กิจกรรมทางศาสนา

๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔

***********

            วันนี้ตื่นแต่เช้าเพราะคิดว่าเป็นวันพิเศษสำหรับตนเอง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ เพราะเป็นชาวพุทธคนหนึ่ง จึงได้จัดเตรียมสำรับกับข้าวดอกไม้ธูปเทียนและน้ำเพื่อใช้กรวดหลังจากที่ทำบุญเสร็จแล้ว เพื่อจะได้อุทิศให้กับญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว

            มาถึงวัดประมาณหกโมงครึ่ง เห็นคนนั่งอยู่บนศาลาจำนวนหนึ่งไม่มากนัก ได้ที่แล้วลองถามเขาว่า “วันนี้ทำไมมีคนมาทำบุญกันน้อยจัง” ยายท่านหนึ่งตอบว่า “ท่านพระครู(หมายถึงเจ้าอาวาส) ไม่อยู่ ท่านไปประเทศลาวและชาวบ้านเขาก็พูดกันว่าจะรอมาวันสลากภัตทีเดียว” (๒๘ พ.ค.๕๔) ผมก็ไม่ได้ถามอะไรต่ออีก

            จากนั้นก็ไปกราบพระประธาน(พระพุทธ)ใช้ธูป ๓ ดอก ดอกไม้สดจำนวนหนึ่ง ไหว้พระโดยไม่ได้จุดธูป เพราะที่นี่เขารณรงค์ไม่ให้จุดธูป เพราะควันทำให้เพดานศาลาสกปรกและอาจเป็นพิษต่อร่างกายได้   จากนั้นก็ย้ายไปไหว้ธรรมาสน์(พระธรรม) แบบทางภาคเหนือที่เป็นไม้แกะลวดลายทรงสูง ๆ โดยใช้ธูป ๓ ดอก ดอกไม้จำนวนหนึ่ง ไหว้แล้วใส่ในถาดหน้าธรรมาสน์  จากนั้นก็ใช้ธูปอีก ๒ ดอก กับดอกไม้จำนวนหนึ่ง  ไหว้แล้วใส่ถาดที่ ๒ พร้อมเงินอีก ๒๐ บาท  ถาดนี้ชาวบ้านเขาจะเรียกกันว่า “ขันศีล” (พระสงฆ์) จะนำไปถวายพระสงฆ์ผู้เป็นประธานก่อนที่จะทำพิธีไหว้พระ เพื่อถือเป็นการขอศีล(๕)พระมาปฏิบัติ

            เสร็จแล้วก็เตรียมข้าวสุก แกง ขนม น้ำ ไปใส่บาตร ใส่ถ้วย จาน และเหยือกน้ำ ที่ทางวัดเตรียมไว้ให้ แล้วกลับมานั่งที่เดิม  เสียงมัคนายกประกาศรายชื่อผู้ร่วมบริจาคค่าน้ำค่าไฟให้ทางวัด ผมก็ลุกขึ้นเดินไปบริจาคบ้าง  โดยบริจาคไปจำนวน ๑๐๐ บาท เพราะว่านานแล้วที่ไม่ค่อยได้เข้าวัด ทำบุญ  ต่อมาสักครู่หนึ่งมัคนายกก็ประกาศเรื่องสลากภัตในลักษณะที่ว่า

           ”ขอให้ชาวบ้านประจำคุ้ม(หมู่บ้านแบ่งย่อยเป็นคุ้มคือบ้านที่อยู่ภายในละแวกเดียวกัน) ที่ได้รับรายชื่อตั้งกองสลากจากทางวัด ให้เตรียมพร้อมและนำมาวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้  หากว่าท่านใดมีปัญหาไม่ถูกกัน ก็ให้รีบมาแจ้งกับทางวัดหรือกับตุ๊ปี่ได้ จะได้จัดสลับรายชื่อกลุ่มให้ใหม่...”

            จากนั้นทางวัดก็ได้ดำเนินกิจกรรมทางศาสนาโดย กราบพระ  อาราธนาศีล  รับศีล  พระสวดถวายพรพระ  ถวายข้าวพระพุทธพระสงฆ์  ปู่จารย์ (ผู้นำทำพิธีทางศาสนาภาคเหนือ) กล่าวบทสูมาแก้วตังสามเป็นภาษาบาลี เสร็จแล้ว พระสงฆ์ให้พร กรวดน้ำ กราบลาพระกลับบ้าน ขั้นตอนทั้งหมดเสร็จภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่เร็วกว่าวัดอื่นๆ ในหมู่บ้านใกล้เคียงกันนั้นมาก