วิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก ทำนายว่า ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเมืองไทย ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ภาคเอกชนชะลอการลงทุน ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในรอบนี้อาจทำให้เกิดอัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลมาจากบางธุรกิจจำเป็นที่จะต้องลดต้นทุน จึงจำเป็นที่จะต้อง “เลย์ออฟ พนักงาน” ออก

เขาเชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยนับจากนี้จะทรงๆ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่สามารถ “วิ่งไม่ไปไหนไกล” เพราะมีปัจจัยแวดล้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามากระทบ อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 4 ปี 2549 ให้จับตาดูเงินทุนจากต่างประเทศที่อาจจะไหลเข้ามาตลาดหุ้นไทยเพราะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้ม “อ่อนค่า” ลง

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก กล่าวต่ออีกว่า ในเมื่อเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยง ประชาชนควรที่จะใช้จ่ายด้วยความ “ประหยัด” เพื่อไม่ให้เป็นหนี้

ส่วนมุมมอง “นักวิชาการ” นายชลิต ลิมปนะเวช คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ อัสสัมชัญ บอกว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ดังนั้นการใช้ชีวิตแบบพอเพียงจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยควรปฏิบัติ เพราะหากเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะฟองสบู่จะเจ็บตัวไม่มาก