ต้องยอมรับว่าภาคอีสาน เป็นภาคที่ชี้ขาดอนาคตทางการเมืองของประเทศไทยเพราะหากมีการเลือกตั้งในระบบเช่นว่านี้ แม้ว่า รัฐธรรมนูญ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม ให้มี สส แบบแบ่งเขต เขตเดียวเบอร์เดียว 375 คน และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 125 คน รวมแล้ว โหลงโจ่ง 500 คน เชื่อไหมครับว่า ประชากรชาวไทย 63,878,267 คน เอา 375ไปหาร จะมีประชากร 170,342 คนต่อ 1 สส. ในภาคอีสาน ภาคที่ประชาชนขายเสียงมากที่สุด มีจำนวน สส ถึง 136 คน ที่เดียว หลายพรรคบอกว่าจะต้องลงทำงานมวลชนในภาคอีสานให้ได้ พรรคใหญ่ๆ 2 พรรค โดยเฉพาะเพื่อไทยเกาะติดเหลือเกิน เกาะทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานบวช งานแต่ง งานตาย ทสารพัด กิจกรรมโครงการพัฒนา สส เขาพยายามลงทั้งหมดเรียกว่าเกาะติดทุกสถานการณ์ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยก็พยายามยึดกุมพื้นที่อีสานใต้อย่างค่อยเป็นต่อยไปเช่นเดียวกับที่พรรคเพื่อไทยทำ ส่วน พรรค ปชป ยังห่างไกลเหลือเกินทั้งๆที่รู้ว่าภาคนี้คือภาคที่ชี้ชะตาอนาคตของประเทศ และภาคนี้พรรคพลังประชาชนเคยได้ สส.ไปเมื่อปี 2550ถึง 126 เสียงทีเดียว จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตาม น่าวิเคราะห์อย่างยิ่งว่าใครจะมา และอนาคตบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลและนิรโทษกรรมนักโทษชาย กับความวุ่นว่ายของบ้านเมืองในอนาคต เช่นเรื่องสถาบัน และรวมถึงการปฏิวัติรัฐประหารในข้างหน้า หลังจากที่พรรคนี้ขึ้นเป็นรัฐบาล

นโยบายที่รู้กันดีของพรรคประชาธิปัตย์ในอีสาน ไม่ว่าจะเป็นการ เอาใจรากหญ้า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ การเพิ่มเงินประกันรายได้เกษตรกร การประกันภัยพืชผล การลงทุนรถไฟความเร็วสูง เส้นทางจีน หนองคาย อุดร โคราช เรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี รวมถึงคำพูดที่โฆษณาว่า 3 ปีกับการทำงานหนัก ขอกลับมาทำงานอีกครั้ง และจะสานต่องานใหม่  จะเรียกว่าเป็นยุทธศาสตร์แก้ผ้าเอาหน้ารอด ขอไปที ก็เห็นจะเป็นได้ ไม่มีอะไรใหม่ในภาคอีสาน องค์กรภาคประชาสังคม องค์กรภาคประชาชน คนทุกข์คนยาก คนเดือดร้อน ภาคอีสานเขารู้กันดี โดยเฉพาะยิ่งมาตายตอนจบเรื่องไม่สามารถควบคุมราคาสิ้นค้าและบริการได้จากเรื่องราคาน้ำมันเป็นเหตุ เรื่องการทุจริต เรื่องการเมืองของพรรครวมของนักธุรกิจ นายทุนผลประโยชน์กักตุนสิ้นค้า จึงเป็นเรื่องที่คะแนนของ ปชป ในภาคอีสานเป็นติดลบอย่างสิ้นเชิง  และต้องยอมรับว่าดินแดนอีสานถูกครอบงำโดยพรรคเพื่อไทย มาตั้งแต่ปี 2544 การเมืองในช่วงดังกล่าวจนถึงปัจจุบันมีรากเหง้ามาจากประชาธิปไตยแบบจับยัดของนักโทษชายและกลุ่มทุนพรรคเพื่อไทยอย่างหนักหน่วงมาโดยตลอด การจัดตั้งมวลชนในทุกชนจึงเป็นการครอบงำแบบสุดๆในนามเครือข่าย นปช คนเสื้อแดง  ยิ่งทำให้โอกาสของพรรค ปชป ในอีสานเลือนลางมากแม้ว่าจากเดิมจะได้ 5 ที่นั่งก็ตาม งานนี้พรรคภูมิใจไทยคาดหวังเพียง 10 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคเพื่อไทยต้องการมากกว่า90 มีการทำโพลของศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน จากการสำรวจประชาชน 20 จังหวัดภาคอีสาน พบว่า คนอีสานส่วนใหญ่เลือพรรคเพื่อไทย มากถึง 63.9% พรรค ปชป 20.7 %ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีเพียง 9.1%  เหล่านี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าพรรค ปชป จะต้องมียุทธศาตร์การทำงานที่เกาะติดเจาะลึกในภาคอีสานมากกว่านี้ ต้องสร้างประชาธิปไตยประชาชนชุมชนที่ถูกต้องให้เขา เพราะที่ผ่านมาพรรค ปชป ขาดการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง