บทความเรื่อง Something New Under the Sun ในนิตยสาร Smithsonian เปิดกระโหลกผม ให้เข้าใจดวงอาทิตย์มากขึ้นอย่างมากมาย
ชีวิตคนเราและทุกสิ่งในโลกเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้ก็เพราะมีดวงอาทิตย์ให้พลังงาน นักวิทยาศาสตร์บอกว่าอีก ๒ พันล้านปี ดวงอาทิตย์จะแก่ เกิดอาการพองตัว ส่งความร้อนออกมา เผาน้ำบนโลกให้ระเหยไปหมด เป็นอันจบฉากโลก ก่อนจบฉากดวงอาทิตย์
แต่ชีวิตของเราขึ้นกับพฤติกรรม (อารมณ์?) ของดวงอาทิตย์ (สุริยเทพ) มากกว่าที่เราคิด เพราะพลังงานที่ดวงอาทิตย์เปล่งออกมานั้น มีหลายชนิด ชนิดหนึ่งคือพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า (electro-magnetic) ยามสุริยเทพ "อารมณ์เสีย" จะปล่อยพลังแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาอย่างรุนแรง มนุษย์บนพื้นโลกสัมผัสได้จากเห็น "แสงเหนือ" (aurora borealis) ที่ขั้วโลกเหนือ แต่ถ้าสุริยเทพ พิโรธจัด จะเห็นแสงเหนือได้แม้ที่เม็กซิโก
ยามสุริยเทพพิโรธจัด ไม่แค่เห็นแสงเหนือสว่างจ้าเท่านั้น ระบบต่างๆ ที่มนุษย์ผู้ชาญฉลาด ประดิษฐ์ขึ้นใช้ด้วยพลังแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะรวน ได้แก่โทรเลข อินเทอร์เน็ต ระบบนำร่องเครื่องบิน โทรศัพท์ จีพีเอส ฯลฯ
สุริยเทพเป็นเทพเจ้าที่มนุษย์สักการะบูชามาแต่โบราณ แม้ในปัจจุบันก็ยังเฝ้าแหนอยู่ ด้วยการ "ส่อง" จับอารมณ์ทุกวินาที ส่องจากพื้นโลกเห็นไม่ชัด ก็ส่ง SDO (Solar Dynamics Observatory) ขึ้นไปส่องอยู่เหนือพื้นโลก ๑๘,๐๐๐ ก.ม. และส่งข้อมูลมายังโลกทุกๆ วินาที
นอกจากนั้น ยังส่ง SOHO (Solar Holicospheric Observatory), Hinode, และ STEREO ออกไปร่วมกัน "ส่อง" สุริยเทพ STEREO เป็นดาวเทียม ๒ ดวง "ส่อง" ด้วย ๒ ตา เพื่อให้ได้ภาพ ๓ มิติ
กระบวนทัศน์ของมนุษย์ผูกพันอยู่กับโลก หรือผิวโลก ที่เป็นของแข็ง มีของเหลวและก๊าซเป็น ตัวประกอบ เราจึงเข้าใจสภาพของดวงอาทิตย์ยากมาก เพราะจริงๆ แล้วดวงอาทิตย์ไม่ได้เป็น ของแข็งแบบโลก แต่ตรงกลางเป็นสสารที่มีความหนาแน่นสูงมาก อุณหภูมิ ๒๘ ล้านองศาฟาเรนไฮท์ ความร้อนเกิดจากการรวมตัวของไฮโดรเจนเป็นฮีเลียมวินาทีละ ๖๕๕ ล้านตัน ความหนาแน่นของ ส่วนในของดวงอาทิตย์ทำให้โฟตอนเดินทางจากศูนย์กลางใช้เวลา ๑ ล้านปี ก็ยังเดินทางได้เพียง ๒/๓ ของรัศมีดวงอาทิตย์
ส่วน ๑/๓ นอกของดวงอาทิตย์จริงๆ แล้วเป็นของเหลว ที่หมุนรอบตัวเอง ส่วนนี้เรียกว่า convection zone นอกออกไปเรียกว่า corona หรือ solar gas และนอกออกไปเป็นส่วนลมสุริยะ (solar wind) ความเร็วของการหมุนรอบตัวเองของส่วนเส้นศูนย์สูตร กับส่วนขั้ว ไม่เท่ากัน ทำให้เกิด แรงเสียดสี และเกิดพลังแม่เหล็กขึ้น พลังแม่เหล็กนี้มีการบิดและขมวดปม และสลับขั้วเหนือ-ใต้ ทุกๆ ๑๑ ปี
ดวงอาทิตย์อยู่ในสภาพที่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก ยากแก่ความเข้าใจ จากมุมมองที่คุ้นเคยกับโลก และจุดที่สำคัญคือ ลมสุริยะนั้น ปกคลุมไปทั่วสุริยจักรวาล ยามใด สุริยเทพพิโรธ ลมสุริยะก็จะ "พัด" รุนแรง แต่ลมสุริยะไม่ใช่ลมที่สัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัส แบบลมบนโลก เพราะลมสุริยะเป็นลมแม่เหล็กไฟฟ้า สัมผัสได้ด้วยระบบตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า