รวมจุดอ่อนให้ช่วยกำจัด

 สวัสดีเปิดเทอมใหม่ค่ะชาวโรงเรียนในฝันและท่านผู้สนใจทุกท่าน 

ทำนายวันเกิด ก่อนดีไหมแล้วอ่านต่อให้จบ สงสัยสาระจุดอ่อนถามค่ะ สำหรับคนเกิดวันที่....ทำนายว่า

7 เป็นคนมีความสามารถในการเจรจา สามารถนำประสบการณ์ของตนเองมาสอนผู้อื่นได้

8 เป็นคนมีความรอบคอบ คิดก่อนพูดเสมอ

9 เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ เหมาะกับการเป็นครีเอทีฟ มีไอเดียที่พร้อมสร้างสรรค์ผลงานดีๆ

10 เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆชอบการต่อสู้เกียจคำว่าแพ้

        ทำนายคนชอบสัตว์

ชอบสุนัข ทายว่าเป็นคนมีนิสัยวื่อสัตว์ ไม่วิ่งหนีปัญหา พร้อมจะเผชิญอุปสรรค มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่พูดจาขวานฝ่าซาก บางครั้งจะมีศัตรูโดยไม่รู้ตัว

ชอบปลา ทายว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดี อ่อนหวาน อารมณ์ดีใจเย็น แต่ถ้าใครมาทำให้อารมณ์เสียก็ไม่ไว้หน้าใคร ชอบเพ้อฝันมักปล่อยให้เวลาผ่านไปจึงไม่ค่อยประสบผลสำเร็จสักเท่าไหร่

                     จุดอ่อนที่กำจัด

             เปิดเทอมใหม่แล้วคิดว่าหลายโรงเรียนคงจะสำรวจความพร้อมเพื่อขอรับการประเมินจึงขอรวมจุดอ่อนมาเพื่อเป็นข้อสังเกตุและขอให้ช่วยกันขจัดออกไปก่อนขอรับการประเมินดีไหมคะ(โปรดติดตาม)

                การนิเทศโรงเรียนในฝัน ดำเนินการในหลายรูปแบบทั้งการตรง ทางอ้อม Blog “ตาสว่าง” เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการนิเทศทั้งนี้เพราะได้ร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับผู้สนใจและชาวโรงเรียนในฝันตลอดระยะเวลา 3 - 4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนที่ “ตาสว่าง” รับผิดชอบดูแล และร่วมประเมิน เรามีข้อตกลงระหว่างโรงเรียนและผู้ประเมิน หรือเรียกว่าเป็นสัญญาเล็ก ๆ ว่าโรงเรียนใดที่ขอประเมิน ต้องได้พูดคุย ให้ข้อมูลการพัฒนาโรงเรียน  อาจมีการซักถามแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันใน Blog “ตาสว่าง” และเช่นกันชาว Roving Team ที่เกี่ยวข้องจะนำข้อตกลงที่กล่าวถึงไปเป็นสาระในการนิเทศ เราสัญญากันว่าก่อนการประเมินเราจะกำจัดจุดอ่อนต่าง ๆ เราจะประเมินความพร้อม จนแน่ใจว่ามีตะกอนแน่นอนจึงขอประเมิน  ดังนั้นเพื่อเป็นกรณีศึกษาที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการนิเทศและพัฒนาจึงรวบรวมสาระ การพูดคุย ผ่าน “ตาสว่าง” เสนอเพื่อร่วมกำจัดจุดอ่อน ขอเรียนว่า

               “ผู้นำเสนอไม่มีเจตนาที่จะนำสิ่งที่บกพร่อง มาเปิดเผยเพื่อทำให้เสียหาย แต่เจตนาให้เป็นข้อสังเกต ข้อคิด หรือให้เกิดการพัฒนาจากจุดพร่อง ที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข ใช่ว่าโรงเรียนที่ผ่านและให้การรับรองฯ จะไม่มีจุดอ่อน หรือมีจุดอ่อนที่จะกล่าวต่อไปนี้ทั้งหมด อาจจะมีจุดอ่อนในบางเรื่องแต่มีน้อย และมีจุดแข็ง มากกว่าจุดอ่อน สาระที่นำเสนอต่อไปนี้เป็นการประมวลจุดอ่อน และคำแนะนำการขจัด เพื่อการขจัดให้มีจุดอ่อนน้อยที่สุด มีจุดแข็งมากที่สุด”

ทบทวนความเข้าใจเบื้องต้นร่วมกัน

               1. ต้นแบบโรงเรียนในฝันเป็นต้นแบบการพัฒนาทุกระบบโรงเรียน เพื่อคุณภาพนักเรียนเป็นสำคัญ

               2. การประเมิน เป็นการรวมคุณภาพนักเรียนหรือคุณภาพที่ตกตะกอนในตัวนักเรียน ซึ่งเกิดจากครูทุกคนร่วมกันสะสม (สอน) มาตลอด รวมถึงโรงเรียนสนับสนุนให้ได้เรียนรู้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสนอให้กรรมการพิจารณาความเหมาะสม โดยเสนอผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ และผลงานของนักเรียน

