วันนี้ ผมได้ทำ และทำได้ตามฝันของ "การมีลูกพร้อมหน้า" แบบ ๑๐๐ % แล้ว

เรื่องที่ผมบันทึกนี้มีต้นแนวคิดมาจากหนึ่งใน "ตัวชี้วัด ๘ ประการ" ของความสำเร็จในการเป็นเกษตรกร

ที่มีตัวชีวัดบางประการที่อาจปรับใช้ได้สำหรับบุคลทั่วไป ก็คือ

ตัวชี้วัดที่ ๗

"ลูกหลานพร้อมหน้า"

ที่เป็นทั้งสำนวนไทย และประเพณีไทย ที่ใช้กับคนที่มีความสุขแบบนี้

เป็นหนึ่งในความสมบูรณ์ของชีวิต

ที่ผมตีความหมายต่อไปว่า

"มีลูกหลานคอยดูแลยามแก่เฒ่า เฝ้ายามเจ็บไข้ และสืบทอดดูแลมรดกต่างๆ และพร้อมทำงานสานต่อสิ่งที่ดีๆ และความฝันของพ่อแม่ ที่เหลืออยู่ ต่อไปในภายภาคหน้า"

ทำให้พ่อแม่(ที่ยังมีกิเลส)ไม่ต้องกังวลกับชีวิตยามแก่ชรา เจ็บไข้ได้ป่วย และทรัพย์สมบัติที่หามาด้วยความยากลำบาก เก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิต

ที่เมื่อผมได้มีโอกาสพิจารณาทบทวนแล้วก็มีความรู้สึก "ผิด" อยู่ในใจบ้างเหมือนกัน ที่ไม่มีโอกาสจะดูแลพ่อแม่ของผมเองอย่างใกล้ชิด

ด้วยเหตุผลความจำเป็นในเรื่องหน้าที่การงานที่ผ่านมา

และด้วยเหตุที่พ่อแม่ของผม ไม่เคยย้ำสอนให้ผม "พยายามหาทางกลับบ้าน"

เพราะที่บ้านผมเป็นครอบครัวเกษตรกรยากจน

พ่อแม่ของผมคงจะเคยคิดเรื่องอยากมีลูกหลานอยู่ใกล้ตัว

  • แต่คงอาจไม่กล้าฝัน
  • ที่อาจเป็นเพราะไม่มีข้อมูลมากพอที่จะรู้ว่าการไปทำงานของลูกๆ นั้นลำบากหรือสบายแค่ไหน
  • รู้หรือคิดเพียงว่า ถ้าลูกๆตั้งใจเล่าเรียนก็จะได้งานทำดีๆ
  • หนีจากระบบเดิมๆที่เราเคยทุกข์ยากของการเป็นเกษตรกรยากจน มีที่ทำกินน้อยแบบแบ่งกันไม่ได้ อย่างที่เคยเป็นมา

แล้วพี่น้องในบ้านผม ก็เอาตัวรอดกันได้ทุกคน

  • มีพี่สาวของผมสองคนคอยดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า
  • กลุ่มลูกชายอยู่ไกลก็ทำตัวเป็นหน่วยช่วยเหลือส่งเสบียง กำลังบำรุง ประมาณนั้น

เราคิดว่าเราได้ทำดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้แล้ว

แต่เมื่อเกณฑ์ชี้วัดของเครือข่ายปราชญ์ว่า "ลูกหลานพร้อมหน้า" ทำให้กลับเห็นคล้อยตาม และผมต้องมาคิดใหม่ ว่าจะทำได้อย่างไร

พ่อแม่ที่ฝันเช่นนั้น ก็ต้อง

  • เตรียมทางถอยให้ลูก เพื่อลูกจะได้กลับบ้านได้โดยสะดวก
  • ชี้นำและชักชวน ให้ลูดคิดที่จะกลับบ้าน
  • สร้างปัจจัยแวดล้อมของ "บ้าน" ให้น่าอยู่
  • และทำตัวให้ "น่าอยู่ด้วย" ทั้งความพร้อม สุขภาพ นิสัยใจคอ
  • ที่จะทำให้ลูกหลาน "กลับมามีชีวิตที่ดี" และ
    • ดีกว่าที่จะไปเผชิญความยากลำบากในการไปทำงานอยู่ที่อื่น
    • โดยเฉพาะงานที่เป็นลูกจ้างแรงงาน ทำงานโรงงาน กรรมกรหามื้อกินมื้อที่พบในชุมชนเมืองโดยทั่วไป
    • หรือแม้แต่ต้องไปเผชิญภัยในการทำงานเมืองนอก

ที่คนที่เป็นพ่อแม่ก็จะต้อง "สร้างฝัน" ให้เป็นไปตามฝัน เพื่อที่จะทำให้ฝันของตัวเอง ไม่เป็นฝันแบบ "ลมๆแล้งๆ"

ผมก็เลย "พลอยฝัน" ไปกับกลุ่มเครือข่ายปราชญ์ และลองทำตามฝันของตัวเอง

ปรากฏว่า

  • ลูกสาวของผมมีอาการ "ติดบ้าน" ไม่อยากไปไหนไกล แม้จะต้องไปก็พยายามกลับบ้านทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
  • ลูกชายที่ไปทำงานบริษัทเปโตรเคมี ที่เขาเคยฝันใฝ่ ตามแบบของผู้ที่จบสาขาวิศวกรรมเคมี ก็หาทางกลับมาอยู่บ้าน
    • วันนี้เขาได้งานทำที่อำเภอน้ำพอง ห่างจากบ้านไป ๓๐ กม หรือระยะเวลาขับรถประมาณ ๒๐ นาที
    • และลาออกจากงานที่เขาเคยฝัน ให้เงินเดือนสูง ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้ว
    • กำลังวางแผนเรียนต่อปริญญาเอกเพื่อเข้าทำงานในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ชีวิตมีความมั่นคง และอยู่ใกล้บ้านเข้ามาอีก

ทำให้

วันนี้ผมได้ทำ และทำได้ตามฝันของ "การมีลูกพร้อมหน้า" แบบ ๑๐๐ % แล้ว

และคิดว่า

ในการประชุมคณะกรรมการปฏิรูประบบเกษตรกรครั้งต่อๆไป คงไม่มีใคร "แซว" ผมได้อีกแล้ว ว่า "ยังสอบไม่ผ่าน" ในประเด็นใดๆ อีกต่อไป

เพราะตอนนี้ ผมทำได้ครบ ทั้ง ๘ ข้อ อย่างสมบูรณ์ และเต็มขีดความสามารถในขณะนี้แล้วครับ

ไม่มีอะไรต้องห่วงกังวลอีกต่อไป

เพราะผมถึงที่สุดแห่งความฝันของคนที่เป็นพ่อแม่

  • ที่เตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูก
  • ทำให้ลูกมีความสุขสบายใจที่ได้กลับบ้าน
  • และอยากกลับมาอยู่บ้านแล้วครับ

ใครฝันอย่างไรก็ทำแบบนั้น

แล้วฝันของท่านก็คงจะเป็นจริงสักวันครับ

โชคดีทุกท่านครับ