เช้าวันนี้ แสงแดดมาก่อนเวลาอันสมควร

ไม่ถึงแปดโมงเช้า พอตัวผมโผล่พ้นนอกบ้าน

ความร้อนระอุก็สัมผัสกายให้เร่าร้อน

และลามเลียใบไม้และดอกรำเพยร่วงหล่น

ทั้งที่ผลิบานไม่ถึงวันด้วยซ้ำ

ผมนั่งเก็บดอกรำเพยที่ร่วงหล่นหน้าห้องนอน

ใส่กระถางต้นไม้ เพื่อให้เป็นปุ๋ยต่อไป

แล้วความทรงจำเก่า ๆ และคุ้นเคยก็กระจ่างขึ้น...

เพราะผมได้กล้าต้นรำเพยมาจากน้องอึ่ง 'มะลิ สุธาตุ'

น้องเป็นคนงานที่เคยทำงานด้วยกันที่อนามัย

เป็นคนขยันมาก ขยันมากกว่าหมออนามัยด้วยซ้ำ

รอบ ๆ อนามัยของพวกเรา จะปลูกต้นรำเพยไว้ข้างทางเดินหลายสิบต้น

ดอกรำเพยถ้าอยู่ต้นนาน ๆ จะกลายเป็นผลกลม ๆ ขนาดน้อยกว่าไข่ไก่นิดหนึ่ง

น้องอึ่งและผมจะชอบเก็บ ตากแห้ง จ่ายแจกให้ อสม. และชาวบ้าน

ไปปลูกที่บ้านต่อไป และตอนนี้บ้านผมมีต้นรำเพย 4 ต้น 

ดอกรำเพย...พอออกดอกพร้อมเพรียงกัน

สีเหลืองอ่อนตาละลานเรียงรายเหยียดยาวกับทางเดิน

แต่เสียดายมาก...ความสวยงาม

มักจะอยู่ให้เราชื่นชมไม่นานในโลกนี้

รวมถึงชีวิตของ 'น้องอึ่ง' ด้วย

น้องอึ่ง ได้จากหมออนามัย อสม. และชาวบ้าน อย่างไม่มีวันกลับ

และที่สุดแห่งที่สุด

ได้จากสามี และน้องน้ำฝนลูกสาวคนเดียวที่อายุ 8 ขวบ

อันเป็นสุดที่รัก และดูแลห่วงใยกันจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

กับการต่อสู้จากโรคร้าย (SLE หรือโรคแพ้ภูมิตนเอง)

 

 

ถึงแม้เวลาจะผ่านมานาน 2 ปี แล้ว แต่ความทรงจำที่สวยงาม

ระหว่างพี่และน้องอึ่ง กระจ่างขึ้นเสมอในความคิดของพี่

เห็นดอกรำเพยที่ใดใด...โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมทีไร

ภาพความทรงจำเคลื่อนไหวขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีโฆษณาคั่น

น้องได้ต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรีแล้ว.....

ถึงพวกเราอยากจะเหนี่ยวรั้งน้องไว้...

แต่ด้วยว่า...การเดินทางข้างหน้าของน้องจะสบายดี

และไม่เป็นกังวลใจกับอะไรทั้งสิ้น

ภาพสุดท้ายของการอำลาของน้องน้ำฝนที่ก้มกราบคุณแม่

ช่างเป็นภาพที่งดงามและทรมานอย่างที่สุด

 

 

น้องเป็นคนดี และเป็นที่รักของทุกคนเสมอ....

พี่ดีใจที่ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตได้รู้จักกัน

และน้องยังอยู่ในความทรงจำเสมอ

อย่างน้อย...ก็ยังอยู่ที่บ้านของพี่

นอนหลับให้สบายนะน้องรัก...

....................................

...................................

...................................