               3. กิจกรรมที่นำเสนอเพื่อการประเมินมี 2 ลักษณะ ประกอบด้วย

กรรมลักษณะที่ 1 หมายถึง กิจกรรมที่จะสะท้อนคุณภาพด้านทักษะทางสังคม ทักษะชีวิต ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รักท้องถิ่นและพร้อมในการก้าวสู่สากล

การนำเสนอจัดเป็นสถานการณ์การต้อนรับแขก เปิดโอกาสให้นักเรียน ได้แสดงสิ่งที่สะสมออกมาอย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติ ซึ่งได้แก่ แสดงความเด่นชัดด้านวัฒนธรรมไทย ความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ความสามารถในการใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ICT ทักษะ การคิด-วิเคราะห์ ความมีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความกระตือรือร้น ความสนใจต่อเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง ผลงานจากการทำโครงงาน งานคหกรรม งานฝีมือ ความผูกพันของชุมชนที่มีต่อโรงเรียน ซึ่งเป็นการจัดบรรยากาศให้มีการต้อนรับผู้มาเยี่ยมโรงเรียน ทั้งเป็นผู้มาให้กำลังใจและกรรมการ  ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายกิจกรรมสอดคล้องกับประเด็นการประเมินโดยเฉพาะด้านคุณภาพนักเรียน และการบริหารจัดการตามคู่มือ ดังนั้น ก่อนการประเมิน นักเรียนควรได้รับการฝึก (สอน ) ในทุกเรื่องที่กล่าวถึง โดยสอดแทรกในการเรียนการสอนปกติและหรือเน้นเฉพาะเรื่อง แต่การจัดกิจกรรมควรเป็นไปอย่างเรียบง่ายและพอเพียง

               จุดอ่อน : 1. โรงเรียนให้ความสำคัญต่อกิจกรรมการต้อนรับมาก บางครั้งเสียค่าใช้จ่ายมากเกินความจำเป็น ซึ่งโรงเรียนให้เหตุผลว่า การต้อนรับเป็นความต้องการของชุมชน ชุมชนรักโรงเรียน อยากมีส่วนร่วม เป็นประเพณีไทยที่ปฎิบัติต่อกันมา ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ เป็นโอกาสที่โรงเรียนแสดงผลงานต่อชุมชน ชุมชนได้เห็นผลงานของนักเรียนทั้งเป็นชิ้นงานและความสามารถเฉพาะตัว เฉพาะกลุ่ม บางกิจกรรมสร้างชื่อเสียง มีรายได้เช่น ศิลปะ ดนตรี กีฬา บางแห่งได้เห็นความรักความสามัคคีระหว่างคนในชุมชน เป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์โรงเรียน

               คำแนะนำ : รับฟังได้และขอบคุณมาก แต่ต้องขอให้เป็นไปอย่างเรียบง่าย และพอเพียง ไม่เบียดบัง และสะท้อนคุณภาพตามที่กล่าวข้างต้น และกรรมการจะถือโอกาส กล่าวขอบคุณต่อชุมชน และโรงเรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เช่น “…..ถือว่าชุมชนรัก และมาให้กำลังใจโรงเรียน คณะของเราจะทำหน้าที่พิจารณาคุณภาพด้านการเรียนการสอน การบริหารจัดการสนับสนุนการเรียนการสอน ที่ส่งผลต่อคุณภาพนักเรียนและเป็นคุณภาพที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนสบายใจว่าโรงเรียนที่ชุมชนรัก จะเป็นต้นแบบตามเป้าหมายของโครงการได้หรือไม่…. มีจุดเด่นอะไร มีอะไรต้องปรับปรุง เป็นต้น …..และคิดว่าไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรขอให้ชุมชนรักและจะดูแลโรงเรียนที่รักตลอดไป…” (สาระที่ควรกล่าวคงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจในที่นี้เสนอเพื่อกรณีศึกษาเท่านั้น)

               สำหรับการแสดง ควรคำนึงถึงความพอเหมาะ สะท้อนความสามารถ การส่งเสริมความเป็นไทย วัฒนธรรมท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์ ที่เกิดจากการเรียนการสอน อย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร และอาจเป็นกิจกรรมที่มีลักษณะสำคัญต่อไปนี้ มีกลุ่มสนใจเรียนรู้ ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง  ส่งเสริมความสามารถเฉพาะตัวและเป็นพื้นฐานในการเรียนระดับสูงต่อไป บางกิจกรรมได้รับการยกย่อง ได้รางวัล  บางกิจกรรมช่วยในการมีรายได้ระหว่างเรียน บางกิจกรรมมีผู้อุปถัมภ์ สนับสนุนให้ได้เรียนรู้เป็นพื้นฐานและมีรายได้ เช่น การแสดงนาฏศิลป์ ดนตรี งานมีผลผลิตเป็นรูปธรรม งานสร้างสรรค์เฉพาะบุคคล เป็นต้น

