ผู้ปกครองหลายคนที่เฝ้าติดตาม ก็เริ่มเอ๊ะใจแล้วว่า ทำไมน้าเจ้าเด็กอนุบาล นว. ถึงเข้าได้มากมายแบบยกห้องเข้าไปเลย ก็ตามมาด้วยการค้นหาปัญหา ประกอบกับพวกรุ่นพี่พิจิตรที่เรียนที่นั่นก็บอกข้อมูลด้วยว่าที่นี่เค้าเรียนโรงเรียนกวดวิชากัน อย่างน้อยๆ ก็หนึ่งปีก่อนการสอบ

เมื่อรู้ก็ยังไม่คิดจะทำอะไรกันหรอก เพราะว่าหลายอย่าง ค่าใช้จ่ายมากมาย ใจหนึ่งก็ปลอบใจว่าที่จบจากโรงเรียนในจังหวัดนี่เค้าก็เป็นหมอกันเยอะแยะไป

ตรงนี้ก็ทิ้งช่วงไปพักนึง และทุกคนก็พยายามปรับปรุงคุณภาพการเรียนภายในจังหวัดกันในทุกรูปแบบ จ้างครูดีๆ มาสอนลูกตัวเองที่บ้านเป็นการเฉพาะ ให้เรียนกับคุณครูที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ก็ว่ากันไป ที่สำคัญคือมีเด็กบางคนเค้าไปเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาที่นครสวรรค์ ด้วยเหตุเพราะพี่ๆ เค้าเรียนอยู่ที่นั่น เสาร์อาทิตย์ไม่กลับบ้าน พ่อแม่ก็ไปหาเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่าก็ให้เรียนไปด้วย โดยครูก็เป็นคุณครูที่สอนอยูในโรงเรียนที่ตนเองจะสอบเข้านั่นแหละ ก็ไปแบบเรื่อยๆ นะ

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่สองจิตสองใจนะ แต่ลูกสาวนี่เค้าอยากไปเรียนมาก ยังพูดเล่นกันอยู่เลยว่า ถ้าสอบได้โอลิมปิกถึงจะให้ไป หลักสูตรธรรมดาไม่ให้ไปนะ สตางค์ไม่มี เค้าเองก็ขอ..หนูขอไปสอบ นะ นะ นะ...

ผมก็รับปากไปงั้นๆ เมื่อวันเวลาผ่านไป กำหนดการสอบก็ใกล้เข้ามา ผมเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า

ลูกได้เรียนแค่คณิตศาสตร์ บวก ภาษาไทยนิดหน่อย และเพิ่งให้เรียนตอนป.6 นี่เองด้วย

บอกได้คำเดียวเลยว่า อ่อนสุดๆ เพราะ นว.สอบ 5 วิชา 

เราได้เรียนทุกวันกับคุณครูที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลักสูตรโอลิมปิกสอนกันเรียนกันอย่างไร

 นอนคิดอยู่นานเหมือนกันนะ ครึ่งเทอมได้ มันตัดสินใจไม่ได้จริงๆ นะ

 

ก็เริ่มการแก้ปัญหานี้ ด้วยการขับรถไปดูก่อน ไปคุยกัน ไปครั้งแรกยังหาไม่เจอเลยเจ้าโรงเรียนกวดวิชาที่ว่านี่น่ะ วนไปล้อมเมืองแล้วเราก็พบ จริงๆ อยู่ติดกำแพงโรงเรียนนั่นเองน่ะ

เข้าไปสอบถามและก็ประเมินว่าตนเองมีมั๊ย เมื่อสามารถเรียนได้ก็ทดลองเรียนดู

โดยการที่ครอบครัวเราขับรถไปส่งเช้าวันเสาร์ นอนพักโรงแรม 1 คืน วันอาทิตย์เย็นรับกลับบ้าน ทำอย่างนี้ จนจบเทอมหนึ่ง นี่ก็เป็นการเรียนกวดวิชาครั้งแรก

ต่อไปก็ช่วงที่สอง เรียกว่า ช่วงปิดเทอมตุลาคม เรียนต่อเนื่องทุกวัน 30 วันประมาณนั้น ตรงนี้ก็ได้เพื่อนๆ ที่เคยเรียนกับครูกด สมัครไปเรียนด้วย รวมตัวกันก็ 6-7 คนมั๊ง ไปเช้า-เย็นกลับ ทุกวัน

ตรงนี้ผมก็สบายหน่อยเพียงแค่มาส่งที่หน้าบ้าน และรับตอนเย็น

ช่วงนี้เรื่องการเดินทางเข้าที่แล้ว มีรูปแบบแล้ว บรรดาผู้ปกครองก็สบายกันไป

จากนั้นก็เข้าช่วงที่ 3 เรียกว่าเทอม 2 นี่ก็ไม่มีอะไรแล้วใช้รูปแบบของเดือนตุลาคมเลย เพียงแต่ไปเรียนเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ ในช่วงนี้เรียนไป หยุดไป เพราะโรงเรียนหลายที่เริ่มสอบแข่งขันกันแล้ว

ที่โรงเรียนนครสวรรค์นี่จะสอบกัน ต้นมีนาคม

หลายคนที่เรียนด้วยกันก็ไปสอบกัน ธรรมดานะ คนได้ก็มีจำนวนหนึ่ง คนไม่ได้ก็เยอะ

พอดีเจ้าลูกสาวผมสอบได้ ที่สำคัญก็คือ เจ้าคะแนนพระรองนี่ช่วยเค้าได้อย่างมากมาย

การไปติวก็ไม่เสียเปล่าเพราะเรารู้จักตัวเรานั่นเอง

ในปีนี้กลุ่มนักเรียนรุ่นต่อมาก็นั่งรถตู้ไปเรียนกันสองคันแน๊ะ

 จริงๆ ไม่อยากเชื่อเลยนะว่า เราจะต้องทำกันขนาดนี้น่ะ

ที่เล่ามาทั้งหมดก็จะบอกว่า เด็กที่ต้องเข้าสู่การแข่งขันต้องเตรียมตัว วางแผน

และทำทุกอย่างให้พร้อม โชคก็จะเข้าข้างเรา ที่ลืมไม่ได้ก็คือ หากสอบไม่ได้จะไปเรียนที่ไหนต่อก็คิดไว้ด้วย ความสบายใจก็จะได้ไปสำหรับผู้ปกครอง