กรอบแนวคิดการพัฒนาชนบท
ตามหลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ ๔
๑๐/๐๕/๒๕๕๔
***********
๑. อุฏฐานสัมปทา ความขยันหมั่นเพียรในการหาทรัพย์ (เพิ่มรายได้)
จัดตั้งทีมทำงานเพื่อการวิจัย รวบรวมข้อมูล ความเป็นไปได้ ความสืบเนื่องและความยั่งยืน ในประเด็นต่อไปนี้ อย่างรอบคอบ รอบด้าน ด้านใดด้านหนึ่งแล้วดำเนินการตามความเหมาะสมของสถานที่และชุมชนนั้น ๆ
- การส่งเสริมอาชีพอื่นนอกจากอาชีพหลัก (ทางเลือกที่หลากหลาย)
- การเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย หมู เป็ด ไก่ ปลา (การเลี้ยงปลากับธรรมชาติ แบบประมงรังผึ้ง น้ำไหล น้ำนิ่ง ศึกษาจากแนวคิดของพระราชพุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่) กบ กุ้ง เป็นต้น
- การเพาะเห็ด เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดหอม เห็ดหนู เห็นบถ เป็นต้น
- การแปรรูปอาหาร เช่น ขนมจีน น้ำปู น้ำแมงดา เห็ดเป็นต้น
- การแปรรูปผลไม้ เช่น ลำไยอบ มะม่วงแผ่น มะม่วงดอง ทุเรียนฉาบ เป็นต้น
- การทอผ้า ทอแบบชนเผ่า(ใส่เอว)แบบเมือง อีสาน(กี่) เช่น ผ้าซิ่น เสื้อ กางเกง แบบท้องถิ่นภาคเหนือ ภาคอีสาน เป็นต้น
- การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ เช่น บวบ ตำลึง ผักปลัง พริกขี้หนู ผักบุ้ง ตะไคร้ ข่า ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มันแกว ผักกาด กะหล่ำดอก หอมแดง ผักชี ต้นหอม ถั่วลันเตา มะเขือเทศ กระเทียมกินใบ กระถิน ชะอม ฟักทอง ฟัก แตงกวา เป็นต้น ตามฤดูกาลและวงจรชีวิตพืช
- การปลูกผลไม้ เช่น ส้มเขียวหวาน มะละกอ มะนาว สัปปะรด มะกรูด ขนุน ส้มโอ ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง ฝรั่ง เป็นต้น ตามสภาพท้องถิ่นและชุมชน
- การฝึกอาชีพเสริมให้กับชุมชน เช่น ซ่อมรถจักรยาน จักรยานยนต์ เครื่องเบนซิน เครื่องที่ใช้ไถนา ช่างไม้ ช่างปูน ช่างแกะสลัก ช่างเชื่อม ช่างประปา เป็นต้น
- การก่อตั้งร้านค้าชุมชนหรือสหกรณ์ของกลุ่มพ่อบ้านแม่บ้านหรือกลุ่มเยาวชน
- การส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชนให้เข้มแข็ง (ปัจจุบันวัฒนธรรมขายได้)
- การไหว้ การกราบ สวดมนต์(คาถา) ไหว้พระ สวดสรภัญญะ ตัวอย่าง สัปเหร่อ มัคนายกของทางภาคกลาง ปู่จารย์ของทางภาคเหนือและอีสาน เป็นต้น
- การแต่งกายด้วยแบบของชนเผ่า วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ชุดชนเผ่าภูไทย(แพรวา)จากละคร “มนต์รักแม่น้ำมูล” ชุดผ้าเมืองของแถวเชียงราย เชียงใหม่ ชาวแพร่ และน่าน เป็นต้น
- การขับร้องดนตรีแบบท้องถิ่น เช่น การซอ การเอื้อนกล่อมขวัญเด็ก งานแต่งงาน งานบวช(ไวพจน์-ทศพล : สุพรรณ-นครสวรรค์) เครื่องดนตรีแบบพื้นบ้าน เช่น วงโปงลางสะออน ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงไปแล้ว เป็นต้น
- การถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิม เช่น รำกระบี่กระบอง รำดาบ การชกมวยโบราณ เช่น มวยไชยา เป็นต้น