               จุดอ่อน : 2. นักเรียนที่ต้อนรับ ไม่ผ่านการเรียนรู้ เรื่องมารยาทไทย การใช้คำพูดที่เหมาะสม การกล่าวต้อนรับ กล่าวแนะนำ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแขกหรือผู้ใหญ่ที่มาให้กำลังใจ เช่น ไม่รู้จักชื่อนายอำเภอ นายกเทศมนตรี กำนัน ลำดับกิจกรรม ไม่คล่องแคล่ว พิธีกรไม่คล่อง อ่านชื่อแขกผิด ๆ ถูก ๆ เป็นต้น ภาษาอังกฤษ ไม่คล่อง แปลมาจากพิธีกรภาคภาษาไทยคำต่อคำ และเขียนคำอ่าน (script) เป็นภาษาไทย

               คำแนะนำ : เป็นคุณภาพที่ไม่ควรมองข้าม กิจกรรมนี้สะท้อนคุณภาพด้านการใช้ภาษา การพัฒนาทักษะทางสังคม ความเป็นไทย มารยาทไทยที่สร้างชื่อเสียงทั่วโลก เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ในระดับสูงนักเรียนควรผ่านการฝึก หรือการสอนมารยาทการเป็นเจ้าภาพที่ดี การเป็นเจ้าของสถานที่ที่ดี  ภาษาที่ใช้ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

               การทำหน้าที่พิธีกร สำหรับนักเรียนที่เป็นพิธีกร (หรือนักเรียนที่สนใจ) ควรได้รับการฝึกให้เรียนรู้จากตัวอย่าง (ตัวแบบที่ดี) จากเอกสาร (มีมากมาย) เกี่ยวกับลักษณะ บทบาทพิธีกรที่ดี ทั้งการใช้ภาษาอย่างเหมาะสม คำนึงถึงกาละเทศ จังหวะการพูด การอ่านชื่อแขกที่ถูกต้อง ลำดับการพูด การแก้ปัญหา พิธีกรต้องทำการบ้าน และก่อนพิธีการจะเริ่ม พิธีกรจะตรวจสอบความเรียบร้อย ตรวจรายชื่อแขกที่จะแนะนำว่ามาหรือไม่ มีโรงเรียนต้นแบบจำนวนไม่น้อย เมื่อเด็ก ๆได้เรียนรู้จากจุดนี้แล้ว ไปเรียนต่อในระดับสูง กลายเป็นนักกิจกรรม เป็นพิธีกรในกิจกรรมต่าง ๆ “ตาสว่าง” คิดว่าเป็นการเรียนรู้จากหลักการ สู่การปฏิบัติจริงที่คุ้มค่า  ทั้งนี้ถ้าเราให้ความสำคัญ ให้เวลาได้เรียนรู้จากครู จากสื่อ จากต้นแบบที่ดี การทดลอง ปฏิบัติจริง สำหรับการใช้ภาษา ครูภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คงต้องมีบทบาทสำคัญในการฝึกฝน

               จุดอ่อน : 3. โรงเรียนปิดห้องเรียนที่เรียนปกติ หรือปิดบางห้อง หรือถ้าเปิดห้องเรียนก็ไม่สะอาด บรรยากาศไม่น่าเรียน สื่ออุปกรณ์ TV ชำรุด ไม่พร้อมใช้

               คำแนะนำ : การประเมิน เป็นการประเมินทั้งโรงเรียน ทั้ง 6 ด้าน ทุกจุด ทุกสถานที่ และประเมินนักเรียนจำนวนมาก (เมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียนทั้งหมด) โดยแบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเจาะจง หมายถึง กลุ่มที่นำเสนอกิจกรรม และ กลุ่มทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีเจตนานำเสนอกิจกรรม อาจอยู่ในห้องเรียนปกติ พักผ่อน ทำกิจกรรมที่ชอบ ที่ถนัด ตามแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ดังนั้นห้องเรียนปกติก็มีความจำเป็นต้องนำเสนอ และนักเรียนที่ไม่เสนอกิจกรรมก็น่าจะอยู่ที่ห้องเรียน หรือตามแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนโดยเฉพาะห้องสมุด กรรมการประเมินสภาพห้องเรียน สื่อ (สอดคล้องกับการประเมินด้านที่ 3 และด้านที่ 5 ตามคู่มือ) ระดับประถมศึกษา กรรมการจะประเมินทักษะการอ่าน-เขียน มัธยมจะประเมินทักษะการคิด-วิเคราะห์ การใช้ Computer ทักษะในการสืบค้นข้อมูล เป็นกรณีพิเศษ

