แดดยามบ่ายนอกบ้าน กับสายลมเอื่อยๆ มาเรื่อยๆชวนนอนเสียนี่กะไร สองตาหลานนอนหลับใหลอย่างมีความสุขบริเวณชานเรือนคาราโอเกะ วงเล็บฉันเรียกเอง เพราะเรือนหลังน้อยถูกสร้างขึ้นเพื่อเตรียมรับลูกชายสมาชิกใหม่ของครอบครัว ขนาดเรือนเล็กกะทัดรัดคล้ายห้องคาราโอเกะตามร้านอาหารระหว่างเรือนใหญ่และเรือนน้อยปล่อยให้เป็นพื้นที่ว่างเพราะกลัวว่าเรือนน้อยจะฉุดรั้งเรือนใหญ่ให้เกิดรอยร้าวได้เนื่องจากสร้างคนละเวลา พื้นที่ว่างนี้ถูกยกพื้นสูงขึ้นจากสนามหญ้าประมาณศอกกว่า ปูด้วยไม้ตรงใจคุณยายนัก เป็นบริเวณที่มีเสน่ห์มากในยามบ่ายเช่นนี้ เพราะเป็นช่องทางลมผ่านพอดี เย็นราวกับนั่งอยู่ที่ชายทะเล
จี๊ดๆ...จี๊ดๆ....เสียงเครื่องมือเชื่อมเหล็กดังมาจากข้างบ้าน นัยว่ากำลังต่อเติมที่พักให้ผู้ช่วยทำงานบ้าน เสียงแทรกเข้ามาเป็นระยะแข่งกับเสียงเพลงป๊อบจากวิทยุในเรือนคาราโอเกะ ซึ่งขณะนี้เป็นที่พักฟื้นของแม่ลูกอ่อนซึ่งเป็นลูกสาวของฉัน แต่ก็มิได้รบกวนความสุขในการนอนของคนสามคนเลย คนหนึ่งคือหลานชายซึ่งนับวันนี้ด้วยก็อายุครบสิบสามวัน อีกคนหนึ่งคือแม่ของเขาซึ่งเป็นลูกสาวของเรา กำลังหลับพักผ่อนเพื่อออมแรงไว้เลี้ยงเจ้าตัวน้อยที่หลับปุ๋ยอย่างไม่สนใครๆทั้งสิ้น อีกหนึ่งชีวิตคือคุณตา หลับอยู่ข้างเตียงหลานชายหลังกลับจากไปประชุมสมาคมพืชสวน
นี่แหละคือความสุขของชีวิต หลังจากเป็นครูมา ๓๔ ปีกว่าๆ ฉันได้ตัดสินใจลาออกจากงานก่อนกำหนดการเกษียณอายุราชการปีเศษๆ เหตุผลมีอย่างเดียวคือความรัก ลูก ลูกทั้งสองเห็นฉันทุ่มเทกับงานมากจนเสียสมดุล เลยขอร้องให้ฉันลดระดับการทำงานลงเพราะอยากเห็นฉันอยู่บ้านเป็นเพื่อนใจให้กับคุณพ่อของเขาที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ และที่สำคัญลูกสาวกำลังจะให้กำเนิดสมาชิกใหม่ เขาขอให้ฉันเป็นคุณยายเต็มขั้น มีความสุขแบบเรียบง่ายกับครอบครัว ฉันรักเขา และฉันก็อยากมีความสุขแบบที่เขาว่าด้วยแหละ
แต่ความสุขมันไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลาหรอกนะ วันนี้สุข แต่เมื่อวานทุกข์ เมื่อวานนี้ตอนเช้าฉันรีบเดินทางจากบ้านตนเองมาที่บ้านลูกเพื่อมาดูแลสองแม่ลูก ฉันซื้อเครื่องปรุงมาทำอาหารหลายอย่างเพื่อบำรุงให้ลูกสาวหลังคลอด ฟื้นตัวเร็วๆ แต่ฉันกลับไม่ได้ดื่มด่ำกับความสุขที่เป็นผู้ให้มากนัก เพราะเหนื่อยกับการคิดออกแบบเมนูอาหาร การปรุงอาหารวันละ ๓ มื้อกลายเป็นปัญหาใหญ่ของฉันเสียแล้ว มีหลายชนิดที่ปรุงขึ้นมาแล้ว ไม่ถูกปากคนกิน เผ็ดไปบ้าง เค็มไปบ้าง บางชนิดไม่รับประทานเลย คนปรุงต้องรับประทานเอง รู้สึกผิดหวัง และน้อยใจ ความสุขค่อยพร่าเลือน
เมื่อวานผัดใบกุยช่ายกับหมูและกุ้งสับ ลูกไม่กินอีก เขาไม่กินผักที่มีกลิ่นมาตั้งแต่เด็ก อันได้แก่ ขิง กระเทียม โหระพา ใบแมงลัก รวมถึงใบและดอกกุยช่าย แต่ผักเหล่านี้เป็นอาหารเรียกน้ำนม ซึ่งอยากให้เขากินจะได้มีน้ำนมให้ลูก อาหารอีกชนิดหนึ่งคือหลนกะปิ ทำไม่ง่ายเลยมีหลายขั้นตอน ฉันทุ่มเททำสุดฝีมือ เพื่อให้ลูกได้รับประทานอาหารรสชาติไม่จำเจ แต่ในที่สุดมีฉันและคุณพ่อเขาเท่านั้นที่รับประทาน ทั้งลูกสาว ลูกเขยไม่รับประทานเลย ในค่ำนั้นฉันกลับบ้านอย่างคอตก รู้สึกห่อเหี่ยว ท้อใจ ด้อยในคุณค่าของตน เผลอคิดว่า ชีวิตฉันมีแค่นี้เองหรือ
