...เขาควรจะหยุดบันทึกเรื่องราวต่อจากนี้เสีย

"ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ"

...เขาพิมพ์ข้อความขอบคุณสำหรับคนที่ส่งกำลังใจมาให้ในบล็อกของเขา ทั้งคอมเม้นต่างๆหลายๆคน

...เขามานั่งครุ่นคิดว่าจะบันทึกเรื่องราวอย่างไรต่อไปดี เพราะจริงๆบางอารมณ์มันก็ผ่านเลยมาแล้ว หากจะนำมาบันทึกมันก็เหมือนตอกย้ำความทรงจำที่ทำให้ความรู้สึกไม่ดีต่างๆย้อนกลับมาอีก

...เขาควรจะหยุดบันทึกเรื่องราวต่อจากนี้เสีย

...ปล่อยให้ชีวิตปัจจุบันดำเนินไปอย่างรู้ตัว ส่วนอดีตที่ผ่านมาให้เป็นเพียงบันทึกความทรงจำที่ผ่านเลยไปเท่านั้นเอง

...แต่ก่อนที่เขาจะจบบันทึก เขาก็อดไม่ได้ที่ต้องขอบคุณความทุกข์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นผ่านมาแล้วและความทุกข์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

...เพราะความทุกขเวทนา เหล่านี้ทำให้เขาค้นพบกับหลักความจริงของพุทธศาสนาได้รับรู้ถึงพระปรีชาญาณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเหล่าพระอริยะสงฆ์ทั้งหลาย ที่ได้ให้รับรู้ว่า พุทธศาสนา สอนให้มนุษย์พ้นทุกข์

...คำสอนทั้งมวล สอนให้เราพ้นทุกข์

...เขารู้สึกประหลาดใจว่าเขาเกิดมาอายุขนาดนี้ บัตรประชาชนระบุว่านับถือศาสนาพุทธ เคยเข้าวัด ไหว้พระ ตักบาตร และอื่นๆ ผ่านมามากมาย ตามประเพณีที่กระทำต่อๆกันมา

...แต่เพิ่งจะเข้าใจว่าหลักสำคัญของพุทธ คือ การพ้นทุกข์

...และน่าประหลาดใจมากไปกว่านั้น คนที่เป็นแรงดลบันดาลใจทำให้เขากลับเข้ามามองที่จิต ก่อนที่จะกระเจิงไปกับโลกธรรมทั้งหลายกลับเป็นผู้หญิง 2 คน ผู้เขียนหนังสือ เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน และ เข็มทิศชีวิต...

...เป็นหนังสือสองเล่มแรกก่อนที่เขาจะอ่านหนังสืออีกมากมายที่เป็นหลักธรรมะ และชีวะประวัติเหล่าพระอริยะเจ้า หนังสือวิธีปฏิบัติอานาปาณสติ และอื่นๆ อีกมากมาย

...เขาอยู่กับสิ่งเหล่านี้จนภรรยาบอกในวันหนึ่งว่า "อย่าอ่านมากเลยหนังสือพวกนี้ "

...เขามองหน้าเธอ ไม่เข้าใจคำพูดที่เธอเอ่ยออกมา

หรือว่าพฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไปจนตัวเองไม่รู้ตัว

                                              .........

...เขาปิดหนังสือ แก่นพุทธศาสน์ ของท่านพุทธทาส แล้ววางไว้บนหัวเตียง ก่อนจะไหว้พระและล้มตัวลงนอนข้างๆภรรยา

"อย่าอ่านมากเลย หนังสือพวกนี้"...

หรือว่าเธอกลัวว่าเขาจะหนีไปบวช

                                               ............