               กิจกรรมลักษณะที่ 2 กิจกรรมการเรียนการสอนทุกระดับและทุกกลุ่มสาระ นำเสนอคุณภาพผ่านกิจกรรมซึ่งเป็นการเลือกกิจกรรมที่สามารถสะท้อนคุณภาพในเรื่องต่อไปนี้

               1) วิธีสอน เน้นการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ที่สะท้อนการสอนครูเป็นผู้จัดการตาม Concept ที่กล่าวว่า ให้นักเรียนได้เรียนรู้ มีทักษะการใช้เครื่องมือในการแสวงหาความรู้ เสมือนหนึ่งให้เบ็ดไปตกปลา ไม่ใช่ให้ปลาไปกิน และเป็นการสอนอย่างเต็มที่ สอนอย่างทั่วถึง หมายถึงสอนเต็มความสามารถของครูและเด็กทุกคนได้เรียนรู้ (แต่ละกิจกรรมที่นำเสนอควรมีเด็กจำนวนมากนำเสนอ)

               2) การสอนและการเรียนรู้ที่การใช้สื่ออุปกรณ์ แหล่งเรียนรู้ ทั้งปกติ และระบบ ICT ที่คุ้มค่า

               3) การบริหารจัดการที่สนับสนุน สื่อ-อุปกรณ์ ทั้งสื่อปกติ สื่อ ICT และแหล่งเรียนรู้

               4) คุณภาพนักเรียนที่สะท้อนทั้งความสามารถ และทักษะ ในการใช้เครื่องมือในการแสวงหาความรู้ทั้ง ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ Computer การคิด-วิเคราะห์ (การตอบคำถาม อย่างเป็นเหตุ              เป็นผล มีข้อมูลประกอบ รู้จักแหล่งเรียนรู้ สามารถแสวงหาข้อมูล รวมถึงการมีข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาหรือตอบคำถามได้ ) และความคิดสร้างสรรค์

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนจำกัดจุดอ่อน….

               จุดอ่อนทุกสาระทุกกิจกรรม : 4 . ไม่ศึกษาเอกสาร เพื่อนร่วมทางสู่ต้นแบบโรงเรียนในฝัน (คู่มือการประเมิน) จึงบอกไม่ได้ว่ากิจกรรมนั้น สอคล้องกับการประเมินด้านใด ข้อใด และมักเสนอความสามารถของนักเรียนเพียงคนเดียว หรือบางกลุ่มที่ได้รางวัล จากการแข่งขันเท่านั้น ไม่เสนอความสามารถหรือกิจกรรมที่สะท้อนคุณภาพนักเรียนของนักเรียนส่วนมาก เช่น ภาษาอังกฤษ เสนอนักเรียนเพียงคนเดียวที่ได้เหรียญทองการพูดในชุมชน ภาษาไทยเสนอนักเรียนที่ได้รางวัลจากการขับเสภา แต่นักเรียนคนอื่น ๆ ไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ ไม่สามารถขับเสภาหรืออ่านทำนองเสนาะได้ ยกเว้นเสียแต่กิจกรรมนั้นเป็นความสามารถพิเศษ ความสามารถเฉพาะบุคคล เช่น ศิลปะ ดนตรี เป็นต้น

               คำแนะนำ : เอกสารเพื่อนร่วมทางสู่ต้นแบบโรงเรียนในฝัน (คู่มือการประเมิน) ชื่อเอกสารก็บอกชัดว่า เป็นเพื่อนร่วมทาง คิดไม่ออกให้อ่าน ดังนั้นสามารถนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนา แนวทางในการกำหนดกิจกรรมเพื่อการประเมินได้ และเมื่อกำหนดกิจกรรมอะไรเพื่อนำเสนอแล้ว ขอประเมินตนเอง และบอกตนเองให้ได้ว่ากิจกรรมนั้น ๆ จะได้คะแนนหรือไม่ หรือสอดคล้องกับประเด็นการประเมินด้านใด ข้อใด การสะท้อนคุณภาพนักเรียนที่ได้รางวัลก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่สำหรับการประเมินเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการเป็นโรงเรียนต้นแบบ เป็นการสะท้อนคุณภาพจากนักเรียนส่วนมาก 

               จุดอ่อนการนำเสนอระดับปฐมวัย/อนุบาล : สื่อ ห้องเรียน ห้องน้ำ ที่รับประทานอาหาร เครื่องเล่น ไม่ได้รับการดูแล ให้น่าใช้ ไม่มีความปลอดภัยและความพร้อมใช้เท่าที่ควร การเสนอความสามารถ หรือคุณภาพนักเรียน เน้นการนำเสนอความสามารถนักเรียนด้วยการแสดงนอกห้องเรียนมากเกินไป ครูขาดความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้ปฐมวัย

               คำแนะนำ : ห้องเรียน ที่นอน สื่อ-อุปกรณ์ สะอาด จัดอย่างเป็นระเบียบ มีระบบ น่าเรียน จัดมุมเสริมประสบการณ์ อย่างชัดเจน และมีความพร้อมด้านสื่อ-อุปกรณ์ ที่รับประทานอาหาร ห้องน้ำ สนามเด็กเล่น เครื่องเล่น ทุกจุด สะอาด ปลอดภัย สะท้อนการดูแล ความใส่ใจในการบำรุงรักษา การนำเสนอไม่เน้นที่การแสดงนอกห้องเรียน ควรเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนปกติ กิจกรรมตามตารางกิจกรรมประจำวัน เพื่อสะท้อนความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการสอนของครู กรรมการจะพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ภาษา การเก็บเด็ก การกำกับกิจกรรม พร้อมกับคุณภาพของกิจกรรมและประสิทธิภาพของสื่อ-อุปกรณ์ สำหรับคุณภาพนักเรียน พิจารณาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับครู กับกลุ่ม และผลงาน(ถ้าโรงเรียนนำเสนอ Montessori กรรมการควรมีความรู้เกี่ยวกับ Concept Montessori ที่ฝึกนักเรียนให้มีสมาธิ มีความรับผิดชอบ และพึ่งตนเองได้)

               จุดอ่อนภาษาอังกฤษ : นำเสนอความสามารถเด็กบางคน เน้นเด็กที่ไปแข่งขันได้รับรางวัลเท่านั้น ครูใช้สื่อประเภทโปรแกรมช่วยสอนไม่ได้ ป้ายนิเทศเขียนผิด เขียนคำอ่านภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย นักเรียนอ่านป้ายคำศัพท์ ที่ติดไว้ในห้อง หน้าห้องไม่ได้ ครูขาดความรู้เกี่ยวกับวิธีสอนภาษาอังกฤษ นักเรียนที่นำเสนอ (กลุ่มเจาะจง) จะท่องบทที่เตรียม ถ้าถามหรือชวนสนทนานอกบทไม่สามารถนำเสนอได้ สื่อสารระดับพื้นฐานไม่ได้ นักเรียนกลุ่มทั่วไปสื่อสารภาษาอังกฤษง่าย ๆ ไม่ได้ ไม่คล่องแคล่วในการใช้ Internet อ่านคำศัพท์จากสื่อ หรือข้อความต่าง ๆ ที่ติดไว้ในแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนไม่ได้

               คำแนะนำภาษาอังกฤษ : ภาษาอังกฤษเครื่องมือสำคัญในการแสวงหาความรู้ นักเรียนกลุ่มทั่วไป ควรสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษง่าย ๆ ได้ สามารถใช้ Internet ได้คล่องแคล่ว อ่านคำศัพท์จากสื่อ หรือข้อความต่าง ๆ ที่ติดไว้ในแหล่งเรียนในโรงเรียนได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูควรมีความรู้เกี่ยวกับวิธีสอนภาษาอังกฤษอย่างน้อยระดับพื้นฐาน และด้วยเหตุผลนี้ทำให้เส้นทางการพัฒนาของทุกโรงเรียนก่อนการประเมินจำเป็นต้องพัฒนาครู ครูพัฒนาตนเองให้มีสามารถความสามารในการสอนอย่างมีคุณภาพ  สพฐ.ให้ความสนใจในเรื่องการขาดครูจบวิชาเอกการสอนภาษาอังกฤษ เคยมีการอบรมให้ทั่วประเทศ โครงการฯ มีศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยมีงบประมาณสนับสนุน และศึกษานิเทศก์แต่ละ สพท.คงช่วยได้ ทั้งนี้เมื่อเป็นโรงเรียนในฝันแล้ว ครูมีความจำเป็นต้องไขว่คว้าพัฒนาตนเองทั้งวิธีสอน วิธีการใช้สื่อ ICT เพื่อคุณภาพตนเอง คุณภาพนักเรียน

               สำหรับการนำเสนอของนักเรียนกลุ่มเจาะจง ควรดำเนินการดังนี้

               1) ครูสาธิตการสอนโดยสื่ออุปกรณ์ หรือห้องปฏิบัติการทางภาษาอย่างน้อย 10 นาทีและควรทำแผนการสอน (ประมาณ10 นาที) เพื่อประเมินความรู้ความสามารถในการสอน การใช้สื่อ (สื่อ ICT) และเพื่อประเมินประสิทธิภาพของสื่อ ตลอดจนความรู้ของครูเกี่ยวกับการใช้สื่อ ใช้แหล่งเรียนรู้