เช้าวันใหม่คือวันนี้ ฉันพลิกวิถีใหม่ ลดการทำอาหารลง ซื้ออาหารสำเร็จมาแทน มีปลาดุกย่าง ทอดมันปลาอินทรี และแค่ทำแกงจืดเต้าหู้อ่อนให้รับประทานอีกหนึ่งถ้วย แต่ปรากฏว่าแม่ลูกอ่อนเพิ่งให้นมลูกเสร็จ ฉันรับเจ้าตัวน้อยมาอุ้มเพื่อให้เธอปั๊มน้ำนมค้างเต้าเก็บไว้ เสร็จแล้ว ให้เด็กจัดน้ำเต้าหู้ให้ดื่มหนึ่งถ้วย ลูกขอเลื่อนอาหารเช้าออกไปเพราะอิ่มน้ำเต้าหู้ ฉันลังเลอยู่แว้บหนึ่ง ไม่อยากให้แม่ลูกอ่อนรับประทานอาหารผิดเวลา และไม่ครบมื้อ แต่แล้วก็ตัดสินใจตามใจเธอ และตกลงกันว่าเราจะรับประทานมื้อกลางวันเร็วหน่อย ลูกบอกเมื่อคืนเจ้าตัวเล็กตื่นบ่อยมาก รู้สึกเพลีย เพิ่งได้นอนเช้ามืด เลยตื่นสาย เรายายหลานจึงใช้เวลาร่วมกันในเรือนคาราโอเกะอย่างมีความสุข ปล่อยให้แม่เขานอนพัก เราโอบกอดกัน คุยกัน เจ้าตัวน้อยทำปากจู๋ ปากเบะ แล้วก็ยิ้มราวกับรู้ภาษา โบราณว่าแม่ซื้อหยอกเย้า ฉันชอบท่าเบะปากของเขามาก ยอมรับว่าตกหลุมรักเด็กน้อยคนนี้เสียแล้ว ความสุขอยู่แค่เอื้อมจริงๆ
อาหารเย็นวันนี้ ให้เด็กส้มแสดงฝีมือโดยเราเป็นโค็ช ส้มหมักปีกไก่ตามสูตรที่เห็นคุณผู้ชายทำ เราสอนทำน้ำพริกหนุ่ม แรกทีเดียวว่าจะทำยำมะเขือยาว แต่ถามแล้วลูกรับประทานไม่เป็น และกระบวนการหลายขั้นตอนด้วย ประเมินแล้วคงเหนื่อยเปล่า จึงเปลี่ยนเป็นทำน้ำพริกหนุ่มแทน บอกให้เด็กเผามะเขือยาว พริกหยวก หอม กระเทียม เผาเสร็จให้โขลกรวมกัน แล้วเราจะมาปรุงต่อ ส้มมารายงานว่ากำลังจะโขลกแล้วอยากให้เราดูก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ ปรากฏว่าหล่อนจัดการกว๊านเมล็ดมะเขือ และพริกทิ้งหมดเลย มะเขือยาวและพริก ก็ย่างยังไม่ได้ที่ และมิได้ลอกเปลือกออก มิหนำซ้ำเธอนำของย่างล้างน้ำจนสะอาด น้ำจากมะเขือแห้งหมด ซึ่งเป็นส่วนที่จะทำให้มะเขือเผาหอมและมีรสหวาน เห็นแล้วต้องหยุดตามลมหายใจ ดูความหงุดหงิดในใจ อย่างรู้เท่าทัน ก็เพราะคำสั่งเราไม่ชัดเจนเอง ดังนั้น จึงต้องวางใจ ในรสชาติอาหาร เป็นอย่างไรก็ให้เป็นอย่างนั้น
...เมื่อวานทุกข์ วันนี้สุข สองสิ่งนี้ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเยี่ยมเยียนชีวิต ตอนที่เขาแวะมาก็ไม่ได้บอกว่าฉันเป็นความสุขนะ หรือฉันเป็นความทุกข์นะ เขาแวะมาตามธรรมชาติของเขา เราต่างหากที่ทำให้เป็นทุกข์ หรือเป็นสุข กรณีลูกไม่กินอาหารที่เราปรุงก็เป็นเพราะเขาไม่อยากฝืนใจกินในสิ่งที่ไม่ชอบ เราจะตัดสินว่าเขาไม่รักลูกของเขา ไม่เสียสละเพื่อลูก ก็มิใช่ เพราะเห็นเขาอุ้มลูก ถนอมลูกด้วยความรัก ราวกับประคองสิ่งที่มีค่ายิ่งในชีวิต เราขุ่นเคืองอะไรกันแน่ เราผิดหวัง เพราะเรารู้สึกว่าเราอุตส่าห์ละทิ้งชีวิตการงานมาเป็นแม่บ้าน มาดูแลเขา เขาควรจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ เช่น การขอให้เขากินอาหารที่เขาไม่ชอบ เมื่อเขาไม่ทำตามที่เราอยากให้ทำ เราจึงน้อยใจ ถ้าหากเขาทำเราจึงจะมีความสุข แล้วเขาล่ะเขาจะมีความสุข หรือทุกข์กันแน่ ถ้าความสุขของเราอยู่บนความทุกข์ของเขา ซึ่งเป็นคนที่เรารักและห่วงใย เราจะยินดีหรือ
รู้สึกขอบคุณความทุกข์ขึ้นมา เขาเป็นครู เป็นเหมือนกระดาษทราย ที่ขัดเกลาให้รู้จักชีวิตดีขึ้น บทเรียนชีวิต เรียนเท่าไรไม่เคยหมดเลย