บทฝึกภาวนา                หล่อรักษาสงบจิต

เชื่อมใจเป็นเนืองนิจ       กายสบายมิกังวล

 

ลดละและปล่อยวาง        เพื่อสู่ทางให้หลุดพ้น

บุญพาบันดาลดล           อิสรภาพกายและใจ

 

ขั้นแรกที่ฉันฝึก              ให้รู้สึกนิ่งนานไว้

กายจิตกำเนิดใน            จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

หายใจเข้าออกรู้             ตรองตามดูมิไหวหวั่น

ลึกช้าจังหวะมั่น              จึงกระตุ้นคืนชีวา

 

ขั้นสองสู่ธรรมชาติ          งามพิลาสมวลบุปผา

รดน้ำให้กายา                เปรียบดั่งว่าเมตตาตน

 

ขั้นสามดั่งขุนเขา           ช่วยให้เรามิสับสน

หนักแน่นในกมล           ให้นิ่มนวลสงบยิ่ง

 

หายใจลึกและช้า           ตามคาถาขุนเขานิ่ง

หนักแน่นหยุดพักพิง      อารมณ์เกิดและดับไป

 

ฝึกได้ด้วยท่านอน         ร่างกายผ่อนจะช่วยให้

เจ็บปวดมลายไป          ล่วงหลุดพ้นความรุนแรง

 

ขั้นสี่น้ำใสนิ่ง                มองเห็นสิ่งสะท้อนแสง

ปรากฏภาพชัดแจ้ง        เห็นรูปจริงมิใช่เงา

 

ร้อนทุกข์ที่วุ่นวาย           จะมลายความโศกเศร้า

กายจิตสงบเบา              ดุจแผ่นน้ำราบเรียบใส

 

ขั้นห้าเห็นตัวตน               มิมัวหม่นว่างเปล่าได้      

ลดละความอยากไป          ตัดกิเลสหลงนานา

 

ภาวนาพินิจ                     สู่กายจิตตัดมายา  

อิสระเพียรพบว่า               ธรรมะหล่อเลี้ยงจิต

 

บทนี้ภาวนา                     เจริญพาเพื่อชีวิต

ดูกายและดูจิต                 อาณาปาณสติ

 

เพียรฝึกอย่างต่อเนื่อง      ธรรมรุ่งเรืองสู่ดิถี

การงานประกอบดี             เพื่อบำบัดความเปลี่ยนแปร

 

บทบาทสังคมโลก             ล้วนทุกข์โศกเป็นแน่แท้

ปัญญาบังเกิดแต่              สติตื่นรู้เท่าทัน