สัจจะจักรยาน โครงการจักรยานให้ลูกรักครั้งที่ ๓

ความมั่นคง.. ความร่วมใจของคุณครูคิม ครูนพวรรณ พงษ์เจริญ บันทึกนี้ขอขอบพระคุณแม่ครูใจดี 


หลังจากได้ผ่านโครงการจักรยานให้ลูกรัก ในครั้งที่ ๑ ซึ่งบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างเต็มบริบูรณ์ ท่านผู้มีเกียรติ กัลยาณมิตร เพื่อนนักจักรยาน ซึ่งเป็นดั่งมิตรที่มีความเอื้ออารีต่อกัน ต่างก็ได้ร่วมตระหนักรู้ถึงความปิติเบิกบานในจิตใจ โดยเฉพาะภาพที่มีเด็กรายล้อม เฝ้าดูจักรยานที่นำมาจอดเรียงรายบริเวณลานกิจกรรมของโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ซึงเป็นโรงเรียนที่จักรยานได้เดินทางมาเล่าเรื่อง การผ่านเส้นทางที่เดินทางด้วยใจ ส่งต่อมาถึงเด็ก ณ ที่แห่งนี้

...........

ข้าพเจ้าขอย้อนกลับไปเล่าเรื่อง การจัดทำโครงการจักรยานให้ลูกรักในครั้งแรกที่ผ่านไปแล้วนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้นำจิตใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำไปสู่ความดี ความงาม ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายที่เข้าร่วมกิจกรรม สามารถซึมซับและเกิดการเรียนรู้ความรักได้อย่างถึงรากแท้แห่งจิตตน ความปรารถนาของกัลยาณมิตรทุกท่าน ต่างก็ได้บรรลุถึงอารมณ์แห่งความรัก ความเอื้ออาทร ความเมตตากรุณา ประหนึ่งจิตใจได้ก้าวข้ามความทุกข์ยากลำบาก ปลดระวางเรื่องแห่งการแก่งแย่ง เรื่องการแข่งขัน อารมณ์ควมรู้สึกคิดนึกถูกเชื่อมโยงเรียงร้อยให้เกิดความรู้สึกร่วมเดียวกัน
.......

ด้วยความปรารถนาที่จะร่วมทำบุญนี้ มิได้หมายถึงการให้ข้าวปลาข้าวสารอาหารแห้ง แต่ความหมายของบุญนี้นั้น คือการได้กระทำในเรื่องที่ดีงาม ในเรื่องที่เห็นสัจจะร่วมกัน นับว่าเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสจิตอันเป็นกุศลธรรมได้ด้วยความเชื่อมโยงของการประกอบกิจกรรม ที่เราพี่น้องจักรยานต่างก็ได้รวมจิตร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ถึงแม้นว่าวิถีแห่งชีวิตเราจะแตกต่างกันในความเป็นอยู่ ในการดำรงชีพ แต่สภาวะทางด้านจิตใจเรามีเหมือนกัน โครงการจักรยานให้ลูกรัก คือการเชื่อมโยงสภาวะทางด้านจิตสำนึกร่วมเดียวกัน ให้เกิดพลังเคลื่อนไหวร่วมกัน มวลหมู่กลุ่มก้อนพลังงานนี้ คือการเคลื่อนที่ของพลังแห่งความดีงาม
...........


การขับเคลื่อนไปบนเส้นทางถนนสายแห่งรักกระทำการ.....

ถนนที่เชื่อมโยงจากภายนอกและภายใน ภายนอกคือการเชื่อมโยงเส้นทางจากจังหวัดพิษณุโลก ขึ้นผ่านเทือกเข้าลำเนาไพร ข้ามสันภูสูงเขตอำเภอนครไทย ฝ่าลมร้อนและเปลวแดดอันระอุ ลูกเด็กเล็กแดงต่างติดสอยคล้อยตาม เดินทางร่วมขบวนคาราวานบริจาคจักรยานสู่โรงเรียนเป้าหมาย วิทยสัมพันธ์

โรงเรียนที่มีแม่ครูใจดีเฝ้าบ่มเพาะ คุณครู นพวรรณ พงษ์เจริญ เป็นคุรุ เป็นครู เป็นแม่ ที่ได้เฝ้าพรากเพียรพร่ำสอนการศึกษาเรียนรู้ เรือข้ามฝากข้ามฝั่งส่งต่อให้ลูกน้อยได้เจริญเติบโตเป็นเมล็ดพันธ์ต้นกล้างามบนผืนแผ่นดินไทย
...

ขอกราบคารวะคุณครูคิม ครูนพวรรณ พงษ์เจริญ ที่ได้ประสิทธิ์ประสานวิชาความรู้คู่ดวงจิตสวยงาม ให้ดำรงอยู่และได้ดำเนินชีวิตร่วมบนเส้นทางสายแห่งความดีงาม มีความเมตตาอารี นี้คือคุณธรรมประจำใจที่ได้รับการบ่มเพาะถ่ายทอดสื่อสารกับเด็ก รากไม้น้อยต้นหนึ่งนี้ หากได้เจริญเติบโตบนพื้นฐานการสอนสื่อด้วยความรัก ความเมตตา ความเอื้ออารี สื่อสารการให้ความรัก ให้ด้วยจิตใจ ให้ด้วยความเป็นทั้งหมด หนึ่งในต้นแก้วโพธิ์ร่มไทรงาม คือต้นไม้ใหญ่ที่จะยืนหยัดทะนงต้านลมบนฟ้าฝน ด้วยรากที่หยั่งลึกและมั่นคง

คุณครูคิม ได้ทำหน้าที่ในความเป็นแม่ ในความเป็นครู ด้วยการค้นหาในสิ่งที่เด็กขาด ค้นหาได้อย่างตรงประเด็นและความต้องการ ทั้งทางด้านการศึกษา เรื่องการดำเนินชีวิต ตลอดจนมาพบกับโครงการจักรยานให้ลูรักได้ด้วยการมีบุญร่วมกันแต่กาลก่อน มิติแห่งห้วงเวลาได้ดึงดูดให้ทุกชีวิตมารวมกัน ตรงตามจังหวะแห่งผลบุญที่ได้เคยเป็นคู่เกื้อหนุน จังหวะแห่งเวลาได้พาร่างกายและจิตใจ เดินทางมาพบกัน มิติที่ลึกล้ำ มิติที่เป็นดั่งการเดินทางของจักรวาล ดึงให้มวลแห่งพลังใจมาพบกัน.
.........

เมื่อบุญได้นำพาให้ข้าพเจ้าและเพื่อนผู้ร่วมบุญเดินทาง ข้าพเจ้าและผู้ร่วมกิจกรรม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนคุรุคุณครูคิม แม่ครูผู้ก่อประสานให้โครงการบริจาคจักรยาน ได้เดินทางไปถึงมือของเด็กน้อยที่เคยร่วมบุญกันมา เราจึงมาพบกัน ข้าพเจ้ามั่นใจได้ด้วยความเป็นมิ่งมงคลของความศรัทธา เรื่องทั้งหมดนี้ คือเรื่องของมิติแห่งบุญนำพา เราจึงได้เดินทางมาพบกัน
.................................

ด้วยบุญนำพานี้

ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักสำนึกรู้ ในดวงจิตอย่างลึกล้ำสุดหยั่งถึง มีความสำนึกรู้ได้อย่างชัดแจ้ง สว่าง สงบ มีความอ่อนน้อมด้วยดวงจิตที่เบิกบาน แม้นวัยจะก้าวย่างล่วงผ่าน แม้นร่างกายจะบอบช้ำจากระยะของปีกำเนิด แต่การพบกับเส้นทางสายแห่งบุญนำพา ทำให้เกิดความเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่า

‘ไม่มีพลังอำนาจศาสตราวุธ อาวุธชนิดใดในโลกหล้า ที่จะสามารถอยู่เหนือพลังแห่งความดีงามได้ ’