- การรักษาร่างกายด้วยสมุนไพร เช่น การนวดคลายเส้น กดจุด การดื่มน้ำชา การดื่มยาต้มบำรุงร่างกาย การทำคลอด เป็นต้น
- การทำพิธีกรรมทางศาสนา(ความเชื่อ)แบบดั้งเดิม เช่น การเลี้ยงผีบ้าน ผีไร่ ผีนา การมัดมือ เมื่อถึงฤดูกาล(ปีใหม่) และการมัดมือเมื่อเจ็บไข้เพื่อเรียกขวัญ การสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา เป็นต้น
- การทำของใช้ของชำร่วยด้วยฝีมือแบบดั้งเดิม เช่น กระบวย จอกน้ำ เสื่อ ครกกระเดื่อง ครกตำข้าว กระดิ่งวัวควาย เช่น จังหวัดตากทำครกหินตำน้ำพริกขายเป็นสินค้าโอทอป เป็นต้น
- การทำของใช้ด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น หลังคา(แฝก)ใบคาหาร หลังคาใบตองก๊อของชาวกะเหรี่ยง ฟากไม้ไผ่ สุ่มขังไก่ กระด้ง กระบุง ยุ้งฉางใส่ข้าวจากไม้ไผ่ เสื่อผักตบชวา เป็นต้น
- การจัดที่พักให้นักท่องเที่ยว(โฮมสเตย์) การทำปฏิทินชุมชน การทำสังคมมิติ การทำประวัติศาสตร์วิถีชีวิตชุมชนให้ชัดเจนเป็นที่ยอมรับ เป็นต้น
- การจัดสถานที่บริเวณหมู่บ้านให้น่าอยู่ เข้ากับธรรมชาติ เป็นสัดส่วน สวย สะอาด ที่เก็บขยะเป็นสัดส่วน มีที่ทำลายขยะ เช่น บ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เป็นหมู่บ้านตัวอย่างดีเด่นของจังหวัดลำปางที่มีหน่วยงานราชการให้ความสนใจไปดูงาน เป็นต้น
- การแสดงออกถึงความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ ร่วมคิด ร่วมทำ สรุปผล รับผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น การลงแขกทำงาน การยกเสามุงหลังคาบ้าน การพัฒนาวัด โรงเรียน การรักษาป่าชุมชน ป่าต้นน้ำ พัฒนาถนนหนทาง การรักษาวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การประชุมร่วมกัน การช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในหมู่บ้าน คนพิการ คนชรา เด็กเล็ก อย่างเต็มความสามารถพร้อมใจกันโดยไม่พึ่งพิงภายนอก เป็นต้น
๒. อารักขสัมปทา การเก็บออมรักษาทรัพย์สินที่ได้มาอย่างรอบคอบ (ลดรายจ่าย)
- จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่ายให้ชัดเจนในครัวเรือนหรือองค์กร
- เว้นการดื่มกินสิ่งเสพติดทุกชนิด เช่น เหล้า เบียร์ บุหรี่ กัญชา ยาบ้า เป็นต้น ทั้งในครอบครัวและชุมชนอย่างจริงจัง
- เว้นการเล่นการพนันทุกชนิด เช่น ไพ่ ไฮโล มวย บอล หวย ตู้เกม เป็นต้น
- เว้นการออกนอกบ้านในเวลากลางคืนเพื่อเที่ยวผับ บาร์ คาราโอเกะ เล่นเกม ดูบอล เป็นต้น
- ขยันทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่เกียจคร้านหรือรอคอยโชควาสนา (ตรงข้ามกับขี้เกียจ)
- เงินเหลือต้องเก็บฝากออมสิน กองทุนสะสมทรัพย์ หรือธนาคารอย่างสม่ำเสมอ
- ไม่สร้างบัตรเครดิต ไม่กู้เงินมาใช้ผิดประเภท เช่น สร้างบ้าน ซื้อจักรยานยนต์ รถยนต์ ทีวีพัดลม ตู้เย็น เป็นต้น เพราะจะทำให้เกิดหนี้ ต้องคำนึงถึงความจำเป็นที่สุดเป็นสำคัญถึงต้องใช้จ่ายทรัพย์
๓. กัลยาณมิตตตา เข้าหามิตรดี คือแหล่งความรู้ แหล่งงาน แหล่งทุน และผู้รู้ (ขยายโอกาส)
- คบหาคนที่ดี มีสัตย์ เสียสละ เป็นแบบอย่างที่ดี ไม่หลอกลวง ไม่คดโกง ไม่หวังได้ หวังกอบโกยกับตัวเราและชุมชน
- ขอรับการสนับสนุนงบประมาณประกอบอาชีพจากโครงการต่าง ๆ ของรัฐและเอกชน
- รัฐให้การสนับสนุนงบประมาณการอบรม ดูงาน สัมมนา เรียนรู้ด้านอาชีพ และวิชาการต่าง ๆ แก่ชาวบ้าน ชุมชนรวมถึงการศึกษาของลูกหลาน
- การส่งเสริม แนะนำให้ความรู้ แก่ชาวบ้านและลูกหลานโดย ครู อาจารย์ ผู้นำชุมชน พระอาจารย์ในท้องถิ่น ให้ชาวบ้านได้รับความรู้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งด้านการใช้จ่ายเงินและอาชีพที่ทำ
- การติดตามประเมินผล วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของอาชีพที่ทำ วัฒนธรรมที่ดำเนินการ ด้วยการวิจัยและการบันทึกทุกขั้นตอน
๔. สมชีวิตา การดำเนินชีวิตแบบทางสายกลางสม่ำเสมอ (อย่าขาดสติ)
ตามแนวพระราชดำรัสที่ว่า “เศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง” (ธนบัตรใบหนึ่งพันบาท) พออยู่ พอเพียง พอควร พอประมาณ (ประหยัด มัธยัสถ์) ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย โอ้อวด หลงตัว และวางตัวอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอหรือเสมอต้นเสมอปลาย
ลองพิจารณาตามคำกล่าวต่อไปนี้
คนจน ทำจน อาจรวย คนรวย ทำรวย อาจจน
คนจน ทำรวย ยิ่งจน คนรวย ทำจน ยิ่งรวย
การปฏิบัติตัวแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่สม่ำเสมอก็มีผลกระทบต่อตนเองและชุมชนได้เช่นกัน
- หลักธรรมหรือหลักการทั้ง ๔ ประการดังกล่าวมา จะต้องมีการดำเนินการไปพร้อมๆ กันอย่างสม่ำเสมอ จะแยกทำหรือปฏิบัติเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งหรือข้อใดข้อหนึ่งมิได้ ต้องรู้จักหา รู้จักเก็บ รู้จักคบหาเพื่อนดี และวางตนเสมอต้นเสมอปลาย หรืออาจกล่าวว่า เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส อย่าขาดสติ ก็ได้ เพราะถ้าไม่ครบองค์ประกอบผลที่จะพึงได้รับจะไม่สมบูรณ์ครับผม.
สวัสดีค่ะคุณ'phnan'
แวะมาอ่าน'กรอบแนวคิดการพัฒนาชนบท'ค่ะ
เป็นแนวคิดที่ดีมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาอ่านบันทึกที่ให้ความรู้ดีๆ และชอบข้อคิดนี้จังค่ะ
"คนจน ทำจน อาจรวย คนรวย ทำรวย อาจจน
คนจน ทำรวย ยิ่งจน คนรวย ทำจน ยิ่งรวย"
ขอบคุณอาจารย์ดร.พจนา-แย้มนัยนา
ที่เข้ามาให้กำลังใจนะครับ
ขอบคุณkrukorkaiที่เข้ามาอ่าน
และให้กำลังใจอีกท่านด้วยนะครับ
ถ้าเห็นว่าเกิดประโยชน์ก็นำไปปรับใช้ได้นะครับ
ผมไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับ
"การให้ความรู้(ธรรมะ)เป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง"
ขอขอบคุณ อ.จันทวรรณ และ คุณนงนาท สนธิสุวรรณ ทั้งสองท่านที่เข้ามามอบดอกไม้ให้มากนะครับ
ยินดีรับฟังข้อคิดเห็นของทุกท่านนะครับ