ต้องเริ่มจากสิ่งที่เห็น หรือรับรู้ได้ง่าย ไปหาสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกๆ

วันนี้ผมได้ไปหว่านข้าวตามมหาฤกษ์ “พืชมงคล” เรียบร้อยแล้ว จึงใช้เวลาที่เหลือในการทำความสะอาดทางเดินรอบๆนา


โดยเฉพาะด้านหลังนาที่มีกอไผ่บ้าน ที่ได้รับบริจาคจากพ่อคำเดื่อง ภาษี เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว ที่มีแขนงเป็นหนามออกมาขวางทางเดินกว้างประมาณเมตรกว่าๆ

แขนงไผ่มีทั้งเล็กใหญ่ไขว้กันไปมา


ที่สำคัญมีหนามด้วย ทำให้การตัดแต่งต้องระวังมากหน่อย

ผมพยายามที่จะใช้กรรไกรด้ามยาวตัดให้หมดเร็วที่สุด
แต่ก็กีดขวางด้วยแขนงเล็กๆ และปลายแขนงที่มีหนาม ที่ทำให้เข้าถึงแขนงใหญ่ได้ยาก

แม้จะค่อยๆตัดเพื่อเข้าไปถึงโคนของแขนงใหญ่
ก็มีอุปสรรคที่ดึงออกได้ยาก เพราะหนามเกาะเกี่ยวพันกันนัวเนียไปหมด

จึงต้องค่อยๆตัดไปตามลำดับ

  • จากนอกเข้าหาใน
  • จากเล็กไปหาใหญ่ จนสำเร็จ ไม่มีแขนงขวางทางเดิน
  • เหลือไว้แต่ส่วนที่ต้องการให้เป็นรั้ว ปล่อยไว้เช่นเดิม

ผมจึงได้ข้อคิดว่า

การดับทุกข์ก็ดูเหมือนจะมีลักษณะคล้ายๆกัน

 

  • ต้องเริ่มจากสิ่งที่เห็น หรือรับรู้ได้ง่าย ไปหาสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกๆ
  • จากเรื่องเล็กไปหาเรื่องใหญ่
  • ใช้เครื่องมือ และวิธีการอย่างถูกต้องเหมาะสม
  • จากจุดที่เริ่มต้นง่ายกว่า
  • จากปลายไปหาโคน แล้วจึงสามารถตัดแบบถอนรากถอนโคน


เมื่อเสร็จแล้วผมก็พิจารณาดูส่วนที่ผมตัดทั้งหมด

กองแขนงทั้งหมดเล็กนิดเดียว

แต่ก่อนหน้่านั้น ดูใหญ่โต กำจัดได้โดยยากลำบาก


เลยทำให้เข้าใจว่า

  • ปัญหาตั้งต้น เมื่อเริ่มจะแก้ไขนั้น ดูเหมือนจะซับซ้อน ใหญ่โตพอสมควร
  • และเป็นอุปสรรคมากๆ ทั้งการดำรงอยู่ และขั้นตอนการกำจัด
  • พอกำจัด หรือแก้ไขได้แล้ว ดูแล้วเล็กนิดเดียว

เป็นเช่นนี้เอง

ทำให้เกิดความ “วาบ” ขึ้นในความคิด และนำมาแลกเปลี่ยน เผื่อจะเป็นประโยชน์และแนวทางในการ “ดับทุกข์”


แบบตัดแขนงไผ่ ครับ