ทิศทางการพัฒนาของรัฐและนโยบายรัฐเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหาวิกฤตสังคมไทยรุนแรงขึ้นทับทวี ตั้งแต่ระดับปัจเจก ครอบครัว และชุมชน จนถึงระดับชาติ เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและมีความรุนแรงมากขี้น ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันไปทั้งระบบ ไม่ว่าตะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ปัญหาทางสังคม ปัญหาระบบการศึกา ปัญหาทางการเมืองซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ปัญหาความอยุติธรรมในสังคม ทั้งๆที่ปัญหาเหล่านี้หมักหมมซ้ำซากอยู่นานแล้ว แต่นักการเมือง ผู้นำรัฐบาล คณะรัฐมนตรีก็ไม่สามารถใช้ศักยภาพรื้อและจัดการได้ ด้วยติดขัดที่กฎ ระเบียบ กฎหมายที่ล้าหลัง ระบบศาลที่ควรปรับเปลี่ยน และความเด็ดขาดในการจัดการปัญหา นี่เป็นบทสะท้อนที่ประชาชนอย่างเราท่านทราบและรับรู้ดี ไม่ต้องรอให้มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทศที่หมดเงินไปหลายสิบล้าน และก็ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้

สาเหตุที่เห็นเด่นชัดก็คือการจัดการแบบรวมศูนย์อำนาจทั้งเชิงการจัดการอำนาจและเชิงการจัดการงบประมาณ ทำให้ประชาชนไม่สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชนได้ ส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน เกิดความไม่เป็นธรรมเต็มแผ่นดิน ประชาชนไม่สามารแม้แต่จะจัดสรรทรัพยากรเพื่อการจัดการปัญหาในพื้นที่ของตนเองได้ อีกด้านหนึ่งคือความไม่สมดุลของอำนาจระหว่างรัฐบาลกลางกับชุมชนท้องถิ่น ก่อให้เกิดความแตกแยกเกียจชัง ทำให้ประชาชนในพื้นที่วิกฤติต่างๆทั่วประเทศ รวมตัว รวมกลุ่มประท้วงคัดค้านเรียกร้องสิทธิในการจัดการตนเอง ในสิทธิชุมชนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้แต่รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่เคยทำให้มันปรากฏเป็นจริงตามนั้น บทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นตรายาง เสือกระดาษแม้จะยอมรับกันว่าเป็นกฏหมายสูงสุดก็ตาม ดังนั้นคำกล่าวสวยหรูที่อยากเห็นคนไทยมีความเป็นพลเมือง เห็นการเมืองใสสะอาด เห็นคนไทยมีศักยภาพในการกำหนดทิศทางการพัฒนาตนเอง คนไทนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน สังคมมีความเป็นธรรม ลดความเหลี่ยมล้ำอันเกิดจากการกระทำของคนไทยด้วยกัน จึงต้องฝันต่อไปอีกยาวนาน การเรียกร้องที่ต้องการให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่อย่างจริงจัง จึงไม่ใช่มุ่งไปสู่การนเลือกตั้งที่ให้ได้มาซึ่ง สส.น้ำเน้า ไร้สาระ หาอยู่หากิน เป็น สส.ตามสั่งจาก นช.ชายทักษิณ ด้วยทุน ด้วยเงินที่โกงชาติบ้านเมืองมา พร้อมกับสมุนลิ่วล้อบริวาร ที่แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ออก เพื่ออะไร กับการเลือกตั้งน้ำเน่า  รณรงค์ให้ตาย มันก็ซื้อเสียง ขายสิทธิกันอยู่ดี อีกนานไหมที่การปฏิรูปรังสรรค์ประเทศไทยจะเกิดจริงจังเสียที อาทิ การสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนอย่างจริงจัง การจัดทำประชาวิจารณ์(การไตรสวนสาธารณะประชาชนส่วนใหญ่กำหนดได้ด้วยมติว่าจะให้ทำหรือไม่ให้ทำ  การจัดการกับนักการเมือง นายทุนชั่วหาผลประโยชน์ทุกรูปแบบบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน สิทะที่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงชายทางการเมือง การสร้างศักยภาพในการปกครองตนเองของประชาชนอย่างแท้จริง  การกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้อำนาจในการปกครองตนเองอย่างแท้จริงแก้ อปท ทั้งการบริหารเงิน กลไกอำนาจ อย่างอิสระที่หลุดพ้นจากการครอบงำจากส่วนกลางทุกรูปแบบ หยุดรวบอำนาจการปกครองและเปิดให้ทุกจังหวัดเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดของเขาเอง ให้การบริหารปกครองเบ็ดเสร็จอยู่ในตัวจังหวัดทั้งอำนาจตัดสินใจในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดของเขา ทั้งเงิน คน งบประมาณ เป็นอิสระ และพึ่งตนเอง การจัดการให้การศึกษามีความเป็นเลิศอย่างแท้จริง การถ่ายโอนอำนาจและภารกิจควรเน้นความสำคัญของชุมชนท้องถิ่น ในฐานะเจ้าของพื้นที่ สร้างการเมืองภาคพลเมืองที่เข้มแข็งบริหารจัดการตนเอง และสามารถให้ชุมชนท้องถิ่นสร้างนโยบายในการปกครองตนเองอย่างจริงจัง ถ้าเราทำได้อย่างนี้ปัญหาต่างน่าจะดีขึ้นและการเมืองไทยก็จะเป็นการเมืองที่ดี