                   สำหรับ Sound Lab (รุ่นเก่า) ถ้ามี และอยู่ในสภาพดีมีประสิทธิภาพและใช้อย่างสม่ำเสมอ ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี การนำเสนอครูควรเป็นผู้อยู่ที่เครื่องควบคุม เพราะเป็นการสอน การใช้ภาษา การออกเสียงที่ถูกต้องตามจุดประสงค์ของสื่อ (“ตาสว่าง”เคยได้รับมอบหมายให้ทำคู่มือการใช้ Sound lab ถ้า Sound lab รุ่นเก่าชำรุดมากก็ไม่ควรใช้ ทั้งนี้เสียค่าใช้จ่าย ในการซ่อมแซมมาก) ส่วนการมีชาวต่างชาติช่วยสอน จุดประสงค์ต้องชัดว่า ชาวต่างชาติจะเน้นการสื่อสาร การออกเสียงที่ถูกต้อง สร้างความมั่นใจแก่นักเรียนอันเนื่องมาจากคุ้นชินกับเจ้าของใช่หรือไม่ และควรอยู่ในความดูแลของครูสอนภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพราะชาวต่างชาติบางคนไม่มีความรู้เรื่องวิธีสอน

               2) นำเสนอกิจกรรมสะท้อนความสามารถและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วของนักเรียนอย่างน้อย 1 กิจกรรม โดยมีเด็กจำนวนมากพอนำเสนอ

               จุดอ่อนภาษาไทย : นำเสนอความสามารถของนักเรียนเพียงคนเดียว หรือจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียนทั้งหมด นำกิจกรรมที่ได้รางวัล ในบางเวทีมานำเสนอ และกิจกรรมไม่สะท้อนคุณภาพด้านการคิด-วิเคราะห์ หรือสร้างสรรค์ทางภาษา และบางครั้งก็เน้นการแสดงหรือการละเล่น เช่นการละเล่นของไทย โดยไม่สามารถสะท้อนคุณภาพทางภาษา ไม่สะท้อนความสามารถการคิด-วิเคราะห์ การค้นคว้า จุดอ่อนที่เน้นการแสดง เช่น มีนักเรียนจำนวนมากแสดงบทบาทสมมุติเรื่องพระอภัยมณี (มีบทพูดนิดหน่อย) แต่มีคนบรรยายเป็นบทร้อยกรองเพียงคนเดียว เป็นต้น

               คำแนะนำ : ภาษาไทยเครื่องมือสำคัญในการแสวงหาความรู้ นอกจากจะสะท้อนคุณภาพ การพูด จากการต้อนรับ พิธีกร การอ่าน-เขียน คล่องแคล่ว (ระดับประถม 1-3) การอ่าน-ตอบคำถามในห้องสมุดแล้ว ควรสะท้อนความสามารถนักเรียนจำนวนมาก ด้านการฟัง พูด อ่าน เขียน ความสามารถในการถ่ายทอดความงดงามด้านภาษา วรรณคดี รวมถึงประวัติวรรณคดี อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อขจัดจุดอ่อน ให้แง่คิดว่าการประเมินไม่ประเมินความสามารถในการแสดง แต่ประเมินความสามารถในการใช้ภาษา  

               จุดอ่อนด้าน Computer : แบ่งเป็น 3 ด้าน

               ด้านที่ 1 จุดอ่อนการบริหารจัดการ ความไม่พร้อมให้บริการ อาจมาจาก Server ชำรุด จำนวน Computer ไม่เหมาะสม ชำรุด ไม่ได้รับการดูแล ไม่สามารถบริหารจัดการด้านความเร็ว Internet ได้ ครูที่รับผิดชอบไม่พร้อม ไม่นำความรู้ ข้อมูลที่ได้รับจากการอบรมมาใช้อย่างเต็มความสามารถ หรือครูที่รับผิดชอบเข้ามาใหม่ (ครู ICT มักจะเปลี่ยนบ่อยโดยเฉพาะระดับประถมศึกษา) ยังไม่พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ให้สอดคล้องกับแนวทางโรงเรียนในฝัน ครูบางคนเรียนมาทางธุรกิจ ไม่ศึกษาหลักสูตร และแนวทางการสอนที่เน้นการสนับสนุนการใช้ Computer เพื่อการเรียนการสอนและการบริหารจัดการ

               ด้านที่ 2 ครูส่วนหนึ่ง (ค่อยไปทางมาก) ไม่พัฒนาด้านการใช้ ICT การใช้สื่อ ICT เพื่อการจัดการเรียนการสอน และเพื่อการพัฒนาตนเอง

               ด้านที่ 3 นักเรียนกลุ่มทั่วไปส่วนมากยังไม่คุ้นชินกับการใช้สื่อ Computer และการนำเสนอกิจกรรมสะท้อนความสามารถในห้องปฏิบัติ Computer นำเสนอความสามารถเฉพาะนักเรียนบางคน และมีความสามารถเฉพาะบางโปรแกรมหรือเฉพาะโปรแกรมที่เตรียมไว้เพื่อประเมินเท่านั้น นอกจากนี้ตามห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ไม่สะท้อนคุณภาพด้าน ICT

               คำแนะนำ : จากจุดอ่อนข้างต้นถือว่ายังไม่พร้อมที่จะขอรับการประเมินควรพัฒนา เพราะจุดอ่อนที่กล่าวเป็นจุดเปลี่ยน จุดที่ทำให้เห็นว่าโรงเรียนเปลี่ยนไป โรงเรียนที่มีจุดอ่อนลักษณะนี้แม้จะมีจุดอ่อนด้านอื่น ๆ บ้าง (น้อย) จะไม่ให้การรับรอง ดังนั้นขอให้กำจัดจุดอ่อนจนเป็นที่น่าพอใจจึงขอประเมิน

            จุดอ่อนการสอนสังคมศึกษา : การนำเสนอการเรียนการสอนสังคมศึกษา  ส่วนมากจะนำเสนอสาระที่เป็นวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และเป็นการนำเสนอในลักษณะการจำข้อมูลมาถ่ายทอด อาจถ่ายทอดผ่านการแสดงหรือบทบาทสมมุติ โดยให้ความสำคัญต่อการแสดงและบทบาทสมมุติมากกว่าสาระที่สะท้อนคุณภาพด้านกระบวนการเรียนรู้ การเรียนรู้ด้วยการค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ขาดการฝึกกระบวนการคิด-วิเคราะห์ จะเห็นจากนักเรียนไม่สามารถตอบคำถามเชิงคิด-วิเคราะห์ หรือตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องในส่วนที่ไม่ได้เตรียมมานำเสนอได้ นักเรียนไม่คุ้นชินต่อการค้นคว้า ไม่คุ้นชินต่อการสืบค้น ไม่ได้เรียนรู้ผ่านระบบ e–learning นักเรียนขาดความรู้รอบตัว ไม่สามารถตอบคำถาม ที่เป็นข้อมูลจากสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ ภายในห้องเรียนหรือในแหล่งเรียนรู้ได้ เช่นความรู้จากสื่อภาพ จากสิ่งของ นอกจากนี้ให้ความสำคัญกับป้ายนิเทศ ในห้อง นอกห้องหรือตามอาคารน้อยเกินไป และไม่ใช้ป้ายนิเทศเป็นแหล่งเรียนรู้ เพราะสาระที่นำมาจัดนิทรรศการ หรือป้ายนิเทศเก่า ล้าสมัย ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ภาพชำรุด ตัวหนังสือเล็กมาก ไม่น่าเรียนรู้ นักเรียนโดยเฉพาะมัคคุเทศก์ ตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับป้ายนิเทศต่าง ๆ ไม่ได้ ครูมีความรู้และมีทักษะการใช้สื่อ ICT เช่นการใช้โปรแกรม Google Earth Stellarium Celestia หรือการใช้ e-learning ไม่เพียงพอ ทำให้นักเรียนขาดโอกาสเรียนรู้จากสื่อ ICT

               คำแนะนำ : สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เป็นสาระที่สามารถสะท้อนคุณภาพนักเรียนด้านการค้นคว้าข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย หนังสือหลายเล่ม สืบค้นผ่าน Internet e-learning สื่อประเภทโปรแกรมช่วยสอน สะท้อนคุณภาพรักการอ่าน การค้นคว้า ความสนใจข่าวสาร บ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ครูมีความจำเป็นต้องปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ทำความเข้าใจต่อการเรียนรู้แบบโครงงาน ปรับเปลี่ยน บัตรงาน ที่เน้นการตอบคำถามอย่างเป็นเหตุ เป็นผล เน้นการค้นคว้า การนำเสนอผลงานที่บูรณาการกับความสามารถด้าน ICT เพิ่มกิจกรรมการแข่งเกี่ยวกับ ความรู้รอบตัว ข่าวเหตุการณ์ ปัจจุบัน ให้ความสนใจต่อการใช้ป้ายนิเทศให้เป็นแหล่งมากขึ้น เช่นจัดกิจกรรมป้ายนิเทศสอดคล้องกับวันสำคัญ และเหตุการณ์สำคัญ โดยเน้นการจัดป้ายนิเทศที่เป็นผลมาจากการค้นคว้า (กำหนดไว้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้) การเรียนรู้ด้วยซอฟต์แวร์ เช่น Google Earth  Stellarium  Celestia ในการนำเสนอ ที่เน้นการใช้สื่อประเภทซอฟต์แวร์ ควรครอบคลุม 3 ด้าน ต่อไปนี้

               1. ด้านการออกแบบกิจกรรมเรียนรู้ รูปธรรม กล่าวคือ บัตรงานที่เปลี่ยนไป เน้นคำถามที่ต้องการคำตอบที่เป็นเหตุเป็นผล การเรียนรู้จากการค้นคว้า การใช้สิ่อ ICT การนำข้อมูลจากการค้นคว้า สร้างเป็นผลงาน เป็นต้น

               2. ด้านการเรียนรู้ นักเรียนสาธิต การเรียนรู้จากบัตรงาน(ตามข้อ1) เรียนรู้ด้วยสื่อ เช่น Google Earth Stellarium Celestia e-learning ฯลฯ

               3. ด้านผลงานมีผลงานจากการเรียนรู้ นักเรียนนำเสนอผลงานหลายรูปแบบ เช่น Animation e-book วีดิทัศน์ เป็นต้น

จุดอ่อนการนำเสนอสาระคณิตศาสตร์ : นำเสนอการจัดการเรียนรู้ในห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์ จุดอ่อนที่พบเป็นข้อสังเกตคือ นักเรียนที่นำเสนอมีจำนวนน้อยเกินไป นักเรียนส่วนมาก                 (ที่ไม่ได้นำเสนอ) ไม่สามารถใช้โปรแกรม GSP ได้ นักเรียนที่นำเสนอการแก้โจทย์ปัญหามีข้อจำกัด ทำได้เฉพาะ ที่เตรียมเท่านั้น ในกรณีที่นำ GSP มาใช้ในการออกแบบ นักเรียนไม่มีความรู้พื้นฐานด้านรูปเหลี่ยมต่าง ๆ (อยู่ในหลักสูตร) ขาดความรู้พื้นฐาน การใช้อุปกรณ์ เรขาคณิต

               คำแนะนำ : ห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เสมือนตัวช่วยครูในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ สนับสนุนการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยตนเอง ฝึกฝนให้เรียนคณิตศาสตร์อย่างเข้าใจมากขึ้นโดยเฉพาะโจทย์ที่ซับซ้อน ดังนั้นควรมีสื่อการเรียนรู้ การฝึกความเข้าใจ และทักษะทางคณิตศาสตร์ที่หลากหลาย ทั้งสื่อที่เป็นเอกสาร สื่อประเภทเกมส์ ลูกคิด  e-learning โปรแกรมช่วยสอนต่าง ๆ เช่น GSP ที่โครงการสนับสนุน ดังนั้นนักเรียนควรได้เรียนรู้อย่างทั่วถึง และสามารถแสดงการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นรายบุคคล หรือกลุ่มอย่างคล่องแคล่ว และที่สำคัญควรมีพื้นฐานในสาระคณิตศาสตร์อย่างน้อยสอดคล้องกับหลักสูตร

               จุดอ่อนการนำเสนอสาระวิทยาศาสตร์ : มีจุดอ่อนที่เป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ที่ไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้ สื่ออุปกรณ์บางอย่างไม่มีร่องรอยการใช้ การออกแบบกิจกรรมการทดลอง ไม่ใช้สื่อจากห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ใช่อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เช่น ใช้อุปกรณ์ทำครัวแทนอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ นักเรียนมีความรู้พื้นฐานที่สอดคล้องกับสาระที่ทดลองน้อย ตอบคำถามเชื่อมโยงข้อมูลไม่ได้ การทดลองและตอบคำถามจะทำได้เฉพาะเรื่องที่เตรียม ส่วนเรื่องอื่นแม้จะอยู่ในห้องทดลอง ในเวลาเดียวกันก็ไม่สามารถตอบได้ และปฏิบัติการทดลองไม่คล่องแคล่ว รวมถึงการค้นคว้าหาคำตอบเพื่อแก้ปัญญาไม่คล่องแคล่ว และไม่คุ้นชินกับการเรียนรู้ผ่านโปรแกรมการทดลองเสมือน และโปรแกรมช่วยสอนอื่น ๆ (เช่นเดียวกับสาระสังคมศึกษาฯ)

               คำแนะนำ : ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เป็นแหล่งเรียนรู้หนึ่ง ที่ได้รับการสนับสนุนการปรับปรุงจากโครงการฯ การพิจารณาความเหมาะสม พิจารณาคุณภาพ 3 ด้านเป็นหลักคือ

               1. ด้านการบริหารจัดการ ห้องปฏิบัติการระดับมัธยมศึกษา 3 ห้อง (เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ อาจมี วิทยาศาสตร์กายภาพ อีก 1 ห้อง) ระดับประถมศึกษาหรือขยายโอกาส มีอย่างน้อย 1 ห้อง (วิทยาศาสตร์กายภาพ) สภาพความพร้อมของห้องควรมีความเหมาะสม โดยเฉพาะอุปกรณ์ประกอบห้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้ (ตู้เก็บอุปกรณ์ อ่างล้างมือ ล้างอุปกรณ์ แสงสว่าง อากาศถ่ายเท ฯลฯ) ความพร้อมด้านสื่อ อุปกรณ์ ทั้งสื่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ปกติ  สื่อประเภทโปรแกรมการทดลองเสมือน  สื่อประเภทซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ได้รับการดูแล อย่างเหมาะสม

               2. ด้านการจัดการเรียนการสอน โดยการทดลอง การใช้โปรแกรมการทดลองเสมือน หรือซอฟต์แวร์ ซึ่งสะท้อนคุณภาพจากกิจกรรมการทดลองของนักเรียน การตอบคำถามของนักเรียน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ การจัดและดูแลห้อง และร่องรอยการใช้สื่อ เป็นต้น

               สำหรับการเรียนรู้ด้วยซอฟต์แวร์ ตัวอย่างเช่น Stellarium Celestia ควร

            &nbs