คนอเมริกันบอก รักษาฟรีเท่านี้พอ


สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง 'Americans want to keep Medicaids as it is: Survey' = "คนอเมริกันต้องการเมดิเคดส์แบบเดิมๆ (ผลการสำรวจ)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
เมดิเคดส์ (Medicaids) เป็นระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลแบบจ่ายร่วมของสหรัฐฯ คนรายได้น้อย
.
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีระบบสวัสดิการที่ดีมาก คือ คนที่มีสุขภาพดี ไม่ป่วย จะได้รับเงินตอบแทนสะสม มีดอกเบี้ย ไม่เสียภาษี เมื่ออายุมากจะขอถอนออกไปใช้ก็ได้ หรือจะฝากรัฐ เช่น กองทุนเทมาเส็ค ฯลฯ ให้บริหาร เพื่อให้ได้ผลประโยชน์-ดอกเบี้ย-กำไรก็ได้
.
ระบบสิงคโปร์มีข้อดี คือ ทำให้คนไม่ไปโรงพยาบาลมากเกิน หรือบ่อยเกิน, ส่วนในไทยไม่มีระบบนี้ ทำให้คนไข้จำนวนมากนำยาไปทิ้ง เปลี่ยนโรงพยาบาลไปเรื่อยๆ หรือกดดันหมอให้ส่งต่อบ่อยมาก
.
เร็วๆ นี้พรรครีพับลิกันเสนอให้รัฐบาลกลางเลิกจ่ายเงินสมทบ และให้รัฐบาลท้องถิ่นจ่ายเงินแทน ซึ่งอาจใช้เงินมากถึง 1/3 ของงบประมาณ
.
การสำรวจทำโดยสำนักไคเซอร์พบว่า
  • 60% อยากให้เมดิเคดเป็นแบบเดิมๆ
  • 13% อยากให้ลดค่าใช้จ่ายจากภาษีอากรส่วนกลางให้มาก
  • 30% อยากให้ลดค่าใช้จ่ายจากภาษีอากรส่วนกลางเล็กน้อย
รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังกลุ้มเรื่องการใช้งบประมาณเป็นรายจ่ายมากกว่ารายรับ (ภาษีอากร), โดยพยาบาลจะลดค่าใช้จ่ายลง $1trillion (1 เติมเลขศูนย์ 12 ตัว = 1 ล้านล้าน $) = 30 ล้านล้านบาท
.
สวัสดิการรักษาพยาบาล 2 ระบบในสหรัฐฯ (Medicaid & Medicare) ใช้เงินเกือบ 1/4 ของงบประมาณรัฐบาลกลางทั้งหมด

Medicaid / เมดิเคด (medi = แพทย์ สุขภาพ; aid = ความช่วยเหลือ) = ระบบจ่ายสมทบคนมีรายได้น้อย ครอบคลุมคน 69 ล้านคนจากทั้งหมด 311.4 ล้านคน = 22.16%

คนอเมริกันประมาณ 1/2 ของทั้งหมดมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากเมดิเคด เช่น ช่วงที่ตกงาน ฯลฯ

Medicare / เมดิแคร์ (-care = ดูแล รักษา แคร์) = ระบบสงเคราะห์คนอายุเกิน 65 ปี, คนพิการ-ทุพพลภาพ (รัฐจ่าย 80%, คนไข้จ่าย 20%, ไม่ใช่ฟรี)

ช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ (recession) ปี 2007 / 2550 คนอเมริกันว่างงาน 10% มีคนใช้บริการเมดิเคดเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินสมทบมากขึ้น
.
ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐฯ แพงมาก นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้าง ทำให้ต้องประหยัดโดยให้คนออกจากงาน ย้ายโรงงานไปต่างประเทศ หรือจ้างผลิตต่างประเทศ
.
ปัญหาในสหรัฐฯ ตอนนี้ คือ ถ้าเพิ่มสวัสดิการ, จะต้องขึ้นภาษี ซึ่งจะกดดันให้เกิดการเลิกจ้างงานในประเทศมากขึ้น
.
ทางออกที่พูดง่าย-ทำยาก คือ ลดเงินช่วยเหลือต่างประเทศ ซึ่งอิสราเอลได้ไปมากที่สุด, "ลด-ละ-เลิก" การก่อสงครามเรื้อรัง เช่น อิรัก อัฟกานิสถาน ฯลฯ
.
เนื่องจากสหรัฐฯ เป็น "รัฐกึ่งสงคราม", คนยิวในสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมอาวุธมีอิทธิพลทางการเมืองสูง
.
ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐฯ แพงมาก เนื่องจากมีการฟ้องร้องหมอมาก หมอต้องทำประกันการฟ้องร้อง เพิ่มค่ารักษาพยาบาล
.
ค่ารักษาพยาบาลที่แพงไปกดดันบริษัทและโรงงานต่างๆ ให้ต้องลดการจ้างงาน ย้ายออกนอกประเทศ หรือจ้างผลิตนอกประเทศ
.
การฟ้องร้องหมอทำให้ทนายความ และคนไข้บางคนร่ำรวยในระยะสั้น และทำให้สหรัฐฯ ติดกับที่ขยับไปทางไหนได้ยากในระยะยาว
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

> [ Twitter ]

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 26 พฤษภาคม 2554.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
  • ยินดีให้ทานนำบทความทั้งหมดไปใช้ได้ > CC: BY-NC-ND.
หมายเลขบันทึก: 441050เขียนเมื่อ 27 พฤษภาคม 2011 18:03 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 19:29 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี