คาบปฐมนิเทศเป็นคาบที่สำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจตลอดจนแนวทางในการปฏิบัติตนให้บรรลุวัตถุประสงค์ของรายวิชา และสร้างแรงจูงใจในการเรียน
ตอนนี้โรงเรียนของครูนกเปิดมาได้สองวันสิ่งที่ครูนกเตรียมเพิ่มเติมจากปีการศึกษาก่อนๆ คือ การเก็บข้อมูลแนวการเรียนรู้ของเด็ก โดยแทรกไว้เป็นประเด็นหนึ่งในการกรอกแบบบันทึกประวัติผู้เรียนซึ่งครูนกได้จัดทำมาเรื่อยๆ ถึงปีนี้ก็ย่างปีที่ 3 โดยจะมีประเด็นในการกรอกข้อมูลดังต่อไปนี้

ส่วนที่ 1 จะประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐาน ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น วันเดือนปีเกิด หมู่เลือด เบอร์โทรศัทพ์ติดต่อ และอีเมล์ในการสื่อสาร (เพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา เพราะจะชุดคำถามที่นักเรียนสามารถเลือกตอบได้ 15 ข้อ โดยส่งคำตอบผ่านทางอีเมล์
ส่วนที่ 2 จะประกอบด้วยทัศนคติต่อวิชาต่างๆ จุดเด่น จุดต้องปรับปรุง และความคาดหวังหรือเป้าหมายในการเรียนรู้
ข้อมูลส่วนนี้ทำให้ครูนกทราบถึงความชอบหรือไม่ชอบต่อรายวิชาต่างๆ ซึ่งเด็กบางคนก็ไม่ชอบเคมี หรือไม่ชอบคณิตศาสตร์ซึ่งจะมีผลต่อการจัดการเรียนการสอนเคมีในภาคเรียนนี้เนื่องจากเน้นคำนวณ เราจะได้เตรียมเสริมแรง และเสริมสื่อให้เหมาะ อีกทั้งพบว่านักเรียนไม่ชอบให้ครูใช้โปรแกรมนำเสนอ PPT เขาอยากให้ครูเขียนกระดานมากกว่า ซึ่งครูนกก็ต้องใช้ทั้งกระดานและสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงแต่ปรับสมดุลให้เหมาะกับเด็กในแต่ละห้อง

"มีบทรำพึงของเด็ก"
ส่วนที่ 3 จะประกอบด้วยคำถามที่ประเมินแนวหรือสไตล์การเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งจะทำให้ทราบว่านักเรียนส่วนใหญ่ชอบการทดลอง (ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา) และจดบ้าง ชอบทำงานเป็นกลุ่ม และชอบให้นัดหมายล่วงหน้าก่อนสอบ
นอกจากนี้ครูนกยังเตรียมพื้นที่ให้เด็กๆ ได้เขียนในสิ่งที่อยากเขียน แต่ครูไม่ได้ถาม พบว่า มีนักเรียนจำนวนหนึ่ง (ไม่เกิน 20%) เขียนเพื่อบอกเล่าเพิ่มเติม มีทั้งแนวขอเกรดสวยๆ บอกความมุ่งมั่นในการจะตั้งใจเรียนเคมี ตลอดจนเขียนชมครูทั้งยังมีแนวฝากเนื้อฝากตัว ที่สำคัญมีเด็กหลายคนอยากให้ครูนกปรับหรือปูพื้นฐานก่อนขึ้นเรื่องใหม่ของระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นส่วนที่ครูนกทำอยู่แล้วเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิด
"รู้เขารู้เรา" น่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ส่งเสริมบรรยากาศในการเรียนรู้ และครูสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ และคิดแบบมีวิจารณญาณได้ แบบลักษณะเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ขอชื่นชมครูนกเป็นครูเพื่อศิษย์ค่ะ ในภาษาการจัดการความรู้ หรือ KM นี่เป็นการให้นักเรียนทำ BAR (Before Action Review)เพื่อครูจะนำไปออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กๆ สามารถเรียนรู้และฝึกใช้ทักษะอนาคต 21st Century skills ได้ดียิ่งขึ้น เป็นการทำงานที่ปราณีตและเอาใจใส่ทีเดียวค่ะ ^_^
ขอบคุณค่ะ น้องอ้อ สอนศิษย์ตอนนี้ต้องให้เขารอบรู้ คิดเป็น สื่อสารได้ที่สำคัญคือเป็นคนดีด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์โสภณ
รู้เขารู้เรามีผลต่อการจัดการเรียนการสอนอย่างมากมายค่ะ ทำให้บรรยายกาศของห้องเป็นไปอย่างมีความสุขค่ะ
รู้เขา รู้เรา จุดเริ่มต้นของการสร้างบรรยากาศการคิด
ขอชื่นชมครับ
ใช่ค่ะ "รู้เขารู้เรา" สอนกี่ครั้งๆกี่รุ่นๆ ครูก็ชนะเสมอนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ...
ชื่นชมน้องนกค่ะ บินได้สูงจริง เยี่ยมๆเป็นกำลังใจค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่าน Small Man
ระลึกถึงนะค่ะ....ครูนกคงต้องทำตัวเป็นแผนก "ก่อกวน" ทางความคิดของเด็กๆ ต่อไป...อยากให้เขาอยู่ได้อย่างมีความสุขในสังคมนะค่ะ ขอบคุณค่ะที่มาเชียร์ตั้งแต่ต้นภาคเรียน
ขอบคุณค่ะ คุณครู Gui
การที่เราเข้าใจในเด็ก
จะทำให้การสอนเราสนุกเพิ่มขึ้นค่ะ
ชื่นชมครับครูนก ในการออกแบบ เก็บข้อมูลนักเรียน
ขอบคุณค่ะท่านวอญ่า
ครูนกอยากรู้จักลูกศิษย์ให้มากๆค่ะ เพราะถ้าเราเข้าใจเขา ก็จะทำให้เราจัดการอะไรได้ถูกใจวัยรุ่นมากขึ้นที่่สำคัญทำให้เขาเรียนรู้ได้ดีขึ้น อีกอย่างเหมาะกับครูที่อายุเริ่มห่างจากวัยเด็กมากขึ้น....ฮาๆๆๆ จะได้เข้าใจเขา เพื่อให้รักในวิชาที่เราสอน ยุทธศาสตร์รุกคืบค่ะท่านวอญ่า
ทัศนคติต่อวิชาต่างๆ จุดเด่น จุดต้องปรับปรุง และความคาดหวังหรือเป้าหมายในการเรียนรู้
"""
ชอบมากเลยครับประเด็นเหล่านั้น ถอดบทเรียนโดยแท้ และที่สำคัญมันสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการ และจิตวิญญาณอย่างน่ายกย่อง