ต่อจากตอนที่แล้ว
หลังจากออกแบบฐานข้อมูลก็มาถึงการลงมือเก็บข้อมูลจริงๆ กันคะ
เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีการประเมินอาการ
และข้อมูลการใช้ยาในแต่ละวัน (1 case มีหลาย observation) เป็น
repeated measure จึงใช้ Access interface
ในการเก็บข้อมูล
Step 5: ลงมือเก็บข้อมูล
: แหล่งข้อมูลมาจากสองที่คือ
- ข้อมูล medication ของผู้ป่วยได้จาก chart review
- ข้อมูล demographic/ clinical characteristic ได้จาก Electronic
medical record (ในที่นี้คือ Ucare system)
เนื่องจากกระบวนการเก็บข้อมูล อาจทำได้ไม่ต่อเนื่อง
(ช่วงใกล้สอบ, พักผ่อน etc..) เพื่อลดความลักลั่นในการเก็บแต่ละครั้ง
และสามารถตรวจสอบ process ได้ภายหลังจึงควรบันทึกขึ้นตอนไว้
แล้วเก็บใน /log/notepad ดังตัวอย่างนี้คะ

5.1 การเก็บข้อมูลจาก Chart
ทิปหนึ่งในการ review prn medication
(ซึ่งมักบันทึกไว้หลายที่ โดยหลายคน) คือการใช้ "post it แถบสี"
ปะไปส่วนที่เราต้องการกรอกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ เป็นการป้องกันตาลาย
Form สำหรับ chart review (เพื่อรักษาความลับผู้ป่วย ต้องปิดส่วน ID ไว้)

Note:
- Chart review date: เหตุที่ต้องมีก็เพื่อเป็นตัวบอกว่า case
นี้ได้ review แล้ว และประเมินได้ว่า แต่ละวันเราสามารถ review
ได้เท่าไหร่..ซึ่งพบว่าเฉลี่ยวันละ 10 chart มากกว่านั้น มึน..(
Access มี function ให้เลือก today ได้เลยไม่ต้องเสียเวลากรอกคะ)
- สังเกตว่ามี form ย่อย (subform) ซ้อน form ใหญ่
ซึ่งต้องมีตัวเชื่อม ในที่นี้คือ "PtID"
- วันที่มีช่องหนึ่งที่ใช้ระบบ วัน เดือน ปี ชัดเจน
ส่วนช่องที่เหลือเป็นการใช้ระบบตามที่เขียนใน chart
ซึ่งต่างจากบ้านเรา เพราะเขาเอาเดือนขึ้นหน้า
- Baseline..เป็นวันก่อนหน้า 1stDyspnea date
สงสัยไหมคะว่าทำไม..เหตุก็เนื่องจาก ลองคิดถึงการประเมินอาการประจำวัน
(daily symptom) ตอนแพทย์ไปราวน์ ก็จะถามว่า
"วันที่ผ่านมามีอาการอย่างไรบ้าง.." นั่นหมายถึง score
ที่ปรากฎในวันที่ 20 จริงๆ แล้วคือของวันที่
19..หากจะประเมินผลต่ออาการภายใน 24 ชม.ของ BDZ ที่ให้ใน day0
ก็คือ dyspnea level ที่บันทึกใน day1 ใช่ไหมคะ..งงดีแท้
- Button ขวามือ สำหรับต่อไปที่ form รวบรวมยาที่เราสนใจ
ซึ่งผู้ป่วยได้ในวันนั้นๆ สมมติว่าเมื่อกด Button
"day1"

Note:
- เราสามารถบังคับให้วันที่ใน subform เป็นไปตาม form หลัก ได้
ดูเทคนิคการใช้ subform field linker ได้ที่นี่คะ
- ชนิดของยา เราทำเป็น drop down menu ดูเทคนิดได้ ที่นี่คะ
- จริงๆแล้วเราต้องการจำนวน dose per day
แต่การใส่เวลาที่ผู้ป่วยได้รับยาตามที่คุณพยาบาลลงไว้ เป็น "Quality
control" ในการเก็บข้อมูล
เพราะบางครั้งการบันทึกให้ยามีความซ้ำซ้อนกัน
เราก็รู้ได้เพราะดูจากเวลาที่ตรงกันหรือใกล้กันเกินไป และไว้สำหรับ
double check ว่ามี dose ไหนเราคลาดสายตาไปหรือเปล่า
- ยาที่ให้ทาง IV ที่บันทึกลงเวลาไว้ มีสองแบบคือ dose
ที่ให้เป็นครั้งๆ กับ dose ที่ปรับใน continuous infusion
เพื่อไม่ต้องแยกฟอร์ม จึงใช้ระบบเมื่อไหร่ระบุว่าอันเป็นไม่เป็น
infusion
2. การเก็บข้อมูลจาก E-medical record

Note:
- สังเกตว่า ในแต่ละ subject ข้อมูลที่ constant จะเป็นแบบ "single
form format" ขณะที่ข้อมูลที่เป็น repeated measure จะเป็น
"spread sheet format"
- การระบุ AttendingMD ไว้ มีเหตุผลสองอย่าง คือ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัย
practice style ใน multilevel model และ
เพื่อสอบถามรายละเอียดที่ไม่แน่ใจภายหลัง
- ด้วยวัตถุประสงค์ลด confounding by indication การการลงข้อมูล
diagnosis , co-morbidity ไม่ได้นำจาก Bill code DRG แต่อ่านจาก
consult note เพราะน่าจะเป็นข้อมูลที่แพทย์ที่ตัดสินใจให้ยา
เช่นเดียวกับ lab, sedation level และ O2 flow
ใช้ข้อมูลในช่วงเวลาที่น่าจะมีผลต่อการตัดสินรักษาของแพทย์เช่นกัน
- age ควรคำนวณจาก Birthdate จะแม่นยำกว่า ซึ่งสามารถทำใน
Access แต่ยุ่งยาก ควรทำใน exel ง่ายกว่าด้วยสูตรดังนี้คะ
= Datediff(DOB,
Admitdate."y")

หากต้องการค่าออกมาเป็นวัน หรือ เดือน ก็เปลี่ยน "y" เป็น "d","m" ตามลำดับ
*******************************************************
ส่งท้ายภาคสอง...
... การ review chart ฉันเคยเข้าใจว่าเป็นงาน "labor"
แต่ที่จริงแล้วเป็น "Deliberate task" ที่ฝึกให้ทำงานเป็นระบบ
อาศัยความซื่อสัตย์ อดทนและรับผิดชอบต่อคุณภาพของงาน
นอกจากนี้ยังเป็นหนทางให้ได้เรียนรู้ ทั้งเชิงคลินิกจาก story
เล็กๆ ของผู้ป่วยแต่ละรายที่ผ่านตา และเชิง Medical informatics...และ
database
ที่สร้างไว้ยังสามารถนำไปประยุกต์เก็บข้อมูลผู้ป่วยของเราเองต่อไปได้..
ฉันยังประทับใจฐานข้อมูลทางสูติกรรม ที่ท่าน อ.ธีระ ทองสง
ที่ท่านเก็บไปเรื่อยๆ
เหมือนงานอดิเรกแต่กลายเป็นฐานข้อมูลที่กำเนิดองค์ความรู้อันมีคุณค่ามหาศาล..