกำจัดไวรัสที่พบอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อมีไวรัสเข้ามาในเครื่องโปรแกรมจะตรวจสอบพบทันที แล้วเราสามารถสั่งให้โปรแกรมนั้นกำจัดเลยทันทีก็ได้