กิจกรรมทางศาสนา

๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔

****************

             สิ่งที่ค้างคาใจของผมมีอยู่หลายประการ  ขอกล่าวถึงประเด็นปัญหาไม่ถูกกันก่อน คือว่า  คนในหมู่บ้านซึ่งมีบ้านรั้วติดกันหรือบริเวณเดียวกันไม่ถูกกัน  ผมมาอยู่ในชุมชนหรือหมู่บ้านประมาณ ๒ ปี พบปัญหาชาวบ้านไม่ถูกกันอย่างว่านี้จริง  ไม่ถูกกันในที่นี้  ไม่ถึงกับทะเลาะชกต่อยหรือยิง ฟัน กันให้ตายไปข้าง  แต่หมายถึง  ไม่ชอบขี้หน้า ไม่ถูกชะตา ไม่คบหาสมาคม ไปมาหาสู่กัน  ลักษณะแบบนี้ ก็ให้นึกถึงคำโบราณที่ว่า “ทิฏฐิ พระ  มานะ ครู” ชาวบ้านไม่ถูกกันเพราะมี “มานะ” ถือตัวถือตนต่อกัน

            ทิฏฐิ เป็นคำกลาง ๆ หมายถึง ความเห็น  ถ้าเห็นดี เห็นถูกต้อง ก็เรียกว่า “สัมมาทิฎฐิ”แสดงไว้ใน “อริยสัจ ๔” ข้อ “มรรค มีองค์ ๘”   ถ้าเห็นไม่ถูกต้องหรือเห็นผิด ก็เรียกว่า “มิจฉาทิฏฐิ” ในพระไตรปิฎกกล่าวถึงมิจฉาทิฎฐิไว้ถึง ๖๒ ประการ (พรหมชาลสูตร:พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค)

           มานะ หมายถึง การถือตัวถือตน การทะนงตน  ยกตนเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วสะท้อนเข้ามาหาตน  หลักๆ ก็มีอยู่ ๓ อย่าง คือ ถือว่าตนเองดีกว่าเขา(ดูภาพประกอบที่นี่  http://sz4m.com/b1923601 )  ถือว่าตนเองเสมอกับเขา  ถือว่าตนเองต่ำหรือด้อยกว่าเขา  เป็นกิเลสขั้นละเอียด ทางพุทธศาสนาแสดงไว้ใน ‘อนุสัย’ และ ‘สังโยชน์’ ผู้บรรลุธรรมขั้นอรหัตตผลเท่านั้นถึงสามารถละได้

           หากมองในแง่ของความรักความสามัคคีในหมู่บ้านแล้ว ก็ยังนับว่าอยู่ในขั้นยังพอที่จะคุยปรับความเข้าใจแก้ปัญหากันได้บ้าง  ต่างกับความรักความสามัคคีระดับประเทศที่เห็นความแปลกแยก แตกต่างได้อย่างชัดเจน ยากที่จะเยียวยาและแก้ไขปัญหา

           ส่วนความหมายของ “ทิฎฐิพระ มานะครู” ที่แท้จริง ผมก็ไม่รู้หรอก รบกวนผู้รู้ช่วยอธิบายหน่อยก็แล้วกันนะครับ