วันที่ ๑๐ พ.ค. ๕๔ มีการประชุมคณะกรรมการกำกับทิศทางของโครงการ LLEN   การนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการ   และคำแนะนำที่มีหลากหลายมิติของกรรมการ ทำให้ผมนึกออกว่า ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัย ๑๕ แห่งที่เข้าโครงการนี้ คือต้นทุนที่ดียิ่งในการทำโครงการ หนึ่งจังหวัดหนึ่งมหาวิทยาลัย

 

          โครงการ LLEN มีเป้าหมายส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ทำหน้าที่เข้าไปหนุนเสริมหรือพัฒนาคุณภาพของการเรียนรู้ในโรงเรียนในพื้นที่   ชักชวนภาคีที่หลากหลายในพื้นที่ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อปท.) เข้ามาช่วยกันยกระดับคุณภาพของโรงเรียนในพื้นที่   ด้วยวิธีการที่แต่ละมหาวิทยาลัยคิดริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นเอง ไม่ซ้ำแบบกัน

 

          โครงการนี้ดำเนินการมาได้ ๑ ปีครึ่งแล้ว   เหลือเพียงครึ่งปีก็จะจบโครงการ ยกเว้นบางมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมทีหลัง เพิ่งดำเนินการได้ ๑ ปี   เห็นได้ชัดเจนว่าคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ หรือคณะอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยสามารถเข้าไปดำเนินการให้เกิดการยกระดับคุณภาพของการเรียนรู้ของโรงเรียนได้จริง   และเป็นความต้องการของพื้นที่ด้วย   เราได้ทราบว่า คณะศึกษาศาสตร์ มข. ถึงกับจัดตั้งหน่วยงานขึ้นทำงานหารายได้จากกิจกรรมนี้   เพราะเขตพื้นที่เห็นผลว่าเมื่อมีการดำเนินการ ผลสอบ O-NET ในวิชาที่เป็นเป้าหมายเพิ่มขึ้นพรวดพราด ร้อยละ ๔๕

 

          เห็นได้ชัด ว่าพื้นที่ที่โครงการ LLEN เข้าไป ได้เกิดการปลุกสำนึกในพื้นที่ ให้ฝ่ายต่างๆ เข้ามาร่วมกันพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของเด็กนักเรียน ร่วมกับครูในโรงเรียน   เกิดกระแส All for education ขึ้น   และทำให้มหาวิทยาลัยได้เรียนรู้วิธีเข้าไปทำงานรับใช้พื้นที่ รับใช้สังคม

 

          มีการคุยกันในคณะกรรมการชี้ทิศทางว่า ทำอย่างไรจึงจะมีการขยายผลออกไปให้ทั่วประเทศ   ลู่ทางก็คือ โครงการ ๑ จังหวัดหนึ่งมหาวิทยาลัย   และการที่ สพฐ. เรียนรู้คุณค่าของการดำเนินการแนว LLEN และจัดงบประมาณและ facilitator เข้าไปหนุน พร้อมกับกลไกการชี้ทิศทางที่ถูกต้อง   เรานัด สพฐ. มาประชุมร่วมกับ LLEN ในวันที่ ๑๑ ก.ค. ๕๔

 

          ผมมีความสุขมาก ที่ได้มีส่วนร่วมเล็กๆ น้อยๆ ในโครงการที่กลายเป็นแนวทางหนึ่งของการที่มหาวิทยาลัยเข้าไปทำงานวิชาการรับใช้พื้นที่ที่ตนตั้งอยู่   ผมได้ชี้ให้คณาจารย์ที่มาร่วมประชุมในวันนี้เห็นว่า   มหาวิทยาลัยสามารถเข้าไปริเริ่มและกระตุ้นกิจกรรม PLC (Professional Learning Community) ของครูในพื้นที่  และทำงานวิจัยจากกิจกรรมดังกล่าว   รวมทั้งหารายได้เข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วย

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๐ พ.ค. ๕๔