ท่านเคยได้ยินคำว่า "สะดือเมือง" ไหม ตอนแรกได้ยินคิดว่าเมืองมีสะดือเหมือนคนเลยแปลกดี แต่เมื่อได้ฝังเจ้าหน้าที่ หอสิลป์ล้านนา เล้าให้ฝังก็ร้องอ๋อขึ้นมาทันที

รูปที่ 1 ภาพเหตุการจำลองการสร้างสะดือเมืองในสมัยพระยาเม็งรายมหาราช
เจ้าหน้าที่เขาเล้าให้ฝังว่าสมัยก่อน พ่อขุนเม็งรายมหาราช ท่านได้รวบรวมหัวเมืองต่างเข้าไว้ด้วยกันเป็นอาณาจักรใหญ่ที่เรียกว่า "ล้านนา" แล้วได้โปรดให้มีการสร้างเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์ขึ้น (เมืองเชียงใหม่ใยปัจจุบัน) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครอง
ในการสร้างเมืองท่านโปรดให้มีการสร้างเจดีย์ขึ้นที่ใจกลางเมือง ที่เรียกว่า "สะดือเมือง" เพื่อใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนในเมืองขึ้น ทุกคนได้ให้ความเคารพ ความศรัทธา ความเลื่อมใสในตัวเจดีย์ที่เรียกว่าสะดือเมืองนี้มาก
เจ้าหน้าที่หอศิลป์ ฯ ถามว่าอยากเห็นของจริงไหม ทุกคนต่างดีใจที่อยากเห็นสะดือเมืองของจริงกันทุกคน จึงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอย่าเห็นครับ แล้วเจ้าหน้าที่ก็ชี้ให้ดู
แต่เมื่อท่านเจ้าหน้าที่ชี้ออกไปนอกหน้าต่างยังจุดที่เป็นที่ตั้งเดิมของสะดือเมือง สิ่งที่มองเห็นเป็นเจดีย์เล็ก ๆ เก่าตั้งอยู่ข้างหอศิลป์ฯ ไม่มีใครที่ให้ความสนใจกับโบราณสถานเก่า ๆ แห่งนี้มาช้านาน
เมื่อคิดดูคนเรามักจะมองข้ามสี่งที่ใกล้ตัวและไม่ค่อยที่จะใส่ใจกับสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจไป เราควรกลับมาหยุดคิดสักนิดกับเรื่องราวในอดีตและสี่งที่อยู่รอบตัวเราก่อนที่เวลาจะสายเกินไป
สวัสดีค่ะ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
คนเราก็มีสะดือเป็นจุดศูนย์กลางระหว่างส่วนล่างกับส่วนบน
เมืองก็มีสะดือเหมือนกันเพื่อใช้เป็นจุดศูนย์กลางของเมืองเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิดใจ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ค่ะ
สวัสดีครับ คุณ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน สะดือเมืองคือจุดศูนย์กลางของตัวเมืองที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของเมืองเลยก็ว่าได้ครับ
สวัสดีครับ คุณศักดิ์นรินทร์
ภาพบางภาพ เรื่องราวบางเรื่องราว
มีคุณในตัวของมันเอง
ขอบคุณครับ
สวัดดีครับ เสียงของพระจันทร์ ขอบคุณสำหรับการแลกเปลียนความคิดเห็นที่มีค่า
สวัสดีครับ Mr.cartoon
สะดือเมืองเป็นศุนย์รวมจิตใจคนในเมือง หัวใจของเราก็เป็นศูนย์รวมของชีวิตเหมือนกัน
สวัสดีครับ เด็กชายเคมี
ภาพ 1 ภาพ ดีกว่าคำพูดนับ 1000 คำ แล้วเรามาแลกเปลียนภาพที่มีความหมายเช่นนี้ด้วยกัน
สวัสดีครับ คุณ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
ภาพเหตุการจำลองการสร้างสะดือเมืองในสมัยพระยาเม็งรายมหาราช
เป็นภาพที่สมจริงและสื่อออกมาได้ลงตัวจริง ๆ ครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ น้อง ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
สะดือเมืองเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิดใจ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
ใช่ครับ บางทีคนเรามักจะมองข้ามสี่งที่ใกล้ตัวและพอสูญเสียมันไป
จึงค่อยรู้สึกครับ
ขอบคุณครับสำหรับข้อคิดดี ๆ
สวัสดีค่ะ คุณ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
วันนั้นสนุกมาเลยนะคะ
ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งภาพสวยๆ
หวังว่าเราจะได้ทำกิจกรรมดีๆอย่างนี้ร่วมกันอีกนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
เมืองยังมีเครื่องยึดเหนี่ยว ก็คนเราก็เช่นเดียวกัน
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวของสะดือเมือง วันนั้นไม่ทันได้ฟังค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ ริน
เข้ามาให้กำลังใจและขอบคุณสำหรับประสบการณืที่แบ่งปันค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณน้อง ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
คนเรามักจะมองข้ามสี่งที่ใกล้ตัวและไม่ค่อยที่จะใส่ใจกับสิ่งที่มีคุณค่า
ขนาดพี่อยู่เชียงใหม่มากว่าสิบปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นที่มาของเมืองเชียงใหม่ขนาดนี้เลยค่ะ
รู้สึกประทับใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ได้ทั้งความรู้ต่าง ๆ มากมาย
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีน้อง คุณศักดิ์นรินทร์
หอศิลป์นี้มีคุณค่าทางจิตใจมากๆคะ
ประทับใจภาพทุกภาพจริงๆ
ขอบคูรสำหรับเรื่องราวที่นำมาแลกเปลี่ยนกันนะค่ะ
สวัสดีน้อง คุณศักดิ์นรินทร์
ขอบคุณสำหรับสำหรับเรื่องเล่าดีๆและภาพสวยๆค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ ศักดิ์นรินทร์
"คนเรามักจะมองข้ามสี่งที่ใกล้ตัวและไม่ค่อยที่จะใส่ใจกับสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจไป" ชอบประโยคนี้ค่ะ มันจริงที่สุดเลยพี่
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
หอศิลปฯนี้มีคุณค่าทางจิตใจมาก ๆ และเรื่องราวดี ๆ มากมายค่ะ
ภาพสวยค่ะ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่นำมาแบ่งปันกันนะค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
ก็เป็นความจริงนะคะคนเรามักจะมองข้ามสี่งที่อยู่ใกล้ตัว และไม่ค่อยที่จะใส่ใจกับสิ่งที่มีคุณค่า...
แต่หากวันใดที่ไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยของสิ่งนั้นแล้วก็มักจะบอกว่าทำไมถึงมองไม่เห็นค่าของมัน (ไปไกลเลย) ...
ก็ได้ข้อคิดในอีกแง่มุมหนึ่งนะคะ ...ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ ศักดิ์นรินทร์ รักอ่อน
สะดือ เมืองเชียงใหม่ ....ที่เราไม่เคยรู้ แต่ตอนนี้รู้แล้วคะ
ขอบคุณคะ