๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

            คาดหวังอะไรกับวันนี้ สังเกตท้องไส้ที่ปั่นป่วน และสังเกตการณ์เรียนรู้ของตนเอง

ด้วยความที่รู้สึกเป็นอาการอาหารไม่ย่อย การลุกขึ้นมาวิ่งตอนเช้าจึงจำเป็นอย่างมาก แต่ต้องปรับให้ทานข้าวเช้าเร็วหน่อย ปรากฏว่าลงมาทานข้าวเช้าเจ็ดโมงครึ่งแล้วก็ขึ้นมาบนห้อง นึกขึ้นได้ว่า ในรถมีขมิ้นชันแคปซูล จึงทานหลังอาหารแบบ Loading dose คือ ๕ แคปซูลค่ะ รู้สึกสบายท้องขึ้น ของเขาดีจริง ๆ สมุนไพรนี่ เป็นข้อบ่งชัดว่า อาหารประเภทไส้กรอก ท้องจะไม่ค่อยรับ อย่างที่เรียกว่า อึดท้องค่ะ

อืม แบบกะทันหัน ขมิ้นชันช่วยได้ มากกว่านั้นคือ ทานเสร็จแล้วต้องเดินเคลื่อนไหวเบา ๆ หากทานแล้วต้องมานั่งนาน ๆ กระเพาะอาหารและลำไส้จะทำงานลำบาก

ครานี้ครูสอนเรื่องอาหารและการกิน แบบจะ ๆ หากจะกินไส้กรอกหรือเนื้อก็ควรจะออกกำลังกาย หรือทานขมิ้นชันลงไปด้วย แต่ที่ดีที่สุดคือ เลี่ยงซะ

ก็ติ๋วหน่ะชอบไส้กรอกยังกะอะไร

แต่อาจจะเป็นสัญญาเตือนที่จะต้อง เลิกทานอย่างจริงจัง เสียงในใจดังขึ้น

“เอาจริงเหรอเนี๊ย ตอนทานก็ยังอร่อยอยู่นะ แค่ทานเสร็จมันไม่ค่อยสบายท้อง ก็หาทางแก้ซิ” ตัวชั่วแอบครวญ

ช่องทางนี้เอง ที่มนุษย์มักจะโง่ซ้ำซ้อน รู้ก็รู้อยู่ว่าไม่ดี แต่ก็ยังหาวิธีให้มันตามใจกิเลส คิดว่า ฉลาด แต่เปล่าเลย เพราะหากร่างกายได้รับยาเป็นประจำตับไตก็จะพลอยทำงานหนักโดยไม่จำเป็น

ส่วนอะไรไม่เป็นไปตามคาดหวัง การเรียนรู้ตอนเช้าของติ๋วเป็นอาการง่วง ๆ ขี้เกียจ ๆ  เพราะนั่งฟังอาจารย์บรรยายเสียงแบบ mono tone กลายเป็นว่าติ๋วฟังไปวาดภาพไป จริง ๆ แล้วท่านสอนดีมากค่ะเนื้อหาแน่นปึ๊ก แต่ติ๋วมีอคติกับโทนเสียง แล้วก็เหมือนเรื่องนี้แทบไม่เข้าหัวเลย แต่พอตอนบ่ายอาจารย์สอนมันส์มาก

เหนือความคาดหมายคือ ท่านสอนเรื่อง Change การเปลี่ยนแปลง

แต่ท่านมาพูด ธรรมะ สอนการดูจิต สอนให้ดู รู้ทัน ในวงจร ปฏิจจสมุปบาท ค่ะครู เป็นอาจารย์ที่เรียนตรี เมืองไทย โท-เอกอเมริกา แล้วบอกว่า

“ปริญญาไร้ความหมาย”

ที่ทำงานอยู่ “เพื่อแทนคุณแผ่นดิน”

ที่ดำเนินชีวิตอยู่ก็ด้วย “สติ”

แล้วนำพาผู้ร่วมประชุมกลับมามีความสุขกับปัจจุบันที่เรียกว่า “Here and Now”

แบบเจ็บ ๆ คัน ๆ กระแทก กระทั้น และโดน

ดูติ๋วจะสนุกสะใจ เห็นด้วย ขำ ไปตลอดชั่วโมงการเรียน

บางคราก็แอบสลดเมื่อได้ฟังข้อมูลจากอาจารย์ว่า วิกฤตทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นซึนามิ หรือ น้ำท่วมที่ผ่านมาจะเป็นครั้งที่เสียหายน้อยที่สุด เพราะมันจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

เดี๋ยวยางพาราจะล้นตลาด

โลกจะขาดอาหารและน้ำ

มหาอำนาจจะเป็นชาติตะวันออกเพราะเป็นคลังปัจจัยสี่

เศรษฐกิจจะตกต่ำขึ้นเรื่อย ๆ เงินจะเฟ้อ

พอได้ฟังแล้วแว๊บคิดถึงกิจการของครอบครัว  เพราะหลัง ๆ เริ่มถดถอยและเห็นภาพอะไรชัดเจน ทั้งหมดคือ การเปลี่ยนแปลง

สรุปกับตนเองท้ายการบรรยายของอาจารย์ว่า

มันเป็นทุกข์  มันเปลี่ยนแปลง มันคุมไม่ได้จริง ๆ

เลิกเรียนสี่โมงกว่า นึกขึ้นได้ว่าครูเคยแนะนำให้ไปหอสมุดท่านพุทธทาส ที่สวนรถไฟ ถามเพื่อนไป ๆ มา ๆ ท่านอาสาไปส่ง เมื่อก้าวเท้าเข้าไปถึงรู้สึกทึ่งมากเลยเลย กับความเมตตาของผู้ร่วมสร้างให้มีสถานที่นี้รวมถึงพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ไปเห็นเสื้อลิงสามตัวที่ครูใส่ กับพี่อีกท่านก็ยิ้มได้ กับกระเป๋าผ้า คนดีสำคัญที่สุด กำลังจะซื้อละ แว๊บถามตัวเองว่า “ซื้อเพราะอะไร ซื้อ เพราะให้เหมือนครู หรือ เพราะ เห็นคุณค่าอย่างแท้จริง”

ยอมรับว่า ชอบมาก ๆค่ะ แต่ที่ยั้งตนเองไว้ก่อนเพื่อ ดูใจ

เดินสำรวจรอบ ๆ ภาพหนึ่งและคำสั้น ๆ สะเทือนเข้าไปในใจว่า

“น้ำมนต์แท้ คือ เหงื่อ”

อ่านแล้ว สาธุ สาธุ สาธุ ปีติในใจ ระลึกถึงครูบาอาจารย์ ท่านทำงานหนัก ไม่มีนักภาวนาท่านไหน ที่อยู่เฉยเลย ทุกคนลุกขึ้นมาทำงาน รับใช้โลก รับใช้แผ่นดิน รับใช้ผู้คนอย่างไม่เคยเห็นแก่ความสุขส่วนตน ท่านสละชีวิตเพื่อธรรมจริง ๆ

แล้วก็เดินออกมาข้างนอกอ่านป้ายพบว่า ร่วมปฏิบัติบูชาสวดมนต์ทำวัตรเย็นและนั่งสมาธิเวลา ๑๗.๓๐-๑๘.๓๐ น. ระลึกขึ้นมาว่า “ตรงนี้รึเปล่านะที่ครูบอกว่า มีที่ให้นั่งภาวนา” พอได้เข้าร่วมก็รู้สึกสงบ เห็นความงดงามของกัลยาณมิตรที่มาร่วมภาวนา ขากลับนั่งรถเมล์ปอ. ๒๙ กลับโรงแรมไม่ไกลนักบอกกับตนเองว่ารู้ทางละ ถ้ามีโอกาสจะมาอีก สถานที่นี้เป็นเพชรในเมืองจริง ๆ

จะเอาไปทำอะไรต่อไป กับเรื่องอาหาร ติ๋วต้องเข้าคอร์สเลิกไส้กรอกอย่างจริงจังแล้วหันมากินผัก ไม่งั้นโรคทางลำไส้และกระเพาะอาจจะถามหาอีกไม่นาน การสังเกตตนเองขณะเรียนก็ทำให้เห็นว่า แท้ที่จริง ไม่ได้เป็นคนตั้งใจเรียนเลย จะสนใจเรียนเฉพาะหัวเรื่องที่ชอบเท่านั้นค่ะ ก็จะต้องนำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขต่อไป

กราบขอบพระคุณครูค่ะ...........ติ๋ว