-
วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 เช้ามาพวกเราต้องเตรียมตัวเดินทางไปไทเป โดยรถไฟฟ้าหัวจรวด ความเร็วสูง
-
ที่สถานีรถไฟฟ้าที่เมืองไทหนาน จะต้องเดินขึ้นไปชั้นบน
-
และเมื่อมองลงไปด้านล่างจะเป็นสถานีรถไฟธรรมดา
-
เมื่อเดินทางไปถึงไทเป ระยะทางประมาณ 4-5 ร้อยกิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงกว่าๆ ราคารู้สึกจะเป็นประมาณพันสอง
-
ภาพนี้เลขานุการคณะศึกษาศาสตร์ มข.ขอถ่ายรูปกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงซะหน่อย
-
แล้วเมื่อถึงหน้าสถานีรถไฟฟ้าที่ไทเป เลขานุการคณะวิศวกรรมศาสตร์ มมส ก็ขอถ่ายภาพกับต้นไม้ตกแต่งสวยงาม
-
หลังจากกินข้าวแล้วเราได้มีโอกาสไปดูพิพิธภัณฑ์กู้กง
-
ที่พิพิธภัณฑ์นี้ มีเรื่องเล่าตั้งแต่ราชวงศ์ Hsin 2000ปี BCE
-
ราชวงศ์ Shang 1500ปี
-
ราชวงศ์ CHOU ยุคทองสัมฤทธิ์ มีเครื่องทองสัมฤทธิ์ที่เป็นเครื่องใช้ประเภทภาชนะ และสัตว์ต่างๆ
-
ราชวงศ์ ฮั่น 100Ce
-
ราชวงศ์ชิน
-
ราชวงศ์SUi
-
ราชวงศ์ถัง มีรูปปั้นนางสาวหยางกุ้ยเฟย มี 2 จุก ซึ่งแสดงว่าเป็นนางสาวเป็นนางของกษัตย์ที่มีความงามมาก
-
มีหม้อที่มีตัวอักษรข้างในมากถึง 500ตัว
-
มีระฆัง ของเล่น หยกแกะสลักเป็นหมู 3 ชั้น เหมือนของจริงมาก เพราะมีเส้นขนด้วย
-
แกะสลักหมี เด็กทารก
-
ราชวงศ์ซ่ง
-
ราชวงศ์หยาง
-
ราชวงศ์หมิง มีหยกที่แกะสลักเป็นผักกาดขาวเล็กๆที่มีแม้แต่ตัวหนอนเกาะบนผัก มีงาช้างแกะสลักเป็นลูกกลมๆ ข้างในก็มีแกะซ้อนกันหลายลูก
-
มีไม้แกะสลัก ลูกสมอแกะสลัก มีตัวหนังสือในลูกสมอมากถึง 188 ตัว มหรรศจรรย์จริงๆ
-
มีลูกวอนักแกพสลัก งาช้างแกะสลัก เป็นเจดีย์หลายชั้น
-
มีอะไรแกะสลักอีกมากมาย เช่น แกะเป็นเรือลำเล็กแต่ในนั้นมีคนทำกิจกรรมต่างๆ
-
มีปิ่นโตทำจากงาช้าง
-
มีพัดทำด้วยผ้า คงเป็นไหม
-
มีสมบัติราชวงศ์หมิง หยกแกะสลัก เป็นเครื่องใช้ มีการดำรงชีวิต มีจอกเหล้า จาน พาชนะ ตลับใส่ของ
-
อุปกรณ์ดาราศาสตร์ ลูกคิด /ถ้วยชา
-
เสียดายที่เค้าไม่ให้ถ่ายภาพ
-
และภาพนี้ เลขานุการคณะสถาปัตยกรรม มข.ก็ขอถ่ายรูปกับรูปปั้นท่านซุนยัดเซ็น
-
วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 พวกเราไปดูงานที่มหาวิทยาลัยไทเป หรือ NTU มหาวิทยาลัยที่เป็นอันดับ 1 ของไต้หวัน และเป็นอันดับที่ ร้อยกว่าของโลก
-
มหาวิทยาลัยเค้าร่มรื่น ไม่ให้เอารถใหญ่เข้าไป พวกเราจึงต้องเดินเข้าไป แดดเปรี้ยงๆ
-
พวกเราให้เกียรติเค้า ก็พากันใส่เสื้อสูท เล่นเอาเหงื่อตก
-
-
แต่เท่าที่สังเกตู รู้สึกจะมีแต่พวกเราที่กางร่ม คนในมหาวิทยาลัยเค้าคงแต่งตัวเข้ากับอากาศร้อนกันแล้วมัง
-
ระหว่างทางมีป้ายบอกว่าต้นไม้อะไรด้วย ป้ายสวยดี
- แต่เท่าที่สังเกตุชาวไต้หวันไม่เห็นกลัวแดดกันเลย ยังคงเดิน ปั่นจักรยานอย่างสบาย
-
ที่มหาวิทยาลัยนี้มีที่ให้นักศึกษาอาบน้ำด้วย เผื่อปั่นจักรยานเหงื่อออก
-
เมื่อถึงห้องประชุม ก็ต้องปรับหูเป็นภาษาอังกฤษ
นอกจากจะฟังจนหูกระดิกแล้ว
และ ทางมหาวิทยาลัยยังกรุณาพาเราไปดูศูนย์บ่มเพาะงานนวตกรรมและวิจัยมีการบรรยายให้ความรู้ มหาวิทยาลัยนี้เขียนโปรแกรมและสนับสนุนนักธุรกิจให้เปิดกิจการและคงเป็นธุรกิจที่ดีได้ คล้ายๆเป็นพี่เลี้ยงให้จนธุรกิจไปได้ดีด้วย ท่านนี้บรรยายให้เราฟังค่ะ
แถมกลับจากไปดูศูนย์บ่มเพาะ ก็ได้รับแจกข้าวกล่องอย่างหรู ข้าวกล่อง 1 ชุด ประกอบด้วย กล่องกระดาษอย่างนี้ 1 กล่อง และ ถ้วยกระดาษมีฝาปิดลายดอกไม้ และตะเกียบ 1 คู่ พอได้รับ เราก็เปิด กล่องข้าว อืม น่ากินจัง แต่เมื่อเปิดถ้วยกระดาษ เป็นน้ำซุปค่ะ แต่เอ๊ ทำไม ไม่มีช้อน คำตอบที่ได้คือ ยกซดนะคะ อร่อยอีกแบบค่ะ
อย่างนี้ค่ะ
น้ำซุปเป็นแบบนี้ค่ะ หลายคนบอกว่าเป็นมื้อที่อร่อย
ในมหาวิทยาลัยมีร้านซ่อมจักรยานค่ะ
มีอาคารเก่าๆหลายหลังค่ะเค้ายังพาเราไปดูพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยมีประวัติความเป็นมา ค่ะ น้อง คนนี้ค่ะที่เป็นผู้พาอย่างดีเยี่ยม
เรามาดูอาคารของเค้าที่เค้าบอกว่าไม่เน้นอาคาร ด้านนอกดูเก่าแก่ แต่ด้านในมีอุปกรณ์นำสมัยและบุคลากรที่เพียบพร้อมค่ะ โดยเฉพาะท่านอาจารย์ทั้งหลาย ทำงานหลายอย่างมากๆค่ะ 
และบรรยากาศที่ร่มรื่น นี่เป็นทางเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ 
ดีแท้ เป็นบุญ ครับ ได้ดูจาก Blog
ขอบคุณที่อาจารย์แวะเยี่ยมกันค่ะ มีเรื่องอยากเล่าเยอะ แต่ต้องทำงานหลักก่อนค